มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

อิ่มบุญ อุ่นไอรัก เที่ยวราชบุรี ถึง อัมพวา

เรื่อง     นายเอกเขนก        ตอน บุญ ราชบุรี
ภาพถ่าย/ภาพจิตกรรม      วีระศักดิ์  ภักดี
                                       
                                                    
... เที่ยวไป...ทำดี...ได้บุญ ที่ราชบุรี...การสร้างคุณงามความดีไม่ว่าจะกรณีใด ก็เพื่อประโยชน์ต่อตนเองรวมถึงเพื่อนรวมโลก การไม่เบียดเบียนใครหรือสัตว์โลก ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นหรือสัตว์โลกเบียดเบียนเรา...สัจจะธรรมมักเป็นเช่นนั้นเอง...



คำกล่าวข้างต้นของเรื่อง เป็นเพียงบางส่วนที่ตีความ แปลปลีกย่อยมาจาก สัจจะธรรมแห่งธรรมชาติ ที่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธะเจ้าได้ตรัสรู้ พระองค์ทรงนำบางส่วนมาสั่งสอน ต่อบัวสี่เหล่าในโลกทั้งสาม(สามไตรโลกธาตุ) รวมถึงสัตว์โลกบนโลกมนุษย์เพราะโลกเป็นเช่นนี้เอง คือ ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน มีเกิดขึ้น มีตั้งอยู่  มีดับไปเป็นธรรมดา แต่หากบุคคลใดมีสติละเอียดขั้นสูง คือ รู้เท่าทันโลกสมมุด นั้นจึงเรียกว่าทางแห่งอริยะ...บนพื้นที่ทาง ที่ปูพื้นฐานไว้ด้วยธรรมคำสอน ได้บ่งบอกอย่างชัดเจน ต่อผู้รู้แจ้งแทงตลอด(รู้จริงกับรู้แจ้งต่างกัน ผู้เขียนหมายเอาว่า รู้จริง คือการจำได้ไหมรู้จากการท่องตำราผู้อื่นแล้วจำได้ดี รู้แจ้ง หมายเอาว่า ความรู้ที่ก่อเกิดจากความรู้ภายในจิตแห่งตนแล้วเกิดปัญญาฯ) ผู้ใดถึงธรรมผู้นั้นเห็นเรา เมื่อรู้...หากไม่กระทำด้วยตนเอง คือ โมฆะ ติดในวัฏฏะ วนอยู่ในสงสารวัฏฏะ...เพราะโลกเป็นเช่นนี้เอง



    
การสร้างบุญนั้นเพียงเป็นอุบาย ในการบำเพ็ญเพียนจิตแห่งตน เพราะบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทองหรือเสียทรัพย์ นั้นคือ การปฏิบัติ บำเพ็ญเพียร ศีล สมาธิ ปัญญา ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ กาย วาจา ใจ ไม่เที่ยวไปประพฤติในทางที่ไม่ดี เมื่อสร้างประโยชน์หรืออิ่มบุญต่อตนเองได้แล้ว ก็สร้างประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมโลกในวัฏฏะแห่งสงสาร ที่ต้องเดินไปตามพฤติกรรม ในกรรมของแต่ละบุคคล กรรมวันนี้จึงเป็นกิจกรรม  เที่ยวได้บุญ  อุ่นไอรักมอบให้เด็ก



วันนี้คณะเราออกเดินทางท่องเที่ยว ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่เป็นโครงการใหม่  เราเร่งเดินทาง จากเพื่อนท่องเที่ยวร่วมด้วยพันธมิตร รวมพลกันออกเดินทางตั่งแต่เช้า  เพื่อมาให้ทันเวลานัดหมาย เวลา
09.00 น. ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาจังหวัดราชบุรี คณะเราตั้งใจว่า จะมีการสร้างกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ ด้วยการมอบความสุขให้น้อง ร้องเล่น เต้นรำ แจกขนม ไอศครีม  แต่พอมาถึงสถานที่จริง เป็นว่าต้องให้พี่ๆแห่งสถานสงเคราะห์เป็นผู้ดำเนินรายการ เนื่องเพราะว่าพี่ๆอยู่พื้นที่ประจำ จะรู้จักกับอุปนิสัย ของน้องๆเด็กๆในพื้นที่มากกว่าพวกเรา เป็นอันว่า เราช่วยได้แค่เป็นบางเรื่อง แต่ก็จบลงด้วยความงดงามของกิจกรรม เที่ยวได้บุญ อุ่นไอรักมอบให้เด็ก




 สำหรับพื้นที่สถานสงเคราะห์นั้น เท่าที่สอบถามถึงสิ่งที่ต้องการ เช่น น้ำยาฆ่าเชื่อ แพมเพิล เป็นต้น เสร็จจากการสร้างกุศล บ่มเพราะจิตใจใฝ่ดี ก็ถึงคราวออกไปมองโลกอีกด้านจากแหลล่งท่องเที่ยว ในจังหวัดราชบุรี



สวนผึ้ง
สวนผึ้ง ชื่อนี้ ดังมาหลายปีในระยะหลัง เพราะมีการส่งเริมด้านการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เราจะลงพื้นที่ ภูขุนเขาเป็นอ้อมกอด มีฟากฟ้าเป็นสีคราม
อ้อมกอดภูเขาและฝูงแกละ
เดี๋ยวนี้ในเขตอำเภอสวนผึ้ง มีแหล่งท่องเที่ยวเกิดขึ้นจากความคิดสร้างสัน ด้วยสมองมนุษย์มากมายหลายแห่ง



ใครจะไปที่ใดในพื้นที่ ก็บอกง่ายๆว่าขับรถไม่ต้องกลัวหลง เพราะถนนเป็นวงกลมไปตามภูเขา แต่หากใครจะโฟกัสที่หนึ่งที่ใด ก็ดูแผนที่ให้ดีๆ จะได้ไม่ต้องอ้อม สำหรับคณะเราวันนี้ ฟ้าใส เปิดโล่ง สง่างามมาพร้อมกับแดดแรง ด้วยอ้อมกอดภูเขาและฝูงแกละ ก็ทำให้ใครหลายคนได้คลายร้อน เพราะเพลินกับกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยวจนลืมร้อน   เช่น ป้อนอาหารแกละ ถ่ายรูปกับแกละน่ารัก รวมถึงอยู่กับบรรยากาศสบายๆ สวยๆ รอบๆตัว ที่สร้างพื้นที่ไว้สำหรับถ่ายรูป เพลิดเพลินกับแกละในพื้นที่กันพอสมควร



เที่ยงแล้วเราคงจะไม่ปล่อยให้ท้องหิว จะต้องไปชิมอาหารอร่อยกันก่อน
ครัวม่อนไข่
ได้เวลาจะบ่ายแล้ว อาหารจึงถูกจัดหนัก มาด้วยหลายรายการ ผัดเห็ด แคบหมู ไก่ทอด แกงปลา ยำยอดผัก กุ้งผัดพริก พร้อมข้าวร้อน  ทานกันเต็มที่ อิ่มกันแบบสำราญบานหทัยเสร็จสรรพ จากจุดอาหารมื้อกลางวันแสนอร่อย มุ่งตรงสู่แหล่งท่องเที่ยว



คณะเราก็ขยับไปที่ บ้านเทียนหอม



เป็นสถานที่อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความโรแมนติก ในเขตสวนผึ้ง ซึ่งจำหน่ายเทียนหอมหลากสี หลายแบบ ที่แห่งนี้เป็นโรงงานขนาดเล็กๆ โด่งดังด้านดีไซน์เทียนระดับโลก นอกจากจะเปิดขายเทียนแฟนตาซีหลากหลายรูปแบบเป็นที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีบริการร้านอาหาร เสื้อเพ็นท์สดๆจากมือ ร้านกาแฟ แกลเลอรี่ เดินท่องเที่ยวถ่ายภาพกันจนเหนื่อยหอบ ก็กลับมาขึ้นรถหลับนอนเก็บแรง เดินทางไปต่ออีกหนึ่งสถานที่ ที่ดังติดลมบน ในบรรยากาศ ยามเย็นถึงใกล้ค่ำ



ตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งตลาดยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ที่เดี๋ยวนี้เวลามาครั้งใด ต้องบอกตรงๆว่า ต้องเดินเบียดกับฝูงชนที่แน่นหนากันทีเดียว ในพื้นที่ตลาดนั้นจอแจ แออัด จะเดินจะย่างก้าวก็ต้องระวังครับ เพราะด้วยความว่า เป็นพื้นที่ดังก็ต้องมีมิจฉาชีพ(นักล่วง)เป็นธรรมดา หรือเวลาเดินทางมาหากไม่มีที่จอดรถ ก็จอดรถฝั่งตรงข้ามที่เป็นพื้นที่วัดที่อยู่อีกฟากฝั่งของสายน้ำแม่กลอง แล้วข้ามเรือข้ามฟากมาก็ได้ พอขึ้นท่าเรือก็โผล่ยังแหล่งท่องเที่ยวในตลาดอัมน้ำพวาพอดี



ถึงตลาดละก็ตัวใครตัวมันละงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น แวะชิมกับอาหารหลากหลายราคาถูก แวะช้อปกับสินค้าที่ถูกใจ แว๊ะแชะกับมุมภาพที่โปรดปราน หากหมดเวลาสนุก ถึงเวลานัดกลับ ก็กลับกรุงเทพฯกันให้ตรงเวลา หนึ่งวันกับการเดินทางบนเส้นทาง ... เที่ยวไป...ทำดี...ได้บุญ ที่ราชบุรีถึงอัมพวา ก็จบงานบุญ ฝึกใจตนเองในช่วงเช้า บ่ายเย็นเที่ยวเสร็จ ก็เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพกันทุกคน...


สำหรับอัมพวาต้องบอกอีกอย่างตรงๆว่า หากไม่มาตลาดอัมพวา สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆก็มากมาย เช่น วัดวาอาราม สายน้ำแม่กล่อง ร่องสวน แหล่งผลิตซอ เซรามิคเครื่องเบญจรงค์ บ้านแมวไทย ปากอ่าว ลมทะเล ก็เป็นโปรแกรมน่าสนใจ แต่สำหรับวันนี้



แสงสุดท้ายมาเยือนแล้ว ผิวน้ำสะท้อนแสงไฟจากตลาดอัมพวาอย่างร่าเริง เรือข้ามฟากวิ่งตัดสายน้ำแม่กลองเป็นริ้วคลื่นกระทบฝั่ง ฝั่งชีวิตของแต่ละบุคคล แห่งปุถุชนทั้งหลาย ต้องค้นหากันด้วยตนเอง ณ ที่เส้นขอบฟ้าทอทอดแสง เราคงต้องล่ำรากันแล้ว...สวัสดี มีชัย ชัยชนะต่อใจตนเอง...



Additional information