มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (Royal thai Air Force Museum )


เมื่อ ประมาณกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ทีมงาน IDOTRAVELLRRS.COMได้รับการเชิญชวนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทหารบกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสื่อ มวลชนสัญจรโดยเดินทางร่วมกับคณะผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวออกเดินทาง สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหารซึ่งหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหารทหารที่ ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทหารบกพาคณะสื่อมวลชนเดินทาง เข้าเยี่ยมชมก็คือ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (Royal thai Air Force Museum ) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกองบัญชาการกองทัพอากาศบนถนนพหลโยธิน ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆมากมายเหมาะที่ท่าน ผู้อ่านควรจะหาเวลาว่างโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์พาบุตรหลานเดินทางเข้า เยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่งเพราะอยู่แถวหลักสี่แค่นี้เอง สำหรับประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศมีดังต่อไปนี้ครับ



นับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๖ ซึ่งเป็นปีแรกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานกิจการการบินไทย โดยทรงตั้งเป็นแผนกการบิน ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของจเรทหารช่าง ตราบจนกระทั่งได้วิวัฒนาการมาเป็น “กองทัพอากาศ” นับว่าเป็นเวลานานพอสมควร บรรดา
เครื่องบิน เครื่องยนต์ อุปกรณ์การบิน ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ ก็ได้เปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย จนบางสิ่งบางอย่างได้เสื่อมสูญหายไปตามกาลเวลา ยากที่อนุชนรุ่นหลังจะหาดูหรือค้นคว้าศึกษาได้วีรกรรมที่บรรพบุรุษของกองทัพ อากาศได้สร้างขึ้นอย่างองอาจกล้าหาญ ด้วยเลือด ชีวิต ยังยืนยงคงอยู่ในประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยไม่มีวันลืมเลือน



แต่ สิ่งที่วีรบุรุษเหล่านั้นได้ใช้ในการประกอบวีรกรรมนับแต่จะเสื่อมโทรมสูญหาย ไป จะหาไว้เป็นอนุสรณ์ให้ชนชั้นลูกหลานได้ระลึกถึงก็นับวันจะหายาก ทั้งยังเป็นการประกาศให้บรรดาชาวโลกทั้งหลายได้ทราบถึงเกียรติคุณของกองทัพ อากาศในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตว่า ภารกิจและหน้าที่ซึ่งกองทัพอากาศได้ปฏิบัติไปแล้วนั้น ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ ประชาชนชาวไทย ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้เกิดจากสรรพวัตถุทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นองค์ประกอบอัน สำคัญอันหนึ่งของกองทัพอากาศ



การ จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕ เนื่องด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๕ ให้กระทรวงกลาโหมจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การทหาร (Military Museum) ของทั้ง ๓ กองทัพขึ้น เพื่อจัดเป็นประวัติศาสตร์และแสดงวิวัฒนาการในทางการทหารของประเทศไทยในอดีต และปัจจุบัน จึงได้ออกคำสั่งกระทรวงกลาโหม (พิเศษ) ที่ ๕๐/๑๙๔๙๑ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๔๙๕ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การทหาร เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นผลสมความมุ่งหมาย




โดย ให้คณะกรรมการนี้มีหน้าที่พิจารณากำหนดโครงการและงบประมาณซึ่งเกี่ยวกับการ จัดหาสถานที่การก่อสร้างอาคาร ตลอดจนการรวบรวมจัดหาบรรดาสรรพสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะนำมาประกอบ การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหารนี้ขึ้น ด้วยเหตุนี้ทางราชการเห็นเป็นการสมควรที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ของกองทัพ อากาศขึ้น ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๔๙๕ กองทัพอากาศได้ออกคำสั่งกองทัพอากาศ (พิเศษ) ที่ ๒๘๘/๑๘๗๐๙ ลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๙๕ เรื่อง ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (จอมพลอากาศ ฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) และได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการรุ่นแรก มี ๕ ท่าน คือ

๑. พลอากาศโท เพิ่ม ลิมปิสวัสดิ์ เป็นประธานกรรมการ

๒. พลอากาศตรี หลวงกร โกสียกาจ เป็นกรรมการ


๓. พลอากาศตรี เจือ ปุญยโสนี เป็นกรรมการ

๔. พลอากาศตรี มนัส เหมือนทางจีน เป็นกรรมการ

๕. นาวาอากาศเอก นักรบ บิณษรี เป็นกรรมการ
มีหน้าที่พิจารณาดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑกองทัพอากาศขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดนี้ได้วางรากฐานพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ โดยมุ่งหมายจัดหายุทธภัณฑ์และสันติภัณฑ์ทุกประเภท ตามยุคตามสมัย เป็นลำดับตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เช่น เครื่องบิน เครื่องยนต์ วิทยุ อาวุธ และอุปกรณ์อื่น ๆ มารวบรวมไว้



สถานที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๔๙๕
ใน ครั้งแรกได้ใช้โรงงานช่างอากาศที่ ๓ (โรงงานการซ่อม ชอ.โรงสังกะสีแบบแฮงการ์) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของสนามบินดอนเมือง เป็นสถานที่ตั้งแสดงพัสดุพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ทางกระทรวงกลาโหม มีความประสงค์ที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหาร เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและเป็นประวัติศาสตร์ของทหาร โดยได้ตั้งกรรมการประกอบด้วยผู้แทน ๓ เหล่าทัพ พิจารณาดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหาร ในการนี้กองทัพอากาศ ได้ให้เจ้ากรมช่างอากาศ (พล.อ.ท.เพิ่ม ลิมปิสวัสดิ์) เป็นผู้แทนของ ทอ.ไปร่วมประชุม ซึ่งคณะกรรมการได้เสนอของบประมาณค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ประมาณ ๓๐ ล้านบาท เป็นค่าซื้อที่ดิน ๑๐ ล้านบาท ค่าตกแต่งที่ดิน ๕ ล้านบาท ค่าก่อสร้างอาคารแต่ละกองทัพ ๆ ละ ๕ ล้านบาท กระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วเห็นพ้องต้องกับคณะกรรมการ จึงได้เสนอเรื่องตามหนังสือกระทรวงกลาโหมที่ ๔๒๐๘/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วแจ้งว่า ไม่สามารถจะหาเงินมาจ่าให้ได้ในขณะนั้น เนื่องจากเงินของประเทศอยู่ในระยะที่ขาดแคลน อาจจะมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ กระทรวงการคลัง จึงเห็นสมควรที่จะระงับเรื่องนี้ไว้ก่อน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๔๙๗เห็นชอบด้วย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหารจึงได้ระงับไว้ก่อน



การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ - ๒๕๐๒
ใน ปี พ.ศ.๒๕๐๑ กองทัพอากาศได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๘๖/๐๑ ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๐๑ เรื่องให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ (สมัยจอมพลอากาศ เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) ได้จัดตั้งกรรมการขึ้นใหม่อีกคณะหนึ่ง เพื่อดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
กองทัพอากาศจากชุดก่อนคือ
๑. พล.อ.ท.เพิ่ม ลิมปิสวัสดิ์ เป็นประธานกรรมการ
๒. พล.อ.ต.เจือ ปุญยโสนี เป็นกรรมการ
๓. พล.อ.ต.สวน สุขเสริม เป็นกรรมการ
๔. พล.อ.ต.พิชิต บุญยเสนา เป็นกรรมการ
๕. น.อ.เอกชัย มุสิกบุตร เป็นกรรมการ
๖. น.อ.วิทย์ แก้วสถิตย์ เป็นกรรมการ
๗. น.อ.วีระ อุมนานนท์ เป็นกรรมการ
คณะ กรรมการได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ซึ่งกำหนดไว้ทำนองเดียวกันกับคำสั่ง ทอ. (พิเศษ) ที่ ๒๘๘/๑๘๗๐๙ คณะกรรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการขอสถานที่โรงเก็บกระสุนวัตถุระเบิดของกรมสรรพ วุธทหารอากาศ ซึ่งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์อีก ๑ โรง เพื่อใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์เพิ่มเติม เพราะรวบรวมพัสดุพิพิธภัณฑ์ได้มากขึ้น และผู้บัญชาการทหารอากาศได้อนุมัติแล้วในด้านการจัดหาวัสดุพิพิธภัณฑ์ คณะกรรมการได้ขอความร่วมมือจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีวัสดุพิพิธภัณฑ์ ให้ทำบัญชีรายงานวัสดุซึ่งมีทั้ง วัสดุจริง ภาพถ่าย ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ พร้อมทั้งประวัติ แบบ ชนิด สมรรถนะ ซื่อบริษัทผู้ผลิตหรือสั่งซื้อ ปีที่ประจำการ ชื่อผู้บริจาค ให้แก่กองทัพอากาศ ราคาและอื่น ๆ และรวบรวมวัสดุเอกสารเหล่านั้นไว้ก่อน เมื่อมีสถานที่เก็บแล้วทางพิพิธภัณฑ์
จึงจะขอรับมาเก็บต่อไป การดำเนินการพิพิธภัณฑ์ในระยะนี้ฝากให้อยู่ในความดูแลของกรมช่างอากาศการโอนกิจการพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ



ใน ปี พ.ศ.๒๕๐๒ กองทัพอากาศได้มีคำสั่งที่ ๒๐๐๒๕/๐๒ ให้โอนสถานที่และพัสดุพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศไปขึ้นอยู่กับ แผนกตำนานและสถิติ กองเสมียนตรา กรมสารบรรณทหารอากาศ ซึ่ง จอมพลอากาศ เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มาทำพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์




พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ได้รับความสนใจ
กิจการ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศได้เจริญขึ้นตามลำดับ ได้มีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในวันสำคัญของทางราชการ เช่น วันเด็ก วันกองทัพไทย วันแสดงกิจการบิน กองทัพอากาศ ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชม ปรากฏว่าได้รับความสนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นับว่าได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการเป็นอย่างยิ่ง พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ นอกจากเป็นที่รวบรวมพัสดุพิพิธภัณฑ์อันหาค่าเปรียบมิได้ในทางประวัติศาสตร์ แล้ว ยังได้มีโอกาสอันสำคัญในการช่วยเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ กล่าวคือ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ



เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๐๓ นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้า วชิราลงกรณ์ (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์) ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรเครื่องบินเมืองแคลร์มอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย หัวหน้าพนักงานผู้รักษาพิพิธภัณฑ์แห่งนั้น ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายพระบรมฉายาลักษณ์และสมุดภาพเครื่องบินต่าง ๆ พร้อมกับทูลขอพระราชทานเครื่องบินแบบ สปิตไฟร์ ซึ่งกองทัพอากาศไทยเคยมีไว้ประจำการ ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์เมืองแคลร์มอนต์ เนื่องจากได้ทราบว่ามีเครื่องบินชนิดนี้เก็บไว้ที่จังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยหลายแห่ง สำนักเลขาธิการได้ติดต่อผ่านกระทรวงกลาโหม สอบถามมายังกองทัพอากาศว่ามีพอจัดให้ได้หรือไม่ กองทัพอากาศแจ้งไปว่าเครื่องแบบนี้ได้ปลดประจำการแล้ว มีเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ พร้อมที่จะมอบให้ ๑ เครื่อง เป็นชนิดไม่ติดอาวุธและอยู่ในสภาพเรียบร้อย การอนุมัติอยู่ในอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้อนุมัติและนำทูลเกล้าถวายเพื่อพระราชทานแก่พิพิธภัณฑ์เครื่องบิน เมืองแคลร์มอนต์ต่อไป นับว่าได้สนองฝ่าละอองธุรีพระบาทล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในการเผยแพร่เกียรติคุณ และขื่อเสียงของชาติไทยในต่างแดนอีกด้วย



การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๕
ใน ปี พ.ศ.๒๕๐๕ กองทัพอากาศได้มีคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๑๓/๐๕ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๐๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงและขยายกิจการพิพิธภัณฑ์ ทอ.(พล.อ.อ.บุญชู จันทรุเบกษา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) ต่อจากกรรมการชุดก่อนโดยให้ ผช.เสธ.ทอ.ฝ่ายยุทธบริการ เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดใหม่นี้ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ ในหลักใหญ่ ๒ ประการ คือ
๑.วางแผนและดำเนินการทั้งปวงในอันที่จะปรับปรุงและขยายกิจการพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ให้เหมาะสมและทันสมัย
๒.จัดหายุทธภัณฑ์ สันติภัณฑ์ทุกประเภท ตามลำดับตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
สถานที่เก็บรักษาและตั้งแสดงคงใช้โรงงานการซ่อม ชอ.ตามเดิม ต่อมาในปี ๒๕๐๙ ได้
รับมอบอาคารเพิ่มเติมอีก ๔ หลัง ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน


สถานที่อาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ พ.ศ.๒๕๑๒
ด้วย กองทัพอากาศมีความจำเป็นต้องมอบพื้นที่บริเวณที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์เดิม (โรงงานกรมช่างอากาศที่ ๓) ให้ใช้ประโยชน์ในกิจการบินพาณิชย์ กองทัพอากาศจึงได้พิจารณาสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ใหม่ ตั้งอยู่ด้านขวาของถนนพหลโยธิน (เมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ) ห่างจากกรุงเทพ ฯ (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร และเยื้องกับโรงเรียนนายเรืออากาศ ได้เริ่มสร้างเมื่อ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๑๑ แล้วเสร็จเมื่อ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน ๖,๖๓๕,๐๐๐.- บาท (หกล้านหกแสนสามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) และได้ทำพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๑๒ ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา.



ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ
•พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้าย (ฝั่งขาออก) ของถนนพหลโยธิน
ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๒๔.๕
•ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ เป็นหอประชุมกานตรัตน์ และมีโรงเรียนนายเรืออากาศ อยู่เยื้องถัดไป
•การเดินทาง
•รถประจำทางสาย ๓๔, ๓๙, ๑๑๔, ๓๕๖
•รถประจำทางปรับอากาศสาย ๓, ๒๑, ๒๒, ๒๕, ๓๔, ๓๙, ๑๑๔, ๓๕๖
•การเดินทางจากทิศใต้จะผ่านสะพานใหม่, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
ส่วนการเดินทางจากทิศเหนือจะผ่านกองบัญชาการกองทัพอากาศ, โรงเรียนนายเรืออากาศ
ข้อพึงสังเกตุ
•มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประดิษฐานบริเวณด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ
การติดต่อ
•กองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร โทร.๐ ๒๕๓๔ ๑๘๕๓, ๐ ๒๕๓๔ ๑๘๕๔ (โทรสาร)
•การติดต่อขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ กรุณาดำเนินการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเยี่ยมชม ตามตำบลที่อยู่ดังนี้
เรียน เจ้ากรมสารบรรณทหารอากาศ
กรมสารบรรณทหารอากาศ
กองบัญชาการกองทัพอากาศ
ดอนเมือง
กรุงเทพ ฯ ๑๐๒๑๐
การเปิดให้เข้าชม
•พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ เปิดให้เข้าชมทุกวัน (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา
๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ไม่เสียค่าผ่านประตู
•พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เปิดให้ถวายสักการะ
ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. สำหรับวันอังคารและวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ -๒๐.๐๐ น.
สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 0๒-๕๓๔-๑๘๕๓โทรสาร 0๒-๕๓๔-๑๘๕๔หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.rtafmuseum.com

Additional information