มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

“กัมปงพลัวะ”หมู่บ้านสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
เรื่อง/รูป....สุเทพ   พวงมะโหด

  เมื่อปลายเดือนมิถุนายน2555 ที่ผ่านมานี้ผมและเพื่อนๆ ได้มีโอกาศเดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ดินแดนที่ร่ำรวยไปด้วยปราสาทหินแดนดินถิ่นศิลานคร




  หลังจากที่เที่ยวชมความมโหฬารตระการตางานสร้างของมหาปราสาทนครวัด-นครทม สิ่งมหัศจรรย์1ใน7ของโลกแห่งเมืองเสียมราฐเป็นที่เรียบร้อยจากนั้นผมและเพื่อนๆได้ออกเดินทางสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวแหล่งใหม่ๆในเมืองเสียมราฐ นำข่าวสารข้อมูลมาฝากท่านผู้อ่านที่สนใจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวกัมพูชาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งเป็น1ใน10ของสมาชิกประชาคมอาเซี่ยนว่าในปัจจุบันชาวกัมพูชาประเทศเพื่อนบ้านของเรามีความเป็นอยู่อย่างไรกันบ้าง เผื่อท่านผู้อ่านบางท่านได้มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวยังมหาปราสาทนครวัด-นครทม ในเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชาแล้วจะได้แวะเดินทางมาท่องเที่ยวยังชุมชนแห่งนี้กันดูบ้างถือว่าเป็นกำไรชีวิต เพราะภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชนบทบางแห่งของประเทศกัมพูชาปัจจุบันหาดูหาชมได้ยากแล้วในบ้านเรา.



สำหรับชุมชนชาวกัมพูชาแห่งใหม่ที่ผมจะพาท่านผู้อ่านเดินทางไปเที่ยวชมก็คือ “ชุมชนชาวกัมพูชาแห่งตำบลกัมปงพลัวะ” (กัมปง = ท่าเรือ,พลัวะ = งาช้าง )และเมื่อนำคำสองคำมารวมกันเข้าแล้วมีความหมายว่า “ท่างาช้าง” คล้ายกับคำว่า “ท่าช้าง”ในบ้านเรานั่นเองล่ะครับ  ชุมชนชาวกัมปงพลัวะตั้งอยู่ในตำบลกัมปงพลัวะ อำเภอปราสาทบากอง จังหวัดเสียมราฐประเทศกัมพูชา ชุมชนชาวกัมปงพลัวะประกอบไปด้วย 3หมู่บ้านด้วยกัน คือหมู่บ้านถนนขบถ,หมู่บ้านกะไดหอม,หมู่บ้านเนินโกลล ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 6 บนถนนสาย พนมเปญ - เสียมราฐห่างจากตัวเมืองเสียบราฐไปทางทิศตะวันออกสู่กรุงพนมเปญระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตรจะมีเส้นทางถนนแยกทางขวามือเข้าไปตามถนนลูกรังระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตรสภาพถนนเป็นดินลูกรังค่อนข้างขรุขระก็จะถึงหมู่บ้านแห่งแรกคือหมู่บ้านถนนขบถซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ถนนขาด” ขับรถเลยมาสักหน่อยก็จะถึงหมู่บ้านกะไดหอม แปลว่า “ดินแดง”และหมู่บ้านสุดท้ายที่เราเดินทางมาถึงก็คือหมู่บ้านเนินโกลล ทั้งสามหมู่บ้านนี้ชาวกัมพูชาเขาเรียกกันว่า  “ชุมชนกัมปงพลัวะ”



      สำหรับชุมชนชาวกัมปงพลัวะแห่งนี้มีจำนวนประชากร 630 หลังคาเรือนส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชานับถือศาสนา พุทธ ,ฮินดูและผีตามความเชื่อที่มีมาแต่ครั้งโบราณ  ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการทำประมงหาปลาในทะเลสาปเขมรเพราะทั้งสามหมู่บ้านตั้งอยู่ริมทะเลสาปเขมร



     ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือน ก.พ - ก.คน้ำภายในทะเลสาปเขมรจะลดปริมาณลงจนทั้งสามหมู่บ้านในชุมชนชาวกัมปงพลัวะแห่งนี้พื้นดินจะแห้งผากปราศจากน้ำจะมีก็แต่น้ำจากทะเลสาปเขมรไหลเป็นลำคลองเล็กๆเข้าไปในหมู่บ้านมองดูเผินๆคล้ายหมู่บ้านทั้งสามแห่งนี้ตั้งอยู่บนบกไม่แตกต่างจากหมู่บ้านตามชนบททั่วๆไปในประเทศกัมพูชา



     แต่เมื่อฤดูแล้งผ่านเลยไปเข้าสู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก(ก.ย – ม.ค )ปริมาณของน้ำในทะเลสาปเขมรจะเพิ่มมากขึ้นโดยจะมีปริมาณน้ำสูงขึ้นประมาณ4-5เมตร จนทำให้หมู่บ้านทั้งสามแห่งนี้จมอยู่ในน้ำ  มองดูเหมือนหมู่บ้านลอยน้ำอย่างไงอย่างงั้น



เพราะฉะนั้นบ้านทุกๆหลังในชุมชนชาวกัมปงพลุกแห่งนี้จึงออกแบบสร้างบ้านแบบยกใต้ถุนสูงเกิน8-10เมตรทุกหลังคาเรือนเพื่อป้องกันน้ำท่วมถึงในช่วงของฤดูฝนน้ำในทะเลสาปเขมรจะมีปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับวัสดุที่นำมาใช้ทำเสาบ้านเป็นไม้เนื้อแข็งอย่างดีป้องกันการผุกร่อนซึ่งหาได้ง่ายในบริเวณทะเลสาบเขมรนี้เอง



นอกจากนี้บ้านทุกๆหลังได้จัดสร้างสถานที่จอดเรือใต้ถุนบ้านในช่วงฤดูน้ำหลากและในช่วงฤดูแล้งน้ำเหือดแห้งจะแปรเปลี่ยนสภาพมาเป็นคอกเลี้ยงวัวและโรงเก็บเกวียนอีกด้วย



 นอกจากนี้ภายในชุมชนชาวกัมปงพลัวะยังมี วัดแห่งหนึ่งมีชื่อว่าวัดกัมปงพลัวะชื่อเดียวกันกับชุมชน



ตั้งอยู่บนเนินเขาในบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึงชาวกัมพูชาที่มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้ช่วยกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวกัมพูชาที่นับถือศาสนาพุทธ ได้เดินทางมาประกอบพิธีในวันสำคัญทางศาสนาอีกด้วย



     นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนระดับประถมที่ทางรัฐบาลกัมพูชาได้สร้างขึ้นไว้ให้ความรู้แก่ลูกหลานชาวกัมพูชาตัวน้อยๆได้มาศึกษาเล่าเรียนหาความรู้ในชุมชนชาวกัมปงพลัวะแห่งนี้อีกด้วย



    ภายในชุมชนชาวกัมปงพลัวะแห่งนี้ชาวบ้านได้ร่วมมือกันจัดสร้างบ้านพักบนต้นไม้ในป่าดึกดำบรรพ์ที่เต็มไปด้วยต้นรังน้ำขนาดใหญ่บกอายุนับร้อยปีพร้อมจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบของ Homestayไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังชุมชนชาวกัมปงพลัวะแล้วเกิดติดอกติดใจอยากจะพักค้างแรมภายในหมู่บ้านในอัตราค่าบริการคนละ 5USD ต่อคืนเดินทางมาเป็นหมู่คณะคิดเพียงคนละ 3 USD พร้อมอาหารอีกคนละ 5 USD ต่อคนอีกด้วย



นอกจากนี้แล้วยังมีบริการเรือทัวร์ท่องเที่ยว เที่ยวชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกัมพูชาและความอุดมสมบูรณ์ของป่ารังยักษ์ต้นไม้สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นภายในทะเลสาบเขมรในอัตราค่าบริการเรือหางยาวลำละ 15-20 USD นั่งได้ 8 คนใช้เวลาในการนั่งเรือเที่ยวชมประมาณ1-2 ชั่วโมง



    สำหรับหมู่บ้านชาวกัมปงพลัวะหรือ “หมู่บ้านสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก”ที่ผมและเพื่อนๆได้มีโอกาส เดินทางมาสำรวจในครั้งนี้มีความแตกต่างจากหมู่บ้านชาวประมงลอยน้ำแห่งอื่นๆที่ทางบริษัททัวร์ชอบพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมก็คือ
    หมู่บ้านชาวประมงลอยน้ำในทะเลสาปเขมรที่ทางบริษัททัวร์ทุกแห่งได้จัดโปรแกรมทัวร์3-2คืนท่องเที่ยวมหาปราสาทนครวัด – นครทมเป็นหมู่คณะแล้ว มักจะพานักท่องเที่ยวมาล่องเรือเที่ยวชมทะเลสาปเขมรและหมู่บ้านชาวประมงที่สร้างบ้านเรือนอยู่บนแพลอยน้ำ ซึ่งในช่วงฤดูแล้งยามน้ำลดแพลอยน้ำที่ถูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยเหล่านี้ก็จะลอยตามน้ำถอยลงไปตามปริมาณของน้ำที่ลดลงในทะเลสาปเขมร
แต่พอย่างเข้าสู่ช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำในทะเลสาปจะเพิ่มมากขึ้นและจะดันให้แพเหล่านี้ลอยเข้ามาใกล้ฝั่งมากขึ้นลักษณะคล้ายกับหมู่บ้านลอยน้ำ




    แต่สำหรับชุมชนกัมปงพลัวะหรือหมู่บ้านสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกแห่งนี้จะตั้งบ้านเรือนยึดติดอยู่กับพื้นดินยกสูงขึ้นมาจากพื้นดินความสูงประมาณ 8-10 เมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วมถึงในฤดูฝนแต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งปริมาณน้ำลดลงบ้านเรือนของชาวประมงจะไม่ลอยตามไปกับกระแสน้ำแต่ยังคงตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ที่แห่งเดิมหมุนเวียนไปตามฤดูกาลนานนับร้อยปีสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ
สำหรับการดำรงชีวิตของชาวชุมชนกัมปงพลัวะก็จะปลูกข้าวและพืชผักตามฤดูกาลแบบเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการทำการประมงหาปลาเป็นอาชีพหลักที่ปฏิบัติกันเรื่อยมาเป็นกิจวัตรประจำวัน



พอผมได้มาเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวกัมพูชาที่หมู่บ้านกัมปงพลัวะแห่งนี้แล้ว       จึงใคร่อยากจะขอเชิญชวนรัฐบาลที่กำลังหาทางป้องกันน้ำท่วมตลอดจนบรรดาสถาปนิกชาวไทยที่เชี่ยวชาญในเรื่องการออกแบบสร้างบ้านป้องกันน้ำท่วมได้มาศึกษาและดูงานกันที่หมู่บ้านชาวกัมปงพลัวะแห่งนี้กันดูบ้างจะได้ทราบว่าชาวกัมพูชาเขาออกแบบสร้างบ้านป้องกันน้ำท่วมกันอย่างไรและดำรงชีวิตอยู่กับน้ำได้อย่างไรโดยไม่ต้องไปดูงานไกลถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ดินแดนที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลให้เสียเวลาและสิ้นเปลืองเงินภาษีอากรของประชาชนไปเปล่าๆครับ.




การเดินทางไปท่องเที่ยวยังชุมชนกัมปงพลัวะหรือหมู่บ้านสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก
   ภายในตัวเมืองเสียมราฐมีรถมอเตอร์ไซด์สามล้อรับจ้างหรือที่ชาวกัมพูชาเรียกว่า “ละเมาะ” (rotes yon) ให้บริการเดินทางมายังชุมชนกัมปงพลัวะหรือหมู่บ้านสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกห่างจากเมืองเสียมราฐระยะทางประมาณ25 กิโลเมตรในอัตราค่าบริการคันละ20 USD นั่งได้ 2 คน ค่าเข้าชมคนละ2 USD แต่ถ้าต้องการเช่าเหมาเรือล่องไปตามลำคลองที่คดเคี้ยวออกไปเที่ยวชมความสวยงามของทะเลสาปเขมร จะต้องจ้างเรือนำเที่ยวของชาวบ้านโดยเสียค่าบริการลำละ15 USD นั่งได้ 8 คนใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง

การเดินทาง
   จากตัวเมืองเสียมเรียบใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 6  (เสียมเรียบ – พนมเปญ) ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตรให้สังเกตุทางขวามือจะมีป้ายบอกเส้นทางเข้าไปยังชุมชนกัมปงพลัวะ จากนั้นเดินทางด้วยถนนลูกรังสภาพถนนขรุขระระยะทางประมาร8กิโลเมตรก็จะถึงหมู่บ้านที่1หมู่บ้านถนนขบถ,ที่2หมู่บ้านกะไดหอม,ที่3หมู่บ้านเนินโกลลซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายใน ชุมชนกัมปงพลัวะ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน(ก.ย-ม.ค)ปริมาณน้ำในทะเลสาปเขมรจะมีปริมาณมากน้ำจะล้นเข้ามาท่วมถึงถนนรถยนต์ไม่สามารถเดินทางเข้าไปถึงยังชุมชนกัมปงพลัวะได้จำเป็นจะต้องนั่งเรือหางยาวรับจ้างของชาวบ้านที่บริเวณหมู่บ้านกัมปงตะเภาเดินทางเข้าไปเที่ยวชม
สนใจรายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่
ขอขอบคุณ
บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
254/1 ถนนเอกชัย บางบอน บางบอน กรุงเทพมหานคร 10150
โทรศัพท์ : 0-2898-1817, 0-2898-2324
โทรสาร : 0-2898-0059
http://www.indochinaexplorer.com
Email; This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
             

Additional information