มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

เกาะพระทองทุ่งหญ้าสะวันนาซาฟารีแห่งอันดามัน

เป็น เกาะขนาดใหญ่อันดับ5ของประเทศครอบคลุมพื้นที่ประมาณ3,000ไร่มีหมู่ บ้านอยู่4หมู่บ้านคือหมู่ที่1 บ้านทุ่งดาบ,หมู่ที่2บ้านแป๊ะโย้ย,หมู่ที่3บ้านเกาะระ(เกาะญี่ปุ่น),หมู่ ที่4บ้านปากจก(หมู่บ้านไลออ้น)มีชาวบ้านอยู่อาศัยบนเกาะประมาณ3,000 คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพุทธประกอบอาชีพทางการประมงพื้นบ้านและเพาะปลูกมะพร้าว และชาวมอแกนนามสกุล “กล้าทะเล”



 เกาะพระทองเกิดจากการสะสมของซากปะการังทับถมกันมาหลายสิบล้านปีเป็นเกาะที่ มีลักษณะค่อนข้างที่จะแบนราบเรียบแปลกตากว่าเกาะใดๆในทะเลอันดามันโดยมีป่า โกงกางอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของตัวเกาะ



ส่วน ตอนกลางของตัวเกาะจะมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาและมีหนองน้ำเล็ก-ใหญ่ที่ เกิดจากการขุดแร่ในอดีตที่ผ่านมากระจายอยู่ทั่วไปในทุ่งหญ้าสะวันนา



ด้วยเป็นเกาะที่มีลักษณะแบนราบเรียบจึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดโดยเฉพาะฝูงกวางม้าที่หาดูได้ยาก



รวม ทั้งนกป่าและนกน้ำชนิดต่างๆและที่สำคัญคือเป็นแหล่งที่พบฝูงนกตะกรุมและนก เงือกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอีกด้วยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบศึกษาพันธุ์ ไม้เพราะบนเกาะพระทองมีป่าเสม็ดที่อุดมสมบูรณ์และมีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด ให้ได้ศึกษาโดยเฉพาะกล้วยไม้พันธุ์หายากอาทิเช่นเอื้องปากนกแก้ว,เอื้อง หลวง,เอื้องแปรงสีฟันเป็นต้นส่วนต้นไม้ประจำถิ่นก็คือเตยทะเล,รักทะเลเป็น ต้น
สำหรับจุดเด่นของการท่องเที่ยวบนเกาะพระทองอีกอย่างหนึ่งก็คือชายหาด อันยาวเหยียดสวยงามและเงียบสงบตามธรรมชาติตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเกาะ



ส่วน หาดที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือเรียกว่าหาดหน้าเกาะปลิงในยามเย็นเป็นจุดที่ดีที่ สุดที่จะได้ชมพระอาทิตย์ตกหน้าเกาะปลิงและเกาะพ่อตาเป็นภาพที่สวยงามมากนอก จากนี้ปลายสุดของหาดหน้าเกาะปลิงมีลักษณะเป็นโค้งอ่าวที่สวยงามและเงียบสงบ อีกแห่งหนึ่งและเป็นที่ตั้งของสุดขอบฟ้ารีสอร์ทๆแห่งหนึ่งบนเกาะพระทอง
สำหรับ กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเกาะพระทองเช่นเล่นน้ำทะเล,ดำน้ำชมปะการัง,ตกปลาตก หมึก,พายเรือคยัค,ดูนกและเที่ยวชมทุ่งหญ้าสะวันนา พร้อมชมการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติและสามารถหาซื้อได้ที่หมู่บ้านไลอ้อนและ หมู่บ้านปากจกที่เดิมถูกทำลายไปเพราะเหตุการณ์สึนามิครั้งที่ผ่านมาสำหรับ ของฝากที่ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านคือกะปิพระทอง
สำหรับการเดินทางมายัง ท่องเที่ยวยังเกาะพระทองซึ่งตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือคุระบุรีสามารถเช่าเหมา เรือหางยาวได้ที่ท่าเรือคุระบุรี(แพปลา)ในอัตราค่าบริการเที่ยวละ900-1,200 บาท


ส่วน ที่พักบนเกาะพระทองเป็นบ้านพักในรูปแบบของหมู่บ้านโฮมสเตย์ซึ่งสโมสรไลอ้อน มาสร้างบ้านพักไว้ให้ชาวบ้านบนเกาะพระทองใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลังเหตุการณ์ สึนามิ



แต่ ชาวบ้านบนเกาะไม่คุ้นเคยกับการอยู่อาศัยกับบ้านสไตล์แบบนี้ปัจจุบันจึงถูก ปรับเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่อง เที่ยวยังเกาะพระทองในราคาค่าบริการคืนละ200บาทต่อคนพร้อมอาหาร3มื้อเพิ่ม อีกคนละ 330บาท



สำหรับ ทัวร์ดูนกและเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนา 2ช.ม ต่อ8 คนราคา 650บาท เรือตกปลานั่งได้ 4-5 คนราคา900บาทนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมู่บ้านไลอ้อนโทรศัพท์ 081-894-7195
สำหรับรีสอรท์ที่พักบนเกาะพระทองมี 2 รีสอร์ทคือ สุดขอบฟ้ารีสอร์ทและรีสอร์ทของชาวบ้านคือรีสอร์ททับตาฉุยในราคาคืนละ500 -700บาท



สำหรับประวัติความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ-เกาะพระทองที่ค้นคว้ามาได้จากกรมป่าไม้มีประวัติความเป็นมาดังนี้คือ



ใน ปี พ.ศ. 2531 มีข่าวว่านายทุนกำลังติดต่อขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่บริเวณเกาะระ-พระทอง จังหวัดพังงา นายดิษฐพงศ์ โชคคณาพิทักษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ในขณะนั้น จึงได้มีหนังสืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ด่วนมาก ที่ กช 0713 (มส) /116 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2531 เสนอให้กองอุทยานแห่งชาติแจ้งกรมป่าไม้ โปรดระงับไม่ให้มีการเช่าพื้นที่บริเวณเกาะระ และมีความเห็นให้สงวนไว้เพื่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จะได้ดำเนินการสำรวจผนวกให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ต่อมาอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้มีหนังสือเสนอกรมป่าไม้ เห็นควรสำรวจพื้นที่บริเวณเกาะระ-เกาะพระทอง พื้นที่ป่าชายเลนใกล้เคียง และพื้นที่อื่นๆ ที่เห็นว่ามีศักยภาพเหมาะสมที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้โดย ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ โปรดอนุมัติลงวันที่ 28 มีนาคม 2543 ท้ายหนังสือสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ กษ 0712.5/981 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2543 ให้นายธนพงศ์ อภัยโส นักวิชาการป่าไม้ 6 ซึ่งปฏิบัติงานประจำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ดำเนินการสำรวจเบื้องต้น บริเวณเกาะพื้นที่เกาะระ เกาะพระทอง พื้นที่ป่าชายเลนใกล้เคียง ท้องที่ อำเภอคุระบุรี อำเภอ.ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ผลการสำรวจเบื้องต้น ปรากฏว่า พื้นที่บริเวณที่ดำเนินการสำรวจครอบคลุมพื้นที่ 401,250 ไร่ เป็นพื้นน้ำ 185,180 ไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่บก 206,080 ไร่ มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ มีความหลากหลายทางชีวภาพเหมาะสมที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 1868/2543 ลงวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2543 ให้นายธนพงศ์ อภัยโส นักวิชาการป่าไม้ 5 ไปดำเนินการสำรวจจัดตั้งพื้นที่บริเวณเกาะระ- เกาะพระทอง และพื้นที่ป่าชายเลน ใกล้เคียงในท้องที่อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติ



จาก การดำเนินการทำให้แกนนำบางคนในท้องถิ่นเสียผลประโยชน์จึงได้ยุยงให้ชาว บ้านประท้วงคัดค้านการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ โดยอ้างปัญหาการประมงพื้นบ้านเป็นประเด็นหลัก ทำให้การชุมนุมประท้วง ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2543 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอคุระบุรี เพื่อคัดค้านการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ โดยมีแกนนำผู้คัดค้านผลิตเปลี่ยนกันชึ้นเวทีปราศัยโจมตีการจัดตั้งอุทยาน แห่งชาติ สำหรับทางฝ่ายราชการมีนายมานิต วัฒนเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายยอด คีรีรัตน์ ป่าไม้เขตนครศรีธรรมราช และนายธนพงศ์ อภัยโส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ-เกาะพระทอง ชี้แจงข้อเท็จจริง และทำความเข้าใจ ผลการชุมนุมประท้วงในวันนั้น ผู้ชุมนุมประท้วงได้ลงลายมือชื่อคัดค้าน และยื่นข้อเสนอต่อจังหวัดพังงาให้ยุติการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ซึ่งทางจังหวัดพังงารับเรื่องไว้เสนอต่อกรมป่าไม้ ผู้ชุมนุมประท้วงจึงแยกย้ายสลายกลุ่มไป การดำเนินการสำรวจจัดตั้งยังคงดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2544 ได้มีชาวบ้าน ประมาณ 300 คน ได้บุกรุกเข้ารื้อถอนที่ทำการชั่วคราวของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ-เกาะพระ ทอง บริเวณอ่าวเส็ง ท้องที่หมู่ 3 ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และบังคับให้เจ้าหน้าที่ขนย้ายวัสดุขึ้นมาจากเกาะระ ในช่วงเวลาดังกล่าวกรมป่าไม้ได้มีการโยกย้ายข้าราชการโดยแต่งตั้งนายยุทธนา สัจกุล เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ไปทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ – เกาะพระทอง ต่อไป โดยดำเนินการประสานงานนายอำเภอท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหัวหน้าหน่วยงานราชการเกี่ยวข้องดำเนินการ ตั้งที่ทำการชั่วคราว ณ จุดเดิมที่ถูกรื้อถอนไปอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2544 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน



ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะ ภูมิประเทศเป็นชายฝั่งทะเลยุบตัว ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของภาคใต้ท้องที่จังหวัดพังงา ลักษณะโดยรวมของพื้นที่เป็นหาดโคลนปากแม่น้ำ มีลำคลองหลายสายไหลลงมาบริเวณดังกล่าว เป็นคลองยาวมีสาขามากมายก่อนเปิดออกสู่ทะเลมีความสมบูรณ์ของธาตุอาหารใน ตะกอนดิน และได้รับอิทธิพลจากการขึ้น-ลง ของน้ำทะเล มีภูเขาสูงชันและเกาะต่างๆ วางในแนวเหนือใต้ ได้แก่ เกาะระพื้นที่เป็นเขาสูงและชัน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 235 เมตร เกาะพระพื้นที่เป็นที่ราบ เกาะคอเขาพื้นที่เป็นที่ราบส่วนใหญ่มีภูเขาสลับ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 310 เมตร และจากเกาะบริวารเล็กๆ อีก เช่น เกาะปลิง เกาะตาชัย และเขาบ่อไทรที่มียอดเขาสูงที่สุดคือ 450 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง



ลักษณะภูมิอากาศ
พื้นที่ เกาะระ เกาะพระทอง และพื้นที่ใกล้เคียง มีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี เพราะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ และลมมรสะมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งแบ่งได้ 2 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน โดยมีฝนตกชุกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,124.7 มิลลิเมตร โดยเดือนกันยายนมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุด คือ 366.2 มิลลิเมตร และฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม-มีนาคมโดยมีฝนตกในช่วงนี้บ้าง อุณหภูมิสูงสุด 37.8 องศาเซลเซียส อยู่ในเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 28.97 องศาเซลเซียส



พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
ทรัพยากรป่าไม้
จากการสำรวจสามารถจำแนกได้เป็น 5 ประเภทดังนี้
1.ป่าดิบชื้น พบว่าขึ้นปกคลุมบริเวณที่เป็นเขา เช่น เกาะระ บริเวณลาดเขาและสันเขาพันธุ์ไม้ที่เป็นไม้เด่น เช่น ยางยุง ยางปราย ขันทอง ไม้เรือนยอดรองลงมา เช่น มะปริง มะส้าน เลือดกวาง มะไฟป่า ไม้พื้นล่าง เช่น หวาย กะพ้อ และเตย เป็นต้น
2.ป่าชายเลน พบขึ้นบริเวณชายฝั่ง ตามอ่าวของเกาะ เนื่องจารับอิทธิพลจากลำธาร แม่น้ำลำคลองกลายสายและการขึ้นลงของน้ำทะเล ดินเป็นเลนปนทรายหากมองจากภาพถ่ายทางอากาศ ป่าชายเลนจะเป็นผืนยาวติดต่อกันตั้งแต่ตอนเหนือจากบ้านทุ่งนางดำ ไปทางใต้จนถึงเกาะคอเขา ในพื้นที่อำเ-อ ตะกั่วป่า พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ตะปูนขาว ถั่วดำ ฝาดอกแดง แสมขาว แสมดำ และไม้วงศ์ปาล์ม เช่น จาก เป้งทะเล หลาวชะโอน ไม้พื้นที่ล่างเช่น กระเพาะปลา และ เหงือกปลาหมอ เป็นต้น
3.ป่าชายหาด พบตามชายหาด ตามอ่าวที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง บริเวณเกาะระและเกาะพระทองพันธุ์ไม้ที่พบอาทิ เช่น สนทะเล ชมพู่ป่า โพทะเล มะส้าน เตยทะเล ไม้พื้นล่าง เช่น ผักบุ้งทะเล
4.สังคมพืชทดแทน จากการทำเหมืองแร่ดีบุกบริเวณเกาะพระทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบสภาพดินขาดแร่ธาตุ ไม้เด่นในพื้นที่จะเป็นไม้เสม็ดขาว ขึ้นเป็นกลุ่มบริเวณแอ่งน้ำ และพื้นที่โล่งกว้าง ไม้เสม็ดขึ้นอยู่ห่างกัน และ
5.แหล่งหญ้าทะเล จากการสำรวจการแพร่กระจายและพื้นที่ปกคลุมของหญ้าทะเลชนิดต่างๆ บริเวณหาดทุ่งนางดำโดยวิธี visual estimation พบว่ามีการแพร่กระจายสูง หาดดังกล่าวเป็นพื้นที่ขายหาดฝั่งปากคลองคุระ ความขุ่นใสค่อนข้างน้อย แม่น้ำต่อเนื่องไปบริเวณหาดทุ่งนางดำระหว่างเนินทรายและชายฝั่งเกิดมีลักษณะ คล้ายแอ่งน้ำขนาดใหญ่เป็นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล ซึ่งพบหญ้าทะเลบริเวณนี้ 8 ชนิด โดยมีพื้นที่แพร่กระจายรวม 1.38 ตารางกิโลเมตร เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ Cymodocea serrulata, Halodule uninervis H. ovalis, Syringodium isoetipolium, Enhalus acoroides, Halophrii และ H. minor นอกจากนี้ยังพบการแพร่กระจายของหญ้าทะเลบริเวณทิศตะวันออกของเกาะระ ความสำคัญของแหล่งหญ้าทะเลนั้นมีมากมาย ตั้งแต่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งเลี้ยงตัวอ่อน แห่ลงพบซ่อนศัตรูและเป็นแหล่งหากินของสัตว์ทะเลนานาชนิดอันได้แก่ กุ้ง ปู และปลา อีกทั้งเป็นแหล่งหากินของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ คือ เต่าทะเล และพะยูนด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันแหล่งหญ้าทะเลได้เกิดความเสื่อมโทรม เนื่องจากการทำประมงด้วยเครื่องมือบางชนิดและการเปลี่ยนแปลงของตะกอนในน้ำ ทะเลมากขึ้น จากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้หญ้าทะเลถูกทำลายลงเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อสัตว์ทะเลที่อยู่ในระบบนิเวศ ดังนั้นการควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ตามแนวชายฝั่งให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง อันจะเป็นการฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศแนวชายฝั่งให้เกิดผลดีต่อหญ้าทะเล จึงเห็นควรให้หน่วยงายของรัฐเข้ามาควบคุมอย่างจริงจัง
ทรัพยากรสัตว์ป่า



จาก การสำรวจบนเกาะทุกเกาะตามถิ่นที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ โดยทำการจำแนกและบันทึกสัตว์ป่า ที่พบตัวจริงโดยใช้กล้องส่องทางไกลสำรวจร่องรอยของสัตว์ป่า และจากการสอบถามราษฎรที่อยู่ในท้องถิ่นได้ผลดังนี้
1.สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากการสำรวจเบื้องต้นพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กวางป่า หมูป่า ค่างแว่นถิ่นใต้ ลิงแสม อีเห็นธรรมดา นากใหญ่ขนเรียบ นิ่ม กระรอกท้องแดง กระรอกปลายหางดำ ค้างคาวแม่ไก่เกาะ บ่าง และหนูเกาะ เป็นต้น จากการสำรวจเบื้องต้นโดยการสัมภาษณ์ชาวประมงข้อมูลการขึ้นมาเกยตื้นของ พะยูน ของการสำรวจทางอากาศของประชากรพะยูนของฝั่งอันดามันได้กำเนิดโดยใช้เรือบิน โพลารีส เป็นพาหนะในการสำรวจบินด้วยความเร็วต่ำ (70-80 กม./ชม.) ที่ความสูง 200-1,000 ฟุต โดยสำรวจในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลพื้นที่ประมาณ 100-200 ตร.กม จำนวน 8 แห่ง ในจังหวัดพังงา กระบี่ สตูล ระหว่างวันที่ 31 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2540 พบพะยูนระหว่าง 1-6 ตัว ใน 5 พื้นที่ในจังหวัดพังงาที่บ้านทุ่งนางดำ อำเภอคุระบุรี และข้อมูลเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2541 มีราษฎรพบเห็นพะยูนติดโป๊ะบริเวณด้านทิศตะวันออกของเกาะระ และอ่าวท่งนางดำบ่อยครั้งจึงเป็นหลักฐานยืนยันว่ายังพบพะยูนในพื้นที่ทำการ สำรวจ ปัจจุบันพะยูนได้มีประมาณน้อยลงอย่างมากในน่านน้ำไทย เนื่องจากเป็นสัตว์ที่กินหญ้าทะเลสัตว์น้ำตื้นชายฝั่ง และเป็นสัตว์ที่เป็นอาหารของชาวประมง การเพิ่มจำนวนของเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพก่อให้เกิดการจับพะยูนมาก ขึ้น จนเข้าใจว่าอาจจะสูญพันธุ์ไปจากน่านน้ำไทยในเวลาอันใกล้นี้.



สำหรับ ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมบนเกาะพระทองเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถ฿ งเดือนเมษายนของทุกปี ส่วนเวลาที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนาบนเกาะพระทอง คือเวลาเช้าตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น ประมาณ 06.00-08.00 น.และตอนเย็นประมาณ 16.00-18.00 น. จะเห็นทุ่งหญ้าสะวันนาบนเกาะพระทอง เป็นสีทองเหลืองอร่ามไปทั่วท้องทุ่ง นอกจากนั้นยังสามารถชม พระอาทิตย์ตกที่หน้าหาดเกาะปลิงเป็นภาพที่สวยงามมาก



การเดินทาง
จาก อ. คุระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ขึ้นมาทาง จ. ระนอง ประมาณ 6 กม.
เลี้ยว ซ้ายสู่ท่าเทียบเรือคุระบุรี(แพปลา) สามารถเช่าเรือหางยาวข้ามไปท่องเที่ยวยังเกาะพระทองได้ระยะทางประมาณ15 กม. โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีเท่านั้น
สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 4 โทร. 0-7621-1036, 0-7621-2216, 0-7621-7138

Additional information