วันที่สองของการเดินทาง

   หลังจากที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครพนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ววันรุ่งขึ้นคณะของเราก็เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่3มายังเมืองท่าแขกในแขวงคำม่วนของสปป.ลาว

-         ด่านตรวจคนเข้า-ออกเมืองของไทยบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่3นครพนม-คำม่วน

สำหรับสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย(นครพนม)กับสปป.ลาว(คำม่วน)โดยพื้นที่ฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านห้อมตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม และทางฝั่งลาวตั้งอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก ในแขวงคำม่วน เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากประเทศไทยเข้าสู่สปป.ลาวและประเทศเวียดนาม สะพานมิตรภาพแห่งที่3 มีความยาวทั้งสิ้น780 เมตร มีช่องลอดกว้าง60 เมตร สูง 10 เมตร 2 ช่วง ความกว้างสะพาน 13 เมตร และมีการช่องจราจร 2 ช่องแต่ไม่มีเส้นทางรถไฟ

-         สะพานมิตรภาพแห่งที่3นครพนม-คำม่วน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่3 (นครพนม - คำม่วน) เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2552  ณ.มณฑลพิธี บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม และได้ฤกษ์เปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดนครพนมของไทยกับแขวงคำม่วนของสปป.ลาว โดยพิธีเปิดได้มีขึ้นกลางสะพานเมื่อวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ปี 2011 ซึ่งทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องกันที่จะใช้ตัวเลข 11-11-11เป็นตัวเลขแห่งความทรงจำ โดยได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงเป็นประธานในพิธีร่วมกับฝ่ายลาวคือพณฯบุญยัง วอระจิตรองประธานประเทศของสปป.ลาว

-         อนุสาวรีย์เราสู้ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข13Aใต้ระหว่างทางเข้าสู่เมืองท่าแขกในแขวงคำม่วนของสปป.ลาว   

ระหว่างเดินทางเข้าสู่แขวงคำม่วนคณะของเราหยุดชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติกันที่กำแพงหินยักษ์

-         กำแพงยักษ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติของแวงคำม่วน

-         รูปพระแม่มารีที่บริเวณผนังของกำแพงยักษ์

ซึ่งเป็นกำแพงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีลักษณะเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ซ้อนกันสูงไม่ต่ำกว่า10เมตรความยาว10กม.นับว่าเป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรขึ้นนักธรณีวิทยาได้สันนิษฐานกันว่าเป็นรอยเลื่อนท่าแขกบริเวณโดยรอบของกำแพงหินยักษ์เป็นที่ตั้งสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางคริสต์ศาสนาโดยมีรูปปั้นของรูปพระแม่มารีประดิษฐานอยู่ติดกับผนังของกำแพงหินยักษ์อีกด้วยจากกำแพงยักษ์คณะของเราเดินทางเข้าสู่เมืองท่าแขก

-         ตึกรามบ้านช่องยุคอาณานิคมภายในเมืองท่าแขก

สำหรับเมืองท่าแขกเป็นเมืองเอกของแขวงคำม่วนซึ่งนับเป็นแขวงที่มีความสำคัญทางประวัติสาตร์ของสปป.ลาว โดยมีเรื่องเล่าในอดีตที่ผ่านมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 แขวงนี้เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรฟูนันและเจนละโดยได้เรียกขานเมืองนี้ว่า “ศรีโคตรบูร” ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสยกทัพมายังเมืองศรีโคตรบูรในปี พ.ศ. 1910 เมืองศรีโคตรบูรจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมือง “ท่าแขก” ด้วยเหตุนี้เองภายในเมืองท่าแขกจะพบกับอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสอยู่หลายแห่ง ปัจจุบันชื่อของเมืองท่าแขกได้เป็นแต่เพียงชื่อของเมืองหลวงเท่านั้น โดยทางรัฐบาลลาวได้เปลี่ยนชื่อแขวงใหม่ให้เป็นแขวง “คำม่วน”เนื่องจากชื่อท่าแขกไม่สะท้อนถึงความเป็นชนชาติลาวอย่างแท้จริง   แขวงคำม่วนตั้งอยู่ห่างจากนครเวียงจันทน์ลงมาทางทิศใต้ระยะทาง 350 กิโลเมตร นับเป็นเมืองศูนย์กลางของการเดินทางและเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของสปป.ลาว

-         ตึกเก่าๆสมัยยุคอาณานิคมยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไปภายในเมืองท่าแขก

-         ถนนเลียบแม่น้ำโขงภายในเมืองท่าแขก

-         บรรยากาศดวงอาทิตย์ลาลับลับขอปฟ้าริมแม่นำโขงที่เมืองท่าแขกตรงข้ามคือตัวเมืองนครพนมทางฝั่งไทย

-         บรรยากาศยามคำคืนของนครพนมมองจากเมืองท่าแขกสปป.ลาว

-         บรรยากาศถนนเลียบแม่น้ำโขงยามค่ำคืนในเมืองท่าแขก

หลังอาหารกลางวันในเมืองท่าแขกสิ้นสุดลงคณะของเราก็ออกเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในแขวงคำม่วนโดยเริ่มต้นออกเดินทางไปยัง วัดพระธาตุศรีโคตรบูร

-         วัดพระธาตุศรีโคตรบูร

วัดพระธาตุศรีโคตรบูรตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงห่างจากตัวเมืองท่าแขกประมาณ 6 กิโลเมตร วัดศรีโคตรบูร เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยที่ยังใช้ชื่อว่าเมืองศรีโคตรบูร ภายในเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุโดยชาวบ้านเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านันทเสนแห่งเมืองศรีโคตรบูรต่อมาได้รับการบูรณะครั้งแรกในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในช่วงงานเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ชาวบ้านจะจัดงานวัดอย่างยิ่งใหญ่บริเวณลานวัดและทำบุญเหมือนประเทศไทย นอกจากนี้ภายในวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่โดยพระเจ้าอนุวงศ์เป็นผู้สร้างไว้จากนั้นจึงเดินทางต่อมายังถ้ำนกนางแอ่น

-         ปากทางเข้าถ้ำนกนางแอ่น

-         บรรยากาศภายในถ้ำนกนางแอ่น

ถ้ำนกนางแอ่นตั้งอยู่ห่างจากถ้ำพระประมาณ10กิโลเมตร ถ้ำนางแอ่นเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาถ้ำของแขวงคำม่วน ภายในถ้ำเย็นสบายและมีทางเดินอย่างดี อีกทั้งยังติดไฟสงสว่าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมหินงอกหินย้อยภายในถ้ำได้อย่างปลอดภัย สาเหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำนางแอ่น ชาวลาวได้เล่าสืบต่อกันมาว่า ถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นจำนวนมาก จนกระทั่งรัฐบาลลาวได้ทำการพัฒนาถ้ำแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว นกนางแอ่นจึงพากันย้ายหนีไปหมด สำหรับสิ่งที่น่าสนใจในถ้ำแห่งนี้คือ พระพราหมณ์ขนาดเล็กสีทองไม่ปรากฏว่ามีที่มาอย่างไร ชาวลาวส่วนใหญ่เมื่อเดินทางมาเที่ยวก็จะแวะมากราบขอพรอยู่เสมอๆจากนั้นคณะของเราเดินทางมาเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์

-         ทางเข้าพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์

-         บรรยากาศบริเวณโดยรอบของพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์

พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงเพื่อศึกษาประวัติของท่านโฮจิมินห์และเจ้าสุภานุวงศ์ในช่วงสงครามอินโดจีนซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวประสบการณ์การเดินทางไปทั่วโลกและการเดินทางกลับมาต่อสู้เพื่อกอบกู้เอกราชของท่านโฮจิมินห์ให้รอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในยุคนั้น

-         บอรด์แสดงถึงเครื่องแต่งกายเรียบง่ายที่ลุงโฮสวมใส่สมัยเมื่อยังมีชีวิตอยู่

-         ภาพถ่ายภายในพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์เป็นรูปท่านไกสร พมวิหานประธานประเทศในขณะนั้นกำลังสนทนากับโฮจิมินห์

ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์บรรยากาศสวยงามแต่เงียบเหงาเพราะยังขาดนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชม

-         หุ่นขี้ผึ้งแสดงเรื่องราวกิจวัตรประจำวันของชาวเวียดนามภายในพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์

จากนั้นคณะของเราใช้เวลาเดินทางประมาณ1ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงยังบ้านเชียงหว่าง

-         ภาพชาวเวียดนามกำลังตากแผ่นแป้งอาหารของชาวเวียดนามระหว่างทางไปบ้านเชียงหว่างริมแม่น้ำโขง

บ้านเชียงหว่างตั้งอยู่ชานเมืองท่าแขกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทำขนมใบป่านกับกลุ่มชาวลาวเชื้อสายเวียดนามสำหรับขนมใบป่านเป็นขนมดั่งเดิมของเวียดนามจะทำขนมใบป่านในงานบุญและงานประเพณีสำคัญต่างๆเหมือนกับการทำขนมเข่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนครับ

-         กรรมวิธีการทำขนมใบป่านของชุมชนชาวเวียดนามแห่งบ้านเชียงหว่าง

-         ลองชิมขนมใบป่านแห่งบ้านเชียงหว่างกันไหมค่ะ

-         ขนมใบป่านห่อด้วยใบตอง

หลังจากที่คณะของเราเดินทางท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวในเมืองท่าแขกจนสมควรแก่เวลาก่อนเดินทางกลับมายังนครพนมคณะของเราแวะเที่ยวชมตลาดหลักสองตั้งอยู่มุมถนนคูวอละวงห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร ตลาดหลักสองเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่มีสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีนและเวียดนามให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว อาหารสดรวมไปถึงร้านขายทองและเครื่องเงินหลากหลายรูปแบบอีกด้วยครับ

-         หนังควายตากแห้งอาหารขึ้นชื่อของลาว

    หลังจากช้อบปิ้งกันพอหอมปากหอมคอเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นคณะของเราก็ออกเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่3กลับสู่จังหวัดนครพนมโดยสวัสดิภาพ.

-         ด่านตรวจคนเข้า-ออกเมืองทางฝั่งไทย

-         เดินทางกลับมาถึงฝั่งไทยโดยสวัสดิภาพ

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้

-         สำนักงานสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ชั้น14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ถ.พหลโยธินแขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯโทรศัพท์0-2278-8200ต่อ8313