มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

ท่องแดนหัตถศิลป์ถิ่นช้างไทย
...ตอนพิธีแต่งงาน และจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก


เมื่อ วันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมานี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ และนิตยสาร PHOTOTECH&Travel Line ได้นำคณะนักท่องเที่ยวพร้อมคู่วิวาห์จำนวน 11 คู่ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯมุ่งหน้าสู่ จ.สุรินทร์เพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานบนหลังช้างและท่องเที่ยวตามแหล่งท่อง เที่ยวต่างๆในจังหวัดสุรินทร์




วันแรกออกเดินทาง

ตอนเช้าจากกรุงเทพฯเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดสุรินทร์ระหว่างทางแวะรับประทานกลางวันกันที่ร้านรักต้นไม้ จังหวัดบุรีรัมย์




จาก นั้นเที่ยวชมชมความวิจิตรของการทอใยไหม ผลิตผ้าไหมแบบครบวงจร ตลอดจนขั้นตอนการเลี้ยงหม่อนไหม ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พร้อมช้อบปิ้งผ้าไหมและสินค้าพื้นเมืองกันอย่างจุใจ



จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรมทองธารินทร์ ในตัวเมืองสุรินทร์



พอ ตกค่ำเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคู่บ่าวสาวพร้อมพิธีบายศรีสู่ขวัญจากผู้หลัก ผู้ใหญ่ในจังหวัดสุรินทร์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพร้อมการแสดงพื้น บ้านของสุรินทร์พร้อมเสียงงร้องเพลงไทยปนเขมรจากน้ำเสียงอันไพเราะของ น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ศิลปินชื่อดังของเมืองสุรินทร์และแดนดินถิ่นอีสานใต้




วันที่สองของการเดินทาง




ตื่น แต่เช้ามืดจากนั้นเดินทางไปยัง เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ แต่งงานบนหลังช้างพิธีกรรมแบบของชาวกวย ณ ศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์



ซึ่งเจ้าบ่าวสวมด้ายมงคลและจะต้องนั่งบนหลังช้างแห่แหนขบวนขันหมาก



ไปรับเจ้าสาวที่จะสวมจะลอม(มงกุฏที่ทำจากใบตาล)เพื่อทำพิธีบายศรีสู่ขวัญและร่วมพิธีการเลี้ยงโต๊ะจีนช้าง



ปิดท้ายด้วยการรับมอบใบทะเบียนสมรสที่ใหญ่ที่สุดในโลกบนหลังช้าง อิ่มอกอิ่มใจม่วนซื่นหน้าบานกันทั้งคณะ



จาก นั้นเวลาออกเดินทางเพื่อไปชมความงามของผ้าทออันเลื่องชื่อ ผ้าไหมยกทองโบราณ ณ.หมู่บ้านทอผ้ายกทองโบราณบ้านท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์



พร้อม ชมการทอผ้าไหมยกทองโบราณที่มีความสวยงาม มหัศจรรย์ด้วยการออกแบบลวดลายที่วิจิตรตระการตาเป็นลวดลายชั้นสูงที่ใช้มอบ เป็นของกำนัลให้แก่ผู้นำประเทศที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนประเทศไทย



ซึ่ง ลวดลายของผ้าประดิษฐ์คิดค้นขึ้นโดย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทยโดยใช้ความละเอียดในการทอผ้าไหม 1,418 ตะกอ ใช้ช่างทอประจำกี่ 4 คน ขึ้นไป



จากนั้นเพิ่มความเซอร์ไพรส์ใก้กับคู่บ่าวสาวด้วยกิจกรรมถ่ายภาพแต่งงานในแบบสตูดิโอ และเลือกช็อปสินค้าเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน




จากนั้นเดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือไปเดินช็อปปิ้งที่ไนท์บาซาร์ ถนนคนเดินเมืองสุรินทร์




วันที่สามของการเดินทาง



เป็นวันสบายๆ หลังจากร่วมงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ แต่งงานบนหลังช้างเมื่อวานนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



เช้า วันนี้หลังจากที่คู่บ่าวสาวรับมอบภาพที่ระลึก ณ บริเวณโขลงช้างปูนปั้นลานน้ำพุที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรมทองธารินทร์ จากคุณบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



จาก นั้นคณะของเราได้มีโอกาสเดินทางไปยัง หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงิน บ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อชมการทำเครื่องเงินโบราณ คือการทำลูกประคำเงิน หรือลูกปะเกือม เครื่องประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวสุรินทร์และเลือกซื้อของตามใจชอบ



ปิดท้ายโปรแกรมด้วยการไหว้พระขอพร และเคาะระฆังจำนวน 1,080 ใบ ณ. วนอุทยานพนมสวาย



ซึ่ง เชื่อกันว่าอานิสงส์ของการเคาะระฆังในครั้งนี้จะส่งผลบุญให้เกิดในชาติใดก็ ตาม จะเป็นผู้มือชื่อเสียงโด่งดังไปไกล เคาะมากโด่งดังมากเคาะน้อยโด่งดังน้อยตามกำลังแขนกำลังขาและจิตศรัทธาอัน แรงกล้าของแต่ละคนครับ



จาก นั้นแวะสักการะบูชา อนุสาวรีย์ของพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม)ซึ่งตั้งอยู่ภายในวงเวียนใจกลางเมืองสุรินทร์ อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ระลึกถึงคุณงามความดีของพระยาสุรินทร์ภักดีศรี ณรงค์จางวางผู้สร้างเมืองสุรินทร์ท่านแรก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ การสร้างเมืองสุรินทร์ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา.



ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯคณะของเราแวะซื้อของฝาก ขนมอร่อยๆ กำนัลแด่คนทางบ้าน ณ ร้านบ้านขนม อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์



ซึ่ง มีขนมไทยพื้นบ้านให้เลือกซื้อหากันมากมายแถมเจ้าของร้านเป็นหนุ่มใหญ่ อัธยาศัยดีนามว่าคุณปริญญา กอปรสิริพัฒน์ เจ้าของร้าน “บ้านขนม” ในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์



สำหรับ ขนมที่มีชื่อเป็นที่นิยมมากซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือมากที่สุดก็คือขนม ไทยโสมนัส ซึ่งเป็นตัวแทนที่สื่อถึงความ ปิติ ยินดี ความปลาบปลื้มใจ เป็นการส่งความสุข ความดีใจ จากผู้ให้สู่ผู้รับ



นอก จากนี้ยังมีขนมไทยพื้นบ้านอาทิเช่นขนมทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทองฯลฯอีกด้วยครับซึ่งคณะของเราก็อุดหนุนซื้อขนมนมเนยติดไม้ติดมือกัน คนละอย่างสองอย่างกลับบ้านอีกด้วย



จากนั้นจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพครับ.

ขอขอบคุณ
- นิตยสาร phototech magazine
156 ชอยอนามัย ถนนศรีนครินทร์ เขตสวนหลวงกรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ 02-721-4417,086-339-6769
e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. www. phototech-mag.com
- ททท. สำนักงานสุรินทร์
ที่อยู่ : 355/3-6 ถ.เทศบาล 1 ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ 32000
โทรศัพท์. 0 4451 4447
โทรสาร. 0 4451 8529
อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เว็บไซต์: www.tourismthailand.org/surin

Additional information