มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

กุยบุรี บ้านของสัตว์ป่า



...ช้าง ควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างให้เพียงพอ การปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า...



อุทยาน แห่งชาติกุยบุรี คือ อ้อมกอดแห่งพงไพร ซึ่งเป็นบ้านของเหล่าสรรพสัตว์ป่า จนอยากจะบอกว่าเป็นบ้านหลังสุดท้าย หรือผืนป่าแนวกันชนแห่งเทือกเขาตะนาวศรีผืนสุดท้ายก็คงไม่แปลก เพราะป่ามีต้นไม้ใหญ่เหลือน้อยมาก ต่างจากแต่เดิม



เมื่อ ย้อนไปยี่สิบปีที่ผมเคยเข้ามา ที่ป่าแถบกุยบุรีในอดีต เป็นพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้หนาแน่น แต่เมื่อมีประชากรมนุษย์มากขึ้น มีพื้นที่ทำกินน้อยลง ป่าบางผืนหรือป่าส่วนใหญ่ของประเทศ จึงถูกบุกรุกหรือจัดให้เช่า ผืนป่าในปัจจุบันจึงเหลือน้อยลงทุกวัน จนทำเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐ คนกับช้างป่าจนเป็นสาเหตุให้ช้างถูกทำร้ายและฆ่าตาย สืบเรื่อยมา



ต่อ มาในปี ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริดำเนินการอณุรักษ์ ฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาระหว่างคนกับช้างตามแนวทางบันได สี่ขั้น



โดย ให้ใช้รูปแบบในการฟื้นฟู เช่นเดียวกับการดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาพัฒนา ห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี และโครงการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริเขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี



ทาง ด้านที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ได้พระราชทานพระราชดำริว่า ยังมีสัตว์ป่า ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่ที่ควรนำมาปรับใช้ คือ ปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือไม่ก็ปลูกสับปะรดที่ไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพดีเป็นอาหารช้าง เพื่อให้คนและช้างอยู่ร่วมกันได้



ต่อ มาในวันที่ ๕ กรกฏาคม ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส ...ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างให้เพียงพอ การปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า...



ตั้งแต่ นั้นมาทุกภาคส่วนได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสสร้างแหล่งอาหารและน้ำให้ช้าง และสัตว์ป่า ตลอดจนการรวมกลุ่มเพื่ออนุรักษ์ช้าง จวบจนปัจจุบันหากใครมาเยือนอุทยานแห่งนี้ ก็จะเห็นป้าย พระราชดำรัส ติดตั้งไว้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นสิ่งเตือนให้ชาวประชาทุกหมู่ เหล่าและเรา รู้รัก อนุรักษ์ คงอยู่รวมกัน ระหว่างคนกับป่าและสัตว์ป่าได้อย่างลงตัว



ปัจจุบัน สถานการณ์ระหว่างคนกับป่าและสัตว์ป่าแถบนี้ดีขึ้น จนกลายเป็นพื้นที่ตัวอย่างของประเทศ ที่มีการจัดการระหว่างคนกับช้างและสัตว์ป่าได้ผลดีในระดับสูง ทุกวันนี้ ในพื้นที่จึงมีสัตว์ป่ามากมาย มาอาศัยบ้านหลังนี้ เป็นแหล่งพักพิง หาอาหาร เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง สมเสร็จ เสื้อโคร่ง เสื้อดำ เสื้อดาว เก้ง กวาง นก ไก่ป่า หมี เป็นต้น



แต่ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติ การขาดแคลนอาหารของสัตว์ในอนาคต วันนี้ หม่อมเจ้าหญิงรังสีนภดล ยุคล ได้เดินทางมาทรงงานและติดตามงานในพื้นที่ป่าแถบนี้ นายเอกเขนกจึงมีโอกาสร่วมกับคณะทำงานเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งมีกิจกรรมหลัก คือ สร้างแปลงอาหารให้ช้างและสัตว์ป่า ขยายแปลงปลูกป่าให้กระจาย เพิ่มมากขึ้น




หน่วยพิทักษ์อุทยาน จุดป่ายาง
จาก ที่ทำการอุทยาน เราขับรถมาตามถนนลาดยาง ผ่านหมู่บ้าน พร้อมกับมองป้ายเล็กๆที่มีรูปช้าง ป้ายจะบอกจุด การเข้าพื้นที่ ที่จะไปชมช้าง



พอ มาถึงพื้นที่ทดลองทางการเกษตร และผ่านไร่สับปะรด อีกไม่ไกลเราก็จะเข้าด่าน จุดนี้จะเป็นพื้นที่ตรวจบัตรหรือนัดหมายเจ้าหน้าที่นำทาง พอผ่านด่านเข้ามาขับรถไปตามถนนที่ไม่ได้ราดยาง



ถ้า สังเกตสองข้างทาง ที่เป็นป่าหญ้าคา เราจะพบว่า ป่า เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่มีต้น สน ยูคา กระถิ่น สลับกับป่าปลูกใหม่ที่มีลำต้นเพิ่งจะเริ่มโต เท่าลำแขน หรือใหญ่หน่อยก็ต้นขา



ในระหว่างทางที่เข้ามา เราจะพบโป่งเทียม ทางน้ำไหล แหล่งน้ำซับ หรือถ้าโชคดี ก็อาจจะเห็นช้างเดินตัดถนนในพื้นที่ชายป่า



พอ มาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานป่ายาง ที่เราติดต่อขอบ้านไว้เป็นที่พัก เป็นแหล่งหลับนอน หลังจาก กลับจาก ทำงานในภาคสนาม ที่เป็นพื้นที่ซุ่มบันทึกภาพสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิง และบรรยากาศยามเช้ากับเย็น ซึ่งครั้งนี้การมาทำงานในพื้นที่ ก็ไม่ผิดหวังครับ




สำหรับ ช้างได้รูปช้างมาฝากแฟนคอลัมน์ ส่วนกระทิงนั้นเห็นไกลมาก ได้ภาพมาแบบเลือนรางในป่าที่ทำโป่งไว้ใกล้ๆกับต้นยูคา(เข้ากันมากครับ กระทิงกับต้นยูคา)



ส่วน นกเงือกที่บินข้ามหัวเป็นฝูงนั้น กว่าจะขยับกล้องทัน นกก็บินเข้าหมอกขาว ไปจับที่ต้นไทรของอีกฟากเขา ต้องใช้กล้องตาเดียว(กล้อง สโคป ) ส่องจึงจะเห็นตัว



ส่วน จะเห็นเสือหรือสัตว์ป่าชนิดอื่นๆที่หายาก ต้องใช้กล้องดักบันทึกภาพตามด่าน แบบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ทำการวิจัย ชนิดสัตว์นั้นๆ ส่วนเป็นจุดไหนแบบไหนเรียกกันตามพื้นที่ครับ สำหรับคณะเราเวลาน้อย รูปสัตว์ป่าหายาก จึงได้รับความเอื้อเฟื้อจาก อุทยานแห่งชาติกุยบุรี



สำหรับ วันนี้แสงเหนือทิวเขายามค่ำสาดมาที่เส้นขอบฟ้าหลังทิวเขา วันนี้กว่าจะออกจากป่าก็ค่ำแล้ว วันนี้ขอนอนฟังเสียงป่าอีกซักหนึ่งคืน เมื่อเช่าวันใหม่มา ค่อยว่ากันไหมครับ

ยามเช้ากับทิวหมอกแถวบ้านพัก



ลม ฝนยังไม่จางหายจากทิวเทือกเขาตะนาวศรีในที่ไกลตา ผืนดินบางแห่งยังคงชุมฝนเพราะน้ำขังหรือหมอกหนา จนในช่วงที่ผ่านมาเราท่าน คงได้รับรายงานข่าวว่า ในหลายพื้นที่ของประเทศ เกิดภัยพิบัติน้ำท้วนหนัก ในเมื่อพื้นที่ป่ามีน้อยก็เป็นธรรมดา ของธรรมชาติ เมื่อน้ำมามากเท่าไหร่ ก็จะหลาก ไหลลงจากภูเขาที่สูงลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีป่าหรือต้นไม้ช่วยชะลอความแรงของสายน้ำ



แต่ ยามฝนสั่งลาก่อนเขาสู่ฤดูหนาวเช่นนี้ ในยามเช้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยาน จุดป่ายางในยามเช้า หมอกหนายังคงลอยอยู่เหนือทิวเขา ป่าฝนและกอหญ้า ก่อนฟ้าจะเปิดเห็นทิวเมฆเป็นรอนและฟ้าคราม แสงแดดอ่อนๆ พอสาดส่องแสงได้ไม่นาน นกเงือก จากทิวเขาก็บิน ข้ามแนวชายป่าออกมาส่งเสียงร้องดังลั่นป่า



จาก ค่ำคืนที่ผ่านมานอนฟังเสียงช้างร้อง ฮือๆๆยังกับเสียงลมในช่วงท้อง จึงรู้ว่าเออๆๆๆช้างนี้ร้องได้หลายเสียง หลายแบบ เหมือนกัน ส่วนรูปสัตว์ป่าและวิว ที่บันทึกภาพมาฝากกันนั้น ถือว่าเป็นของขวัญจากป่า เป็นผลพลอยได้ หลังจากมาทำกิจกรรม สร้างแหล่งอาหารและปลูกป่าให้ช้างและสัตว์ป่า...เรามีบ้าน สัตว์ป่าก็ต้องมีบ้าน และนี้อาจจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของสัตว์ป่า ที่ กุยบุรีบ้านของสัตว์ป่า...



ข้อมูลจำเพาะ
-บริจาคช่วยเหลือ สร้างแปลงอาหารให้ช้าง ติดต่อ สำนักงานอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โทร. ๐๘-๙๖๗๖-๐๒๓๑ หรือ ๐๓๒-๖๔๖-๒๙๒



-อุทยาน แห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่ตำบลหาดขาม มีความหลากหลายทางระบบนิเวศและชีวภาพสูง ห่างจาก กรุงเทพฯโดยประมาณ ๒๙๕ กม. โดยยึดเส้นทางหลักมาตามถนนเพชรเกษม ก่อนถึงอำเภอกุยบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๗ แยกยางชุม เป็นถนนลาดยางเข้าสู่จุดดูช้างและสัตว์ป่า ระยะทางประมาณ ๓๐ กม. กุยบุรี เป็นเมืองโบราณที่มีรองรอยทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานจาก ท่าข้ามในสมัยสงคราม สะพานรถไฟวังยาว ท่าน้ำญี่ปุ่น เป็นต้น





-การเตรียมตัวก่อนเข้าชมสัตว์ป่า ควรสวมใส่เสื้อสีเรียบไม่ฉุดฉาด ไม่ส่งเสียงดัง



-ควรเตรียมกล้องส่องทางไกล กางเกงขายาวและเสื้อแขนยาว(กันหญ้าบาด) หมวกหรือร่ม(กันแดดแรง) มาด้วย
เรื่อง นายเอกเขนก /ภาพ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี , วีระศักดิ์ ภักดี , สันต์ ไทรงาม
เอื้อเฟื้อการเดินทางโดย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์(คุณเล็ก) โทร.089-500-3363
เพื่อนท่องเที่ยว โทร. 02-250-6239, 089-403-6920
www.friendtravelthai.com 

Additional information