มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

... เส้นทางประวัติศาสตร์ เสด็จประพาสต้น จังหวัดระนอง...


เรื่อง/ภาพ วีระศักดิ์ ภักดี

...ใน ช่วงวันหยุดปีใหม่หลายวันที่ท่านผู้อ่านหลายท่านได้มีโอกาสหยุดงานเดินทางไป ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันตามแหล่งท่องเทียวทั่วประทศกันนั้น ผมยังคงต้องออกเดินทางไปทำงานในที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ ต้องศึกษา ธรรมชาติไปกับชีวิตการทำงานที่ต้องเดินทางด้วยหน้าที่การทำงาน เป็นเหตุ
สำหรับ วันนี้ ตื่นมาพร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายอย่างหนักตลอดทั้งคืนมาจนถึงเช้า และเป็นเช้าแรกในหลายๆปี...ที่ผมห่างหายไปจากจังหวัดระนอง...
จังหวัดระนอง
ฝน ยังคงโปรยมา พร้อมกับฟ้าสีเทาเข้มทั่วฟ้าธารา ด้วยสภาพทางดินฟ้าอากาศที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย ก็มิอาจหยุดภารกิจที่เราต้องเดินทางทำงาน ซึ่งงานนี้แม่ทัพใหญ่ที่เป็นหัวขบวนในการเดินทาง จัดเส้นทางสำรวจ คงหนีไม่พ้น ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยว(ททท.)จังหวัดชุมพร นายอุทัย วรมาศกุล ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระนอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เปิด เที่ยว เส้นทางประวัติศาสตร์ เสด็จประพาสต้น จังหวัดระนอง-ชุมพร...



ซึ่ง เป็นเส้นทางที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เคยเดินทางมาในสถานที่สำคัญหลายแห่งในตัวจังหวัด ปัจจุบันยังคงเห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ในบางชุมชน ตามเส้นทางเสด็จประพาสต้น ยังคงเป็นแหล่ง มรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ อันทรงคุณค่าสืบต่อมา... ฝนยังคงโปรยมาจากฟ้าอย่างรุนแรง คลื่นลมในทะเลยังซัดอย่างหนัก ดังนั้นคำพูดที่ว่า ระนองเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ ยังคงใช้ได้ดี เพราะในหนึ่งปี มีฝนแปดเดือน มีแดดสี่เดือน เป็นเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดตั้งอยู่ริมฝั่งอันดามัน หรือมหาสมุทรอินเดีย เป็นส่วนแผ่นดินที่แคบที่สุดของแหลมมลายู หรือหนึ่งในสามของโลกที่เป็นช่องแคบแบบนี้ เช่น ครองปานะมา ครองสุเอส และช่องแคบบนแหลมมลายูที่คนไทยมักเรียกว่า คอคอดกระ



ใน พื้นที่ส่วนใหญ่ มีภูมิประเทศเป็นภูเขา ต้นไม้ ฝนจึงหนาแน่นตลอดปี ส่วนตัวเมืองนั้นเป็นที่ทราบดีมาแต่อดีตว่าเป็นท่าเทียบเรือประมง เคยเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวจีนฮกเกี้ยน ปัจจุบันยังเห็นร่องรอยของวัฒนธรรมจีนพื้นเมืองกลุ่มนี้ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงบนพื้นที่
อำเภอกระบุรี
พอรถวิ่งผ่าน บนถนน ที่เป็นจุดสำคัญ จุดหนึ่งบนโลกใบนี้ จะมีอักษร บนหินศิลา สลักพระปรมาภิไธย จปร. ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕



ที่ ได้ทรงจารึกไว้ ครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จประพาสโดยขบวน ช้าง ม้า จากจังหวัดชุมพร มาประทับแรมคืน ที่พลับพลา ดอนวังทู้หมู่ ๑ ตำบลปากจั่น เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๔๓๓ จากตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้ เป็นอันว่าเราข้ามเขตจากจังหวัดชุมพรเข้าสู่ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนองกันแล้ว แต่ก่อนจะเล่าเรื่องต่างๆของจังหวัดนี้ วันนี้ผ่านมา จะไม่ผ่านเลย ยังไงๆ ก็ขอแวะรับประทาน อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก อาหารที่บ่งบอกว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวจีนพื้นเมือง ฮกเกี้ยน ที่
บ้านทับหลี
บน เส้นทางถนนจากชุมพร มาถึงทับหลี หลายคนที่เคยผ่านเส้นทางแห่งนี้ ซึ่งในอดีตเป็นแหล่งขนสินค้าต่างๆข้ามแม่น้ำกระบุรี ทำไม้ รวมถึงเป็นชุมชนชาวจีนฮกเกี้ยน




ที่ เคยมาทำมาค้าขายให้กับ คนผ่านทาง คนทำงาน ในพื้นที่ ในสมัยอดีตที่ผ่านมาบนทางสัญจร ที่ต้องเดินทางนั้นมิได้สะดวก จึงคิดทำอาหารประเภทที่ สามารถห่อไปรับประทานได้ ในระหว่างการเดินทาง จนปัจจุบัน ใครที่วิ่งรถผ่านเส้นทางนี้ อย่าลืม ของอร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่นี้ ที่ทับหลี เช่น ขนมจีบ ซาลาเป่า ข้าวมันไก่( ชอบอย่างแรง เอิกๆๆๆ) อร่อยมากๆๆๆ...จากทับหลีวิ่งรถเรียบชายแดนที่มีแม่น้ำกระบุรี กั้น อีกไม่ไกลก็ถึง



คอคอดกระ
เมื่อ กองทัพเดินด้วยท้อง ท้องอิ่มหนังตาหย่อนคงไม่ใช้เรา เพราะหลังจากท้องอิ่ม นั่งรถไม่นานเราก็มาถึง คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ ซึ่งอยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลละมุ อำเภอกระบุรี บริเวณนี้เป็นเป็นส่วนที่แผ่นดินที่แคบที่สุดของแหลมมลายู โดยมีระยะจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดตะวันออก กว้างเพียง ๔๔ กิโลเมตร ซึ่งนักเดินทางสามารถมายืนชมแม่น้ำกระบุรี ซึ่งแบ่งพรมแดนไทย-พม่า ได้อย่างชัดเจน (คอคอดกระเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย) และระนองยังจัดว่าเป็นประตูสู่เมียนม่าร์ วันนี้เราจึงคิดเดินทางแวะไปชมสักเล็กน้อย ไปดูว่า ปัจจุบันเกาะสนและเกาะสองแห่งนี้เป็นอย่างไร




วิกตอเรียพอยต์ บนเกาะสอง
ท่าแรกที่เรือพานักท่องเที่ยวเขาเทียบนั้นเรียกว่าเกาะสน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มีโรงแรมหรูหรา คอยต้อนรับนักเดินทางและนักแสวงโชค



ส่วน กลุ่มเราจองห้องอาหารที่แห่งนี้สำหรับทานอาหารมื้อกลางวัน ด้วยป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ เกาะนี้จึงมีนกหลากหลายสายพันธุ์ และที่น่าสนใจคือ นกเงือก เป็นต้น ออกจากท่าเรือจุดนี้เรามุ่งสู่อีกเกาะ ซึ่งก่อนที่เรือจะเทียบท่านั้น นกเหยี่ยวหลายตัวบินเหนือน่านน้ำในทะเล แถวท่าเทียบเรือเกาะสอง ซึ่งในปัจจุบันเกาะแห่งนี้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ





สอง ข้างถนน ทางเดิน พื้นที่ราดเอียงไหล่เขา ปลูกเต็มไปด้วยบ้านเรือน วัด มัสยิด วัตถุหลายอย่างถูกสร้างขึ้นมา ดูแล้วมีความงดงามมากขึ้น ผู้คนจากท่าเรือถึงในตัวเมือง มีมากมายที่มาเดินจับจ่ายสินค้าอย่างหนาตา จนเกิดอาการคิด ทักทายเมืองนี้ว่า เมืองนี้เป็นเมืองท่าที่คึกคัก เกาะแห่งนี้ อยู่ในเขตสหภาพพม่า มีสถานที่สำคัญ เช่น อนุสาวรีย์บุเรงนอง วัดปิตอเอ วัดจีน เป็นต้น บนเกาะยังมีตลาดสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก เช่น พลอย เครื่องหวาย เครื่องเขินพม่า ใช่เวลาการเดินทางข้ามฟากเมื่อทำเอกสารข้ามแดนเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 30 นาที ไปเดินเล่น ไหว้พระ ทำบุญ บันทึกภาพวิถีชีวิตผู้คน ซักชั่วโมง แล้วข้ามกับมาฝั่งไทย ในจังหวัดระนอง ก็ทันเวลา ก่อนจะปิดทำการ ตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง แบบสบายๆ
น้ำพุร้อน
หลังจาก ฝ่าสายฝนคลื่นลมแรงข้ามทะเล ไปเดินเที่ยวมาทั้งวัน พอข้ามฝั่งกลับมารู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว จึงเดินทางไปตามคำขวัญในบทที่ว่า น้ำแร่ล้ำค่า ธาราบำบัด









ระนอง สวรรค์ของคนรักสุขภาพ คำนี้เกิดจากการที่จังหวัดมี น้ำพุร้อนอยู่หลายแห่ง มีสรรพคุณในการเสริมสร้างสุขภาพ ความร้อนและแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำร้อนเหมาะสำหรับรักษาโรคบางอย่าง ช่วยผ่อนคลายความเครียด บรรเทาอาการของโรคผิวหนัง คลายปวดหัวปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และช่วยกระตุ่นการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี



หลัง การอาบน้ำในวันนั้นการหลับพักผ่อนจึงสบายคลายอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ย่างก้าววันใหม่ไปบนเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัด เป็นเช้าวันใหม่ ที่เรายังคงต้องเดินทางไปเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญในอีกหลายสถานที่ เราเริ่มที่
พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)
เป็นพระราชวังที่จัด สร้างขึ้น ตรงบริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ ๓ พระองค์ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๓๓) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (พ.ศ.๒๔๕๒) และ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ (พ.ศ.๒๔๗๑)



ซึ่ง เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักและตะเคียนทอง แบ่งส่วนการจัดแสดงภายในพระราชวัง ได้แก่ ห้องบรรทม ห้องพระราชินี เป็นอาคารรูปทรงแปดเหลี่ยม อาคารท้องพระโรง สะพานเชื่อมอาคารที่ประทับ เป็นต้น หรือหากมีเวลาอยู่จังหวัดนี้อีกหลายวันก็ลองไปเยี่ยมดูน่ะครับ



จวนเจ้าเมืองและสุสานเก่าแก่
ที่ หลายคนพอมาถึงจวนได้ฟังประวัติศาสตร์แล้ว ก็ต้องไปขอโอบต้นไม้โบราณ รวมถึงฟังประวัติศาสตร์ของจังหวัด จากพี่โกศลหรือปัจจุบันคือ ทายาดคนปัจจุบัน



ถ้า เรียกตามศัพท์ต้องเรียกว่า คอเช่งโกศล รุ่นที่ห้า(ไว้โอกาสหน้าเล่ายาวเรื่องจวนเจ้าเมือง) อีกแห่งที่น่าสนใจก็คือ สุสานเจ้าเมืองระนอง แล้วนั่งรถสองแถวพื้นถิ่นชมรอบๆเมือง พอเหนื่อยนัก แสงใกล้ค่ำค่อยแวะชิมอาหารทะเลสดๆร้านแถวๆริมทะเล หลังจากผ่านค่ำคืนยามเช้าวันใหม่ไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร



ศูนย์ศักยภาพการปฏิรูปที่ดินชุมชน ต.บางริ้น อ.เมือง
ตั้งอยู่ภายในบริเวณป่าตีนเขา ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของชาวสวน ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ที่เป็นภูเขา



สามารถ ใช้สอยประโยชน์ได้ทุกตารางนิ้ว มีการจัดการระบบน้ำอย่างยอดเยี่ยม มีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ผักหวาน ดอกกระเจียว ลองกอง มังคุด ระกำ ชะมวง กระท้อน ดอกหน้าวัว และกล้วยไม้พันธุ์หางช้างหรือเอื้องเพชรหึง เป็นเอื้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าออกดอกมีระยะเวลาในการบานยาวนาน ประมาณ สามเดือน พอออกจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีอย่างมากในตัวจังหวัด กลุ่มเราชาวเอกเขนกคงจะออกจากจังหวัดระนองไปตามเส้นทางผ่านบ่อน้ำร้อน และวิ่งไปบนถนนแสนสวย ผ่านภูผา สายธารที่งดงาม ไปทะลุที่เขาทะลุ ช่วงจังหวัดชุมพร



หาก มีโอกาสฉบับหน้า อาจพบกันบนเส้นทาง เขาทะลุถึงท้องตมใหญ่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร สำรับวันนี้เขียนเต็มหน้ากระดาษแล้ว ลากันก่อนครับ สวัสดี...
ข้อมูลจำเพาะ
จังหวัด ระนอง ติดทะเลอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 568 กม.มีพื้นที่ 2,061,278 ไร่ มีส่วนแคบของแผ่นดินที่คอคอดกระ ระยะเพียง 50 กม. พื้นดินของจังหวัดมีลักษณะรูปร่างเรียวยาวและแคบ โดยมีส่วนที่ยาวที่สุด ยาวประมาณ 196 กม. กว้าง 44 กม. ส่วนที่แคบที่สุดอยู่อำเภอกระบุรี มีความกว้างเพียง 9 กม.

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดชุมพร ที่อำนวยความสะดวก เอื้อเฟื้อการเดินทาง 111/11-12 ถ.ทวีสินค้า ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร 86000 โทร. 077-501831

Additional information