มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

เกาะช้าง ระนอง ยามมรสุม
ลม ฝนสะบัด พัดเกลียวคลื่นอย่างรุ่นแรง ฟ้าสีเทาเข้มปนเม็ดฝนทั่วท้องฟ้าสุดสายตา วันนี้ออกเดินทางด้วยการไม่ได้ทำการบ้าน โครงการที่คิดไว้ในใจ กะว่า ร่อนเร่ไปเรื่อยๆบนเส้นทางที่จะไป ไปรับรู้ เรียนรู้ ด้วยตัวเอง เหมือนดังที่ มหาตมะ คานที เคยกล่าวไว้ว่า สิ่งที่ได้จากตำราคือความรู้ แต่สิ่งที่ได้จากประสบการณ์ คือปัญญา
จังหวัดระนอง ยามสาย
คณะสำรวจ เส้นทาง มาถึงจุดขึ้นเรือในยามบ่ายโมงครึ่งโดยประมาณ เวลา13.30 น. เป็นเวลาเรือโดยสารใกล้จะออกจากท่าเรือ มุ่งสู่เกาะพอดี วันหนึ่งเท่าที่สอบถาม มีเรือวิ่งสามเวลา สำหรับเรือที่จะไปส่งที่เกาะช้าง



ภายใน เรือไม่ใช้เป็นเรือขนผู้โดยสารอย่างเดียว เรือเปรียบเหมือนทุกอย่างที่ชาวบ้านใช้ จะบอกว่าคล้ายๆ รถขนสินค้าก็คงไม่ผิด สินค้าอุปโภค บริโภคทุกอย่างต้องขนไปจากฝั่งจังหวัด เมื่อเรือเทียบท่าเรือ ที่หัวเกาะ ชาวบ้านที่เป็นผู้ชายหลายคนช่วยกันขนของขึ้นจากเรือ



ของ อะไรที่หนักที่ไม่ใช่ของตนเอง เขาก็ช่วยกันขน พอขนของเสร็จ เรายังนึกแปลกใจว่า...เอ...ทำไม...? ไม่ไปส่งกลุ่มเราที่หน้าชายหาดแถวที่พัก...หว่า... เราถามคนเรือว่าไม่ไปส่งเราที่หน้าหาดเหรอ คำตอบที่ได้ คือ ช่วงนี้เป็นมรสุม ลมพัดแรง เรือเล็กเกิน วิ่งไปไม่ได้ ลมจะเข้าทางด้านหน้าหาดฝั่งตะวันตก พร้อมชี้ให้มองฟ้า มองออกไปไกลในทะเลแลเห็น ลมฝนสะบัด พัดเกลียวคลื่นอย่างรุนแรง ฟ้าสีเทาเข้มปนเม็ดฝน ทั่วท้องฟ้าสุดสายตา



พูด ให้ฟังง่ายๆ...ลมแรง วันนี้เรือจึงส่งได้แค่นี้... เอาละซิทีนี้ เดินลิ้นห้อยแน่ๆ ข้าม เนิน ภูเขา ตั้งไกล จะทำไงดี สอบถาม คุยไปคุยมา เจ้าของซึ่งเป็นชาวบ้านที่เราจะไปพัก มีรถ อีแต๊ก มารับ...(ไชโย)...มะต้องเดิน



เสียง เครื่องยนต์รถ ดังแต๊กๆๆๆๆๆ... วิ่งไปบนทางปูน บางๆ แคบๆ และบางช่วงก็เป็นถนนลูกรัง บางช่วงก็เป็นธารน้ำไหล ชมทิวเขา ชมสายหมอก ชมสวนมะพร้าว สวนมะม่วงหินมะพานต์ มาเรื่อยๆ



รถ มาหยุดจอดบนเนินเล็กๆ ใกล้ลำธารมีสะพานไม้เก่าๆพาดผ่าน ทุกคนดีใจ ถึงแล้ว...เฮๆๆ... เสียงตอบแบบชาวระนองผสมสำเนียงใต้ ยังครับ รถวิ่งได้แค่นี้ ระยะทางที่เหลือ ต้องเดิน...ไปที่พักแถว อ่าวตาแดง โชคดีที่เดินแค่พอได้ออกแรง เหงื่อออกผสมกับยุงลายกัด จนผื่นคัน



สำหรับ การเดินทาง ทริปนี้ใครแบกของมามากก็ เหิอๆ...(เหนื่อย) สำหรับผมขนมา...ตึม ทั้งคอมฯ ทั้งกล้อง ทั้งตัวชาร์จแบตฯ กะว่าหลายวันไม่ได้ชาร์จแบตเตอร์รี่ จะมาชาร์จ มานั่งทำงานริมชายหาดซะหน่อย พอวางของเข้าที่พัก เพิ่งถึงบางอ้อ...อ้าว บนเกาะไม่มีไฟฟ้า ใช้เทียน โอ้แม่เจ้า พอกดโทรศัพท์เช็ค จะเล่นเมล์กลับคอมฯที่ยังพอมีแบตฯ...อะ-จะ-อึย... สัญญาณ โทรศัพท์ไม่มีคลื่น เออ...ดี เป็นเช่นนี้ ก็ดี อยู่แบบไม่มีไฟฟ้า แบบไม่มีคลื่น จะได้มีโอกาสอยู่กับ หาดทราย สายลม แสงแดด ของอ่าวตาแดง ซึ่งเป็นธรรมชาติแบบเดิมแท้ของชีวิต




บน เกาะช้าง เป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติมากๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มาถูกทาง ไม่มี รีสอร์ท หรือโรงแรมหรูๆ บ้านที่เราพัก ขออนุญาตเรียกว่า บังกะโล ก็แล้วกัน ราคาคืนละ สองร้อย(ช่วงมรสุม) ราคาคืนละสามร้อย(ช่วงนักท่องเที่ยวมากๆ)



แต่ สำหรับวันนี้ บังกะโร ทั้งหมด เราเป็นเจ้าของ หาดที่เหยียดยาว เงียบ สงบ ก็เป็นหาดส่วนตัว ป่าผักบุ้งทะเลเต็มชายหาดก็ของเรา โลกเงียบๆเบาๆก็เป็นของกลุ่มเรา เพราะฤดูมรสุมแบบนี้ มีเพียงเรากลุ่มเดียวที่มาติดเกาะเอิกๆๆ



แสง ของวันหมดไปอย่างรวดเร็ว ยุงในช่วงหัวค่ำ มีอย่างมาก(เอาแล้วไหมละ ยากันยุงไม่ได้เอามา) วิธีที่ดี พึ่งธรรมชาติรอบๆตัว บอกเพื่อนๆในกลุ่ม ให้ช่วยกันเก็บใบไม้ กอง หลายๆ กอง เผาใบไม้ให้เกิดควัน ไร่ยุงในช่วงหัวคำซะหน่อย



แสง ที่สาดมาใส่ฟ้า เหนือน่านน้ำทะเลทิศตะวันตก วันนี้มาน้อย มาแป๊บเดียว หลังจากก่อกองไฟ ตั้งขาตั้งกล้อง บันทึกภาพท้องฟ้าสีฟ้ากับเมฆดำ ฟ้าสีแดงที่ส่องลำแสงกับสายฝนก็แป๊บเดียว



กระท่อม กับควันไฟก็ได้บรรยากาศบ้านๆ ไม่นานก็ค่ำแล้ว ฟ้ามืดอย่างมากในคืนข้างแรม พระจันทร์ยังคงแหว่ง เว้า ดวงดาวมากมายเต็มท้องฟ้า... หลายคนตื่นเต้นที่ได้ใกล้ชิด ดาวบนท้องฟ้าในคืนเดือนมืด


ค่ำ คืนมาเยี่ยมเยือนอาหารที่จะรับประทานมื้อเย็น ตอนค่ำ ก็ต้องเป็นอาหารที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ปูดำผัดเครื่องแกง ปูดำนึ่ง(ปูเนื้อแน่นมาก) หน่อไม้แกงจืด แกงหน่อไม้ใส่กะทิ เม็ดมะม่วงหินมะพานต์ทอด ตบท้ายเป็นกับข้าวที่ทุกคนชอบใจ ไข่เจียวใส่เม็ดพริก ข้าวร้อนๆ



เอา ละลงมือ...ทานข้าวไป ฟังเสียงลมพัดผ่านใบสน ฟังเสียงทะเลซัดเข้าหาฝั่ง ไม่นานจิบเครื่องดื่มที่พอมีอยู่ หกขวด พอแค่บรรเทาความอยาก ฝนก็ตกลกลงมาอย่างหนัก ฝนไล่ให้เราไปหลับนอน เทียนไขหลายเล่มเริ่มอ่อนแรง ชีวิตที่เหนื่อยจากการเดินทางก็อ่อนแรง หลับใหลพร้อมกับสายฝน ชีวิตบนเกาะในหลายวัน ของนายเอกเขนก ยังคงดำเนินวนเวียนอยู่แบบนั้น...เรื่องราวการเดินทางบนเกาะช้างเป็นดังที่ กล่าวมาในเบื้องต้น เรื่องราวในอนาคต คงได้แต่หวังว่า เกาะแห่งนี้จะรักษาสภาพการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้อีกยาวไกล...นานๆๆ...
ข้อมูลจำเพราะ
เกาะ ช้าง เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ ๑๘ ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระนอง ๒๐ กิโลเมตร บนเกาะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ ประมาณ ๘๐ ครัวเรือน อาชีพหลักคือ ทำสวนมะพร้าว สวนยางพารา ประมงชายฝั่ง สวนมะม่วงหินมะพานต์หรือกาหยู ถือเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีศูนย์แปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของกลุ่มแม่บ้านบนเกาะช้าง ซึ่งจะผลิตไวน์จากผลกาหยู และแปลรูปจากเม็ดมะม่วงหินมะพานต์อีกด้วย



นอกจากนั้นบนเกาะยังมีสิ่งที่หายากยิ่ง เช่น ปูเสฉวน(ตัวใหญ่มาก) ปูลม(ตัวใหญ่) นกเงือก จำนวนมากบินไปมาระหว่างเกาะใกล้เคียง



ซึ่ง ชาวบ้านพื้นถิ่นจะไม่จับหรือทำร้ายนก นกเงือกจึงคุ้นเคย ไม่กลัวมนุษย์ สามารถหาดูนกได้ง่าย ยกเว้นเดือน มีนาคม-เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงที่สร้างรังเลี้ยงลูก จึงหาพบยาก...
กิจกรรมบนเกาะ เช่น เดินป่า ขึ้นเขาชมวิว ขี่จักรยานรอบเกาะ ตกปลา เป็นต้น



การ เดินทาง เข้าเมือง ไปท่าเรือชาวเกาะ ถนนสะพานปลา (ใกล้สถานีตำรวจภูธรปากน้ำ ต.ปากน้ำ) มีเรือบริการ เที่ยวไป ๓ เที่ยว เวลา ๐๙.๓๐ น. ๑๒.๐๐ น. ๑๔.๐๐ น. และเที่ยวกลับ ๒ เที่ยว เวลา ๐๘.๓๐ น. และ ๑๔.๐๐ น. ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ ๑ ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร ๑๕๐ บาท ต่อคน



เรื่อง นายเอกเขนก / ภาพ วีระศักดิ์ ภักดี
เอื้อเฟื้อการเดินทางโดย คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก) 089-500-3363
เพื่อน ท่องเที่ยว Friend Travel ,Tel 02-250-6239,089-4036920 www.friendtravelthai.com และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อช.หมู่เกาะพยาม โทร
๐ ๗๗๘๑ ๑๐๙๑ หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.สำนักงานชุมพร โทร ๐ ๒๒๕๐ ๕๕๐๐ ต่อ ๒๑๔๑-๕

Additional information