มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

...ล่องแพ แล พลับพลึงธาร...

...แสง ยามเช้าสาดมาพร้อมกับเสียงชะนีในป่าทึบบนเขาที่เบื้องหน้า สายน้ำยังคงไหล ใส งดงามจนมองเห็นก้นบึ่งในสายน้ำ แสงยังคงส่องสาดสะท้อนในสายน้ำ...
ใน หลายเดือนมานี้ ไม่ค่อยแข็งแรงทางด้านสุขภาพ ดังนั้นการเดินทางจึงต้องอาศัยอากาศบริสุทธิ์และเลือกที่จะอยู่ป่า อยู่เขา เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นงานในช่วงที่ผ่านมา แทบจะบอกว่าเป็นวิถีชีวิตแบบป่าๆ ก็คงไม่แปลกอะไร แถมยังได้บันทึกภาพพร้อมบทความแบบป่าๆ มาฝากท่านผู้อ่านในคอลัมน์ ไปพร้อมๆกับชีวิตแบบสุข-ทุกข์ ผสมกันไป หลังจากมีโจทย์ว่าต้องอยู่กับธรรมชาติ จึงวางโปรแกรม ว่าจะทำงานกับสิ่งที่หายากในป่าของประเทศในช่วงแต่ละเดือน วันนี้ช่วงนี้ก็เลยเดินทางลงมาทางภาคใต้ของประเทศเพื่อมาชมดอกไม้ที่หาได้ ยากอีกชนิดในลำธารน้ำ แต่ที่แน่ๆกองทัพเดินด้วยท้องก็นี้เลย


ข้าวมันไก่ ซาลาเปา ขนมจีบ ที่ทับหลีรสอร่อยที่สุดในโลก อิ่มท้องเดินให้ย่อยที่ คอคอดกะในบรรยากาศแสงยามเช้า



และ ที่เห็นอีกอาชีพที่สร้างรายได้ คือขนเรือข้ามช่องแคบ แล้วไหลต่อไปที่คลองนาคา พอลงรถเปิดประตู เสียงขานรับแห่งพงไพรขับร้องกล่อมบรรเลงในยามเช้า



เสียง ร้องของชะนี ในป่าทึบบนเขาดังสนั่นป่า เสียงสายน้ำที่มีฝนหนักตกลงมาในยามค่ำคืนไหลหลั่นลงมากระแทกกับหิน วันนี้เป็นอีกวันที่อากาศเปิด ฟ้าเป็นฟ้า แต่จะเป็นสีฟ้าได้นานเท่าใดในวันนี้ พอจัดแจงเปลี่ยนชุดเตรียมเปียกน้ำ พร้อมอุปการณ์กล้องลงน้ำเรียบร้อย เราจึงรีบลงล่องแก่ง แกว่งไกวค้ำถ่อไปตามสายน้ำ



ชม ต้นพืชชนิดหนึ่งซึ่งอยากจะบอกว่าหาชมได้ยากที่ คลองนาคา เป็นแหล่งพื้นที่ ที่พบพลับพลึงธาร มากที่สุด ต้มพืชน้ำชนิดนี้ครอบคลุมพื้นที่ตลอดทางน้ำประมาณ 6 กิโลเมตร เราลงแพไม้ไผ่ที่จัดเตรียมไว้พร้อมฝีถ่อ(ฝีพาย) ที่จุด ชมรมเพลินไพรศรีนาคา ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง



เรา ลงแพ ล่องไปบนสายน้ำ สายน้ำใสสะอาด ไหลลดหลั่นลงมาจากทิวเขาสูง เหนือทิวเขา หากมองขึ้นไปเรายังคงพบเห็นสายหมอกไหลเอื่อยๆ ตามทิวต้นไม้ใหญ่บนภูเขาแดง (ตามที่ชาวบ้านเรียกว่าเขาแดง)



น้ำที่ลำคลองนาคานั้นสะอาดมากๆ น้ำใสจนมองเห็น หิน ดิน ปลา พันธุ์พืช ในสายน้ำ



การ ล่องแพที่ลำน้ำสายนี้ เราจะได้ยลโฉมของทิวเขา สายน้ำ ต้นไม้ ตามสองฟากฝั่ง รวมถึงหากมื้อเที่ยงมาเยี่ยมเยือน เราจะได้ลิ้มชิมรสอาหาร ในรูปแบบอาหารชาวบ้านพื้นถิ่น ท่ามกลางพงไพรในป่าเขา แวดล้อมด้วยโขดหินในสายน้ำ วันนี้สนุกกับการล่องแพมาครึ่งวันแล้ว


เรา แวะพักทานอาหารมือกลางวันกันแถว ใกล้ๆ ดอกพลับพลึงธาร บางคนยังนั่งทานข้าวห่อใบค้อในแพ บางคนทานบนฝั่งน้ำ สำหรับหน้าตาอาหารวันนี้อยากจะบอกว่าเป็นอาหารสุขภาพ น้ำพริกปลาทู ผักเหลียง ผักกูดเป็นต้น



หลัง มือเที่ยงเสร็จสิ้นเราลงแพล่องไปต่ออีกซักระยะ ก็จะพบกับ ต้นพืชที่สำคัญที่มีที่เดียวในไทย มีเฉพาะทางแถบนี้ ที่เรียกว่า ต้นพลับพลึงธาร เป็นไม้ล้มลุกที่เจริญเติบโตในน้ำ อยู่ในวงศ์ Amaryllidaceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crinum thaianum มีใบสีเขียวอ่อนๆถึงสีเขียวแก่ ใบไหวไหลลู่ ไปตามกระแสน้ำ ดอกบานมีสีขาว เกสรสีเหลือง หากยังดอกตูมก็งดงามปานยังกับพนมมือไหว้



นัก ท่องเที่ยวบนแพหลายลำ ทยอยกันลงไปบันทึกภาพคู่กับพืชน้ำชนิดนี้ สีหน้าหลายคนดีใจที่เดินทางไกลมาชม แล้วได้พบเห็น ต้นพลับพลึงธารเป็นพืชเฉพาะถิ่น พบเห็นได้ที่จังหวัดระนองกับจังหวัดพังงา จึงอาจจะกล่าวได้ว่าพลับพลึงธาร สามารถพบเห็นได้ที่ ประเทศไทยแห่งเดียวในโลก และยังเป็นพืชที่จะขึ้นอยู่ในน้ำสะอาดเท่านั้น



จึง แทบอยากจะบอกได้ว่าพืชชนิดนี้เป็นพืชที่ใช้ชี้วัดคุณภาพของแหล่งน้ำ สามารถพบเห็นได้ตั่งแต่คลองบางปรุ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ลงมาทางทิศใต้ จนกระทั้งถึงคลองบางเผาหมู อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา รวมเส้นทางแหล่งที่พืชขึ้นตามลำธารน้ำโดยประมาณ 77 ตารางกิโลเมตร จาการสำรวจ พบต้นพลับพลึงธาร กระจายอยู่ในพื้นที่ 11 คลอง ส่วนใหญ่พบบริเวณ พื้นที่ราบตามคลองที่มีน้ำไหล น้ำสะอาด



แต่ หากจะมาท่องเที่ยว ดูต้นดอกพลับพลึงนั้น หนึ่งปีมีครั้งเดียวในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม ของทุกปี สำหรับปีนี้จากการล่องแพไปตามลำคลอง คณะเราพบเห็นดอกพลับพลึงน้อยมาก ขึ้นอยู่ห่างๆกัน แต่สำหรับของที่หาชมได้ยาก หนึ่งเดียวในโลกใบนี้ จึงอยากจะบอกว่าคุ้มกับการเดินทางมาเยี่ยมชม...กับต้นพืชที่หาชมได้ที่เดียว ที่ครองนาคา...




ข้อมูลจำเพราะ
-ระยะเวลาในการเปิดท่องเที่ยว ล่องแพแลพลับพลึงธาร คือ เดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี



โดย การล่องแพ คลองนาคาชม แพมีทั้งแพไม้ไผ่และแพยางให้เลือก นักท่องเที่ยวอย่างน้อย สี่คนต่อลำ ใช้เวลาในการล่องแพ ระยะเวลาโดยประมาณ สองชั่วโมง สามารถรับนักท่องเที่ยวสูงสุด 80 คนต่อวัน สามารถติดต่อได้ที่ ชมรมเพลินไพรศรีนาคา มือถือ 086 120 9700



- จังหวัดระนอง ติดทะเลอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 568 กม.มีพื้นที่ 2,061,278 ไร่ มีส่วนแคบของแผ่นดินที่คอคอดกระ ระยะเพียง 50 กม. พื้นดินของจังหวัดมีลักษณะรูปร่างเรียวยาวและแคบ โดยมีส่วนที่ยาวที่สุด ยาวประมาณ 196 กม. กว้าง 44 กม. ส่วนที่แคบที่สุดอยู่อำเภอกระบุรี มีความกว้างเพียง 9 กม.


เรื่อง คนเดินทาง/ภาพวีระศักดิ์ ภักดี
เอื้อ เฟื้อการเดินทางโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) สำนักงาน จังหวัดชุมพร ๑๑๑/๑๑-๑๒ ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โทร ๐ ๗๗๕๐ ๑๘๓๑-๒ , ๐ ๗๗๕๐ ๒๗๗๕-๖

Additional information