มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

เรื่อง: ญาณภัทร์ มันทสูตร
ภาพ: ธันวา

สวัสดีครับ Idotravellers.com ฉบับนี้จะขอนำทุกท่านหลีกหนีความวุ่นวานในเมืองกรุง มาสัมผัสกับธรรมชาติทางภาคเหนือ แต่อย่าเข้าใจผิดผมไม่ได้จะพาท่านผู้อ่านขึ้นไปเที่ยวภาคเหนือกันหรอกนะ ครับ แค่จังหวัดใกล้ๆกรุงเทพแค่นี้เองครับคือ อุทยานแห่งชาติพุเตยในจังหวัดสุพรรณบุรีตามผมมาเลยครับเดี๋ยวผมและคณะสื่อ มวลชนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. ภาคกลาง จะพาไป UNSEEN เปิดโลกใหม่ของการท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรีกันว่าในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ได้มีแค่ขนมสาลี่ หอบรรหาร แจ่มใส ตลาดสามชุก บึงฉวาก อย่างที่เราทุกคนรู้จักกัน

วันที่หนึ่งของการเดินทาง
จากกรุงเทพ มุ่งสู่สุพรรณบุรีประมาณ 100 กิโลเมตร มาถึงก็ตอนเย็นแล้วครับผมและคณะสื่อมวลชนได้เข้าพักกันที่โรงแรม วาสิฏฐี ซิตี้ โฮเทล ในตัวเมืองจังหวัดสุพรรณบุรีกันก่อนเพื่อที่จะเตรียมตัวพักผ่อน ตื่นแต่เช้า ออกเดินทางจากตัวเมืองมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติพุเตย ส่วนใครที่มาเที่ยวที่สุพรรณแล้วสนใจมาพักที่นี่ เข้าไปที่ www.vasidteecity.com ได้เลยครับ
จากตัวเมืองสุพรรณบุรีมุ่งหน้าสู่อำ เภอด่านช้างอุทยานแห่งชาติพุเตย ใช้ถนนหมายเลข 3086 ถึงสี่แยกบ้านปลักประดู่แล้วเลี้ยวขวาผ่านทุ่งมะกอกผ่านห้วยหินดำแล้วตาม ป้ายไปจนถึงที่ทำการฯอุทยาน แต่พวกเราจะต้องเดินทางไปต่อด้วยรถบรรทุกหกล้อเพราะว่าเส้นทางขึ้นไปสู่ หน่วย พิทักอุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ นั้นเป็นทางลูกรังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงลาดชันมากรถ ธรรมดาไม่สามารถขับขึ้นไปได้ต้องเป็นกระบะ 4x4 หรือรถกระบะยกสูงเท่านั้น ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงนั่งโยกไปมาซ้ายขวากับคณะสื่อมวลชนท่านอื่น สนุกดีนะครับบางช่วงถึงกับตัวลอยเลยก็มี แต่แล้วก็มาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ จนได้ครับ



หน่วย พิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์อยู่มาก ผืนป่า และต้นน้ำตะเพินคี่ ยังคงสภาพสมบูรณ์ตั้งอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระป่าเขาพุระกำและป่า เขาห้วยพลู มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนสัตว์ป่าชุกชม มีไร่ข้าวโพดหลายหมื่นไร่ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมาก มีน้ำตก ทางเดินป่าสนสองใบ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยล่องไพรและเดินป่าและเป็นที่ตั้งของหมู่ บ้านกะเหรี่ยง ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยมานานกว่า 200 ปี มีอากาศหนาวเย็น ในหน้าหนาวอุณหภูมิอาจลดลง 5-6 Cได้เลยทีเดียว ที่ตะเพินคี่แห่งนี้มียอดเขาหนึ่งชื่อว่ายอดเขาเทวดาที่มีความสูงกว่า 1000 เมตร และนั่นคือที่หมายจุดสูงสุดของเราที่จะไปกัน แต่ตอนนี้เราจะไปกันที่ ถ้ำตะเพินเพชร ถ้ำตะเพินเงิน เขตรอยต่อสามจังหวัด สุพรรณบุรี-อุทัยธานี-กาญจนบุรีและหมู่บ้านกะเหรี่ยงกันก่อนครับ



แวะ พักกินข้าวห่อใบตองกระเพราไข่ต้มกันและเดินทางต่อด้วยรถกระบะ4x4 จากหน่วย พิทักอุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ มากันที่ถ้ำตะเพินเพชร ไม่ไกลมากนัก เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีเพดานถ้ำสูงถึง 10 เมตร มีหินงอก หินย้อย สีขาวบริสุทธิ์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าแร่สิลิก้า เป็นประกาย ดุจดั่งเพชร เลยได้ชื่อว่า ถ้ำตะเพินเพชร การเข้าเที่ยวชมถ้ำตะเพินเพชรนั้น ทางเข้าค่อนข้างจะคับแคบเอาเรื่องเหมือนกัน จึงต้องใช้ความพยายามเบียดร่างกายเข้าไปบางช่วงก็ต้องมุดก้มต่ำกันเลยที เดียว ถือว่าเป็นความท้าทายสำหรับผม คณะสื่อมวลชนและททท.ได้ดีทีเลยเดียว ภายในถ้ำนั้นอากาศเย็น หากเป็นคนที่ชื่นชอบธรรมชาติของกินงอกหินย้อยแล้วละก็ไม่ผิดหวังแน่ครับ


มา ต่อกันอีกถ้ำไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ถ้ำตะเพินทอง เป็นภูเขาหินปูนใกล้ๆกับหมู่บ้านกะเหรื่ยง ทางเข้าเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ สักการะกัน ถัดออกมาเลยจากถ้ำไม่ถึง 100 เมตร จะพบกับเขตรอยต่อสามจังหวัด สุพรรณบุรี-อุทัยธานี-กาญจนบุรี ครับ เท่ากับว่ามาที่นี่ได้เที่ยวเที่ยวถึง 3 จังหวัดเลยนะครับ



และ สุดท้ายของวันนี้หมู่บ้านกะเหรี่ยง มาสัมผัสกับวิธีชีวิตของชาวหมู่บ้านกะเหรี่ยงตั้งอยู่บริเวณชายเขาเทวดา ในหมู่บ้านอากาศดีมากจนบางคนถึงกับบอกว่า “เที่ยวตะเพินคี่ 1 ครั้ง อายุยืนขึ้น 1 ปี” คุณสามารถเดินถ่ายรูปในหมู่บ้านได้นะครับแต่ข้อควรระวังคือ ถ้าคนในหมู่บ้านไม่ให้ถ่ายเขา อย่าไปฝืนถ่ายนะครับอาจจะมีปัญหากับคนในหมู่บ้านได้หรือไม่ก็จะได้ยินเสียง ด่าย้อนหลังกลับมาเป็นภาษากะเหรี่ยงกลับมา เพราะคนที่นี้บางคนเขาถือเรื่องการถ่ายรูปครับ ชาวกะเหรี่ยงบางคนเชื่อว่าการถ่ายรูปนั้นเป็นการดูดวิญญาณออกจากร่างกาย อีกความเชื่อหนึ่งในหมู่บ้านนี้ก็คือ ภายในหมู่บ้านยังมีเจดีย์จุฬามณีเป็นเจดีย์ปูนเล็กๆ ที่จำลองมาจากเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับหมู่บ้านกะเหรี่ยง รอบๆเจดีย์จะมีรั้วกั้นล้อมรอบ ชาวกะเหรี่ยงที่บ้านตะเพินคี่ ยังคงรักษาพิธีกรรมตามความเชื่อของตนเอง มีพิธีกรรมที่สำคัญ ได้แก่ พิธีไหว้จุฬามณีในวันขึ้นปีใหม่ของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ในวันนี้ ถือเป็นวันรวมญาติของชาวกะเหรี่ยง และเป็นวันที่แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ที่ลูก ๆ หลาน ๆ แสดงต่อบุพการี พิธีค้ำต้นไทร เพื่อสะเดาะเคราะห์ หลังจากขึ้นปีใหม่ และงานบุญข้าวใหม่ อีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษในหมู่บ้านนี้ก็คือมีน้ำผุดออกมาจากดินในลำธารของหมู่ บ้านครับ ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ครับ



หลัง จากได้สัมผัสกับวิธีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงกันพอสมควรแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับมาที่จุดกางเต็นท์หน่วย พิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ แต่ละคนแบกเป้ สะพายกล้องจับจองเลือกเต็นท์กัน ดูๆไปแล้วเหมือนเด็กกันเหมือนกันครับ มีการแย่งที่นอนกัน “ข้านอนริมเองนอนกลาง” ได้ยินแล้วก็ขำดีครับ ประกอบกับบรรยากาศยามเย็น ลมพัดเอื่อยๆ บรรยากาศก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน มองไปเห็นครอบครัวหนึ่งปูผ้าผืนใหญ่นั่งล้อมวงทำอาหารกินกันกับครอบครัวดู อบอุ่นเหมือนกับบรรยากาศตอนนี้เลย ผมว่ามันเป็นลานกลางเต็นท์ที่วิเศษมากๆเลย ตกกลางคืนหัวค่ำพวกเรามานั่งรอบกองไฟ มีบาร์บีคิว ไข่เจียว ผัดผักต่างๆ น้ำพริก อิ่มหนำสำราญ หายเหนื่อยกันเลยทีเดียว



“นา นีนอย นา นี นอย นอย นอย” เสียงของเด็กในหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงมาร่ายรำแบบพื้นบ้านให้พวกเราได้ชื่นชม ความสวยงามหลังจากรับประทานกินอิ่มแล้ว ถือเป็นโชว์พิเศษของค่ำคืนนี้ที่ดีเอามากๆ ความใส บริสุทธิ์ของเด็กๆ เวลาร่ายรำ ทำให้พวกเราถึงเคลิ้มกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นของหาดูยากของที่นี่จริงๆครับ เสร็จจากการชื่นชมโชว์พิเศษแล้วพวกเราก็ต้องรีบเข้านอนกันครับเพราะพรุ่งนี้ จะต้องตื่นประมาณตี 5 ไปยังพื้นที่ที่สูงที่สุดของสุพรรณอันเป็นเป้าหมายของพวกเรา ยอดเขาเทวดา ราตรีสวัสครับ



วันที่สองของการเดินทาง


พิชิตยอดเขาเทวดา
“ตื่น ได้แล้วเดี๋ยวไปไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นนะ” ผมตื่นขึ้นมาด้วยเสียงตะโกนเรียกนี่ ตัวเองยังงัวเงียอยู่แต่ก็ต้องฝืนตื่นขึ้นมาไม่ อย่างนั้นคงพลาดอดเห็นสิ่งสวยงามในชีวิตแน่ๆ จากจุดกางเต็นท์หน่วย พิทักอุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ นั่งกระบะ 4x4 มาที่ทางเดินขึ้นเขาเทวดา ทางเดินขึ้นมืดมากตามทางมีใบไม้แห้งสลับกับโขดหินไปมา ทางเดินลื่นชัน 45 องศา ตลอดทางจนถึงยอดเขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษการมาเดินขึ้นเขาที่นี่ควรจะ เตรียมร่างกายและเตรียมใจไว้ก่อนจะดีครับเพราะทางที่นี้ชันตลอดทางจริงๆ แต่ก่อนทางเดินเขาที่นี่เคยมีการจัดการแข่งขันเดินภูเขาของชาวกะเหรี่ยง ด้วยครับ คนที่เดินขึ้นยอดเขานี้ได้เร็วที่สุดนั้นใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาแบบเราๆ ก็จะใช้เวลาเดินขึ้นไปเรื่อยๆสลับกับพักตามจุดต่างๆก็เกือบ 1 ชั่วโมงก็จะเดินขึ้นจุดสูงสุดของเขาแห่งนี้ครับ


“แฮ่ กๆ ถึงแล้วโว้ยๆ” เพื่อนสื่อมวลชนคนหนึ่งตะโกนขึ้น ด้วยความดีใจปนกับความเหนื่อย แต่ก็มีพวกเราบางคนยังเดินขึ้นมาไม่ถึงบนยอด ลักษณะบนยอดเขาเทวดาเป็นพื้นที่โล่งๆไม่กว้างมากนัก บนยอดเขาเทวดานี้
เป็น จุดที่สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีความสูง 1,123 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนยอดเขามีพระพุทธรูปให้กราบไหว้สักการะ จุดเด่นเลยก็คือสามารถมองวิวทิวทัศน์ได้รอบ 360 องศาเลยละครับ เห็นแล้วหายเหนื่อยกันทุกคน มีลมพัดเย็นๆ ถ้าเรามองออกไปจะเห็นผืนป่าตะวันตกของประเทศไทยไกลสุดลูกหูลูกตา ไร่ข้าวโพดหลายหมื่นไร่ และถ้าลองมองดูใกล้ๆก็จะสามารถมองเห็นจุดกางเต็นท์หน่วย พิทักอุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ ได้อีกด้วย เห็นแต่ละคนมาถึงบนยอดนี้ได้แล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าไม่อยากลงไปข้าง ล่างกันทุกคน



ขา เดินขึ้นเขาว่ายากแล้วขาเดินลงยิ่งยากกว่าครับกับความชัน 45 องศาตลอดทาง พวกเราต้องค่อยๆเดินลงทีละย่างก้าวอย่างประณีตเลยทีเดียวไม่อย่างนั้นไหลลง เขาแน่ๆ เดินขาลงพวกเราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ลงมาถึงตีนเขาอย่างปลอดภัยแม้จะ มีพวกเราบางคนลื่นไถลไปบ้างแต่ก็ช่วยกันประคับประคองกันจนถึงตีนเขาจนได้ กลับมาอาบน้ำ ผ่อนคลายเพื่อที่จะเตรียมตัวลุยกันต่ออีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ น้ำตกตะเพินคี่ครับ



เดิน จากจุดกางเต็นท์ของอุทยานเดินตัดลงมาที่ไร่ข้าวโพดเลยออกมาอีกไม่ไกล ก็จะพบกับ น้ำตกตะเพินคี่ น้ำใส ไหลเย็น กิจกรรมเด่นของน้ำตกตะเพินคี่ที่พลาดไม่ได้คือการโรยตัวจากยอดสุดของน้ำตกลง มาสู่เบื้องล่าง ความสูงจากยอดสุดน้ำตกลงมาข้างล่างประมาณตึก 4 ชั้น ถ้าใครมาแล้วไม่ได้กระโดดเสมือนมาไม่ถึงนะครับ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อที่จะขอโรยตัวได้ครับ ปลอดภัยแน่นอนครับ



งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทริปตลุยอุทยานแห่งชาติพุเตยนี้ก็เช่นกัน พอโรยตัวกันจนหนำใจแล้วก็ถึงเวลาต้องกลับกรุงเทพกันแล้ว




ขาก ลับ พวกเรานั่งรถหกล้อเหมือนตอนขามาลงมาจากหน่วยพิทักษ์อุทยาน คุยกันไป ขำกันไป กับเรื่องราต่างๆที่เกิดขึ้นในทริปนี้เป็นความทรงจำที่ดีมาก กลับมาที่อุทยานแห่งชาติพุเตยและนั่งรถตู้กลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ฉบับหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหน อย่างไร รับประกันความสนุกแน่นอนฉบับนี้สวัสดีครับ



ข้อมูลการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพุเตย

ตู้ ป ณ.19 อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี 72180
ที่ทำการอุทยานฯ
โทรศัพท์ 081-9342240
แฟกซ์ 035-446237
หน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ 1 (พุเตย) โทร. 035 481708
เส้นทางการเดินทาง
ทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง– สุพรรณบุรี) ถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ใช้เส้นทางสุพรรณบุรี– ดอนเจดีย์ – ด่านช้าง จากสี่แยกอำเภอด่านช้างสามารถเดินทางต่อไปได้ 2 เส้นทาง คือ1. เส้นทางลาดยางตลอดสายจนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร จากสี่แยกอำเภอด่านช้างไปตามทางหลวงหมายเลข 333 (ด่านช้าง-อู่ทอง) ไปทางอู่ทองประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3086 เดินทางต่อไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร จนถึงสี่แยกบ้านปลักประดู่ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3480 ไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงป้ายทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย เข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย 2. เส้นทางลาดยางและทางลูกรังขึ้นเขา จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย รวมระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร จากสี่แยกอำเภอด่านช้างไปตามทางหลวงหมายเลข 333 (ด่านช้าง-บ้านวังคัน) ประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 78 จะเห็นป้ายไปอุทยานแห่งชาติพุเตย เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนลาดยาง จนถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 1 (พุเตย) จากนั้นเส้นทางต่อไปเป็นถนนลูกรังข้ามสันเขาไปจนถึงที่ทำการอุทยานแห่ง ชาติพุเตย ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร (เส้นทางช่วงนี้ควรใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ)

Additional information