มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

โครงการคาราวานสะพายกล้องท่องเที่ยว-ถ่ายภาพเหมืองปิล๊อค(ณัตเอ็งต่อง)

การ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรีและนิตยสารถ่ายภาพชั้นนำ Phototech&Travel Lineพาคณะนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพพร้อมสื่อมวลชนร่วมโครงการคาราวาน สะพายกล้องท่องเที่ยว-ถ่ายภาพเหมืองปิล๊อค(ณัตเอ็งต่อง)




เมื่อ วันที่ 3-5 กุมภาพันธุ์ 2555 ที่ผ่านมานี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรีและนิตยสารถ่ายภาพชั้นนำPhototech&Travel Lineพาคณะนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพพร้อมสื่อมวลชนร่วมโครงการคาราวาน สะพายกล้องท่องเที่ยว-ถ่ายภาพเหมืองปิล๊อค(ณัตเอ็งต่อง)โดยเปิดโลกทไวไลท์ โซนบนยอดเนินช้างศึกเพื่อให้ตากล้องได้บันทึกภาพดินแดนที่งดงามและสมบูรณ์ ไปด้วยธรรมชาติ สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยวและถ่ายภาพสัมผัสธรรมชาติและท้องฟ้าและวัฒนธรรม ท้องถิ่นแห่งเหมืองปิล๊อคในจังหวัดกาญจนบุรีทริปที่นักท่องเที่ยว ถ่ายภาพไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดคิดว่าจะเป็นทริปโปรดของนักถ่ายภาพในช่วง ปลายเหมันต์หรือฤดูหนาวอันแสนสุข ณ. จังหวัดกาญจนบุรีจุดถ่ายภาพเหมือนกับดินแดนในเทพนิยายที่ทุกท่านจะได้ บันทึกภาพแห่งความงามยามอาทิตย์อัสดงไว้ในความทรงจำบนยอดเนินช้างศึกบนเห มืองปิล๊อค
ทริปนี้เป็นทริปที่น้อยคนนักจะได้เคยไปสัมผัสและเป็นทริปที่ คุณอิสระพงษ์ แทนศิริ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี มอบหมายให้นิตยสารPhototech&Travel Lineพาคณะถ่ายภาพพร้อมกล้องถ่ายภาพคู่ใจเดินทางไปตะลุยเก็บภาพสวยๆถึง ตะเข็บชายแดนทางด้านทิศตะวันตกติดกับประเทศเมียนม่าร์เพื่อนบ้านเป็น เวลา3วัน2คืนโดยพักกันแบบโฮมสเตย์บนยอดดอยสูง ณ หมู่บ้านอีต่องในเหมืองปีล๊อค
สำหรับการเดินทางในทริปนี้คณะถ่ายภาพเดิน ทางโดยรถตู้มุ่งหน้าสู่อำเภอทองผาภูมิในจังหวัดกาญจนบุรีระยะทางประมาณ 4000กิโลเมตร ระหว่างทางแวะทานอาหารกลางวันกันที่สวนป่าทองผาภูมิทองผาภูมิในอำ เภอจังหวัดกาญจนบุรีหลังอาหารกลางวันขบวนคาราวานผู้รักการถ่ายภาพเข้าฟัง คำบรรยายและแนะนำวิธีการถ่ายภาพที่ถูกต้องจาก อาจารย์ ธวัช มะลิลา ผู้ทรงวุฒิแห่งสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยภายในห้องประชุมของสวนป่าทอง ผาภูมิเมื่อได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ ธวัช มะลิลา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นจึงเดินทางกันต่อไป.



จุด แรกที่คณะของเราจะแวะพักรถคือเขื่อนวชิราลงกรณ์หรือชื่อเดิมว่าเขื่อนเขา แหลมในอำเภอทองผาภูมิเอากล้องเอาเลนส์ออกมาtest กันก่อนที่จะลงสนามลั่นซัตเตอร์จริงๆ



จุดต่อมาก็คืออุทยานแห่งชาติทองผาภูมิซึ่งมีเนื้อที่กว่า700,000ไร่



อยู่ในความรับผิคชอบของคุณทัศนัย เปิ้นสมุทรหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ



และภายใน ที่ทำการของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิยังเป็นที่อาศัยของนกเงือกตัวใหญ่น่า รักและแสนรู้ชื่อว่าแจ๋วแหววที่บินออกมาทักทายต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคณะ ที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนภายในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิแห่งนี้



จา นั้นเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯเข้าไประยะทางประมาณ300เมตรก็จะถึงจุดชมวิว เนินกูดดอย ณ จุดนี้นักถ่ายภาพสามารถแลเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาอันสลับซับซ้อนและใน วันที่ท้องฟ้าเปิดสามารถมองเห็นไปถึงเขื่อนวชิราลงกรณ์ให้นักถ่ายภาพมือ สมัครเล่นและมืออาชีพได้ประลองฝีมือกันอย่างหนำใจ




จุด ชมวิวทั้งสองแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่คุณสมบัติเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรีและทีมงานของนิตยสารPhototech&Travel Lineเคยเดินทางมาสำรวจแล้วและลงความเห็นกันว่าเป็นจุดชมวิวหนึ่งในหลายๆจุด ที่เหมาะสมกับการประกวดถ่ายภาพในครั้งนี้
จากนั้นจึงเดินทางออกจาก อุทยานแห่งทองผาภูมิผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวลัดเลาะไปตามถนนราดยางไปตามสัน เขามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านอีต๊องในเหมืองปิล๊อคระหว่างทางขบวนคาราวาน ถ่ายภาพแวะประลองฝีมือถ่ายภาพกันที่บริเวณน้ำตกจ๊อกกะดิ่นซึ่งมีความสูง ประมาณ30เมตรน้ำไหลตกลงมาตลอดทั้งปี



จาก นั้นขบวนคาราวานถ่ายภาพก็เดินทางต่อมายังยอดเนินช้างศึกในช่วงเวลาที่ดวง อาทิตย์กำลังใกล้ที่จะลาลับขอบฟ้า เพื่อให้ขบวนคาราวานถ่ายภาพแวะประลองฝีมือถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน



ดวง อาทิตย์ลาลับขอบฟ้าลงไปแล้วจากนั้นขบวนคาราวานถ่ายภาพก็เดินทางมาถึงยัง หมู่บ้านอีต๊องในเหมืองปิล๊อคขนสัมภาระเข้าสู่ยังที่พักค้างแรมแบบโฮมสเต ย์ปฎิบัติภาระกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นจึงมารับประทานอาหารค่ำ ร่วมกับที่ร้านอาหารครัวสุดแดนในหมู่บ้านอีต๊องซึ่งเต็มไปด้วยเมนูอาหาร อร่อยมากมายหลายชนิดอาทิเช่นผัดเห็ดญี่ปุ่นสดๆซึ่งเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยว ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง



พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านของเด็กน้อยชาวกระเหรี่ยงแห่งหมู่บ้านอีต๊อง



หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ที่พักค้างแรมหลับไปอย่างมีความสุขท่ามกลางขุนเขาและความหนาวเย็นแหห่งหมู่บ้านอีต๊องในเหมืองปิล๊อคแห่งนี้
เช้า ของวันรุ่งขึ้นหลังจากใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ที่มาเดินรับบิณฑบาตรในหมู่บ้าน อีต่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงมารับประทานอาหารเช้าร่วมกัน




หลัง อาหารเช้าขบวนนักท่องเที่ยวถ่ายภาพพากันเดินเท้าถ่ายภาพวิถึชีวิตของชาว ไทยและกระเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอีต๊องในเหมืองปิล๊อค




จาก นั้นจึงเดินทางมายังวัดเหมืองปิล๊อคสร้างขึ้นมาในแบบศิลปะพม่าบนยอดเขาด้าน บนสุดของวัดเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์ศิลปะในแบบพม่าตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอด เขามีเส้นทางบันไดปูนเดินเท้าขึ้นไปยังองค์พระเจดีย์ที่ข้างทางบันไดขึ้น เรียงรายไปด้วยรูปปูนปั้นของพระภิกษุจำนวนนับร้อยองค์เดินเท้าอุ้มบาตรลงมา โปรดสัตว์ยังเบื้องล่างให้ช่างภาพได้ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน



จาก นั้นจึงเดินทางมายังจุดประสานสัมพันธไมตรีไทย-พม่าหรืออีกชื่อหนึ่งว่าเนิน เสาธงจุดผ่านแดนมิตรภาพของทั้งสองประเทศที่ตั้งเด่นเป็นสง่าท้าทายแดดลม อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน




จากจุดผ่านแดนแห่งนี้ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงสามารถมองเห็นแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติของไทยและพม่า



และเจดีย์กเลงอ่องจำลองแห่งเมืองทวายได้อย่างชัดเจน




พร้อมกับถ่ายรูปกับทหารพม่าประจาฐานแห่งนี้เป็นที่ระลึกก่อนที่จะเดินเท้ากลับเข้ามายังฝั่งไทย



จาก นั้นขบวนคาราวานถ่ายภาพพร้อมทั้งสื่อมวลชนทำการมอบสิ่งของเครื่องใช้ใน ชีวิตประตำวันให้แก่ตำรวจชายแดนบริเวณเนินเสาธงที่คอยเฝ้าพิทักษ์ปกป้อง รักษาแผ่นดินไทยไว้ให้พวกเรา




จาก นั้นจึงเดินทางกลับลงมายังตัวเมืองทองผาภูมิแวะนมัสการพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สีขาวที่วัดทองผาภูมิตั้งประดิษฐานอยู่ตรงข้ามกับสำนักงานเทศบาลตำบลทอง ผาภูมิในอำเภอมืองทองผาภูมิ



จากนั้นเดินทางไปยังวัดท่าขนุนเป็นวัดประจำอำเภอทองผาภูมิเดินเท้าไปตามบันไดปูน100 กว่าขั้น



ขึ้นไปนมัสการพระพุทธเจติยะคีรีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของวัดที่ตั้งบนยอดเขาภายในวัดท่าขนุน




และ จากจุดนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองทองผาภูมิได้แบบสุดสายตาพานอ ราม่าอีกด้วยขบวนนักถ่ายภาพต่างพากันบันทึกภาพวิวทิวทัศน์ความประทับใจ



จาก นั้นจึงเดินเท้ากลับลงมายังเบื้องล่างเข้าสู่ที่พัก สวนป่าทองผาภูมิเพื่อเข้าร่วมงานประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “ภาพเล่าเรื่องเหมืองปิล๊อค(ณัตเอ็งต่อง)”ในค่ำคืนนี้ ซึ่งกรรมการตัดสินในครั้งนี้เต็มไปด้วยกรรมการผู้ทรงวุฒิหลายท่าด้วยกันอาทิ เช่น อาจารย์ ธวัช มะลิลา ผู้ทรงวุฒิแห่งสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยและคุณอิสระพงษ์ แทนศิริ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรีได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นกรรมการตัดสินการประกวด ถ่ายภาพในค่ำคืนนี้อีกด้วย.


เช้า ของวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯคณะนักท่องเที่ยวที่รักการ ถ่ายภาพพร้อมสื่อมวลชนได้แวะเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจแช่น้ำร้อนคลายเส้นสายกัน ที่ “น้ำพุหินดาด”ตั้งอยู่ภายในอำเภอทองผาภูมิ หลังจากสบายเนื้อสบายตัวกันแล้ว



หลังจากนั้นจึงออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ.

ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานกาญจนบุรีที่อยู่ : ถ.แสงชูโต ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์. 0 3451 1200, 0 3451 2500
โทรสาร. 0 3462 3691
อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เว็บไซต์: www.tourismthailand.org/kanchanaburi
- นิตยสาร phototech magazine
156 ชอยอนามัย ถนนศรีนครินทร์ เขตสวนหลวงกรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ 02-721-4417,086-339-6769
e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. www. phototech-mag.com

Additional information