มีข้อผิดพลาด
  • แทมเพลตที่ใช้แสดงผลในส่วนนี้ไม่สมบูรณ์กรุณาติดต่อผู้ดูแล

ท่องเที่ยวเมืองลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์



อำ เภอลับแลตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์เพียง 9กิโลเมตรไปตามทางหลวงหมายเลข 102ระยะทางประมาณ 3กิโลเมตรจากนั้นเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1041 อีก 6 กิโลเมตรก็จะถึงอำเภอลับแล สำหรับอำเภอลับแลเป็นเมืองโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อประมาณ100กว่าปีล่วงมาแล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสเมื่อปีพ.ศ. 2444สำหรับความเป็นมาของคำว่า “ลับแล”นั้นตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพว่าเดิมชาวเมือง แพร่และชาวเมืองน่านหนีข้าศึกศัตรูและความเดือดร้อนมาซุ่มซ่อนและตั้งชุมชน อยู่บริเวณนี้ เนื่องจากเป็นป่ารกสามารถหลบซ่อนตัวได้ง่ายเพราะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของอำ เภอลับแลเป็นภูเขาสลับซับซ้อนสามารถหลบซ่อนตัวจากข้าศึกศัตรูได้โดยง่าย



ใน อำเภอลับแลนอกจากจะมีโบราณสถานที่น่าสนใจแล้วยังเป็นแหล่งผลิตสินค้า หัตถกรรมอันเลื่องชื่อเช่น ผ้าตีนจก และไม้กวาดเป็นแหล่งปลูกลางสาดซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัด อุตรดิตถ์ มะไฟหวานรวมทั้งทุเรียนหมอนทองพันธุ์ หลง-หลินลับแลที่มีรสชาติดีมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศอีกด้วย


ตำนานเมืองลับแล
เมือง ลับแลมีตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาช้านานว่าในสมัยโบราณ “ลับแล”เป็นเมืองมหัศจรรย์ที่มีหญิงสาวสวยอาศัยอยู่รวมกันในหมู่บ้านแห่ง หนึ่งโดยยึดมั่นในความดีมีศีลธรรมและรักษาวาจาสัตย์ เมืองลับแลตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อนยากที่ผู้ใดจะเดิน ทางมาถึงซึ่งต่อมาได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งหลงทางเข้ามาในเมืองลับแลและได้พบกับ หญิงสาวผู้หนึ่งในเมืองลับแล เกิดรักใคร่ชอบพอกันต่อมาได้แต่งงานกันอยู่ด้วยกันจนกระทั่งมีลูก วันหนึ่งหญิงสาวคนนี้ออกไปเก็บพืชผักผลไม้ในป่าเป็นเวลานานทิ้งให้ลูกอยู่ กับสามีจนลูกร้องไห้คิดถึงแม่ ฝ่ายสามีจึงปลอบลูกว่า “อย่าร้องไห้ไปเลยนั่นไงแม่เจ้ากลับมาแล้ว”ฝ่ายสามีโกหกลูกน้อยทั้งๆที่แม่ ยังไม่ได้กลับมา และเนื่องจากเมืองลับแลมีกฎบัญญัติไว้ว่าห้ามมิให้มีการโกหกกัน ฝ่ายสามีทำผิดกฎจึงต้องออกเมืองลับแลและก่อนที่จะเดินทางออกจากเมืองลับแล ฝ่ายภรรยาได้มอบย่ามให้ใบหนึ่งและกำชับว่า “ห้ามเปิดระหว่างทาง”และระหว่างเดินทางกลับฝ่ายชายทนความหนักของ ของภายในบ้านไม่ไหวจึงเปิดย่ามออกดูพบว่าในย่ามเป็นขมิ้นชายหนุ่มจึงโยน ขมิ้นเกือบทั้งหมดทิ้งเหลือไว้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้นและ ต่อมาเมื่อเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านพบว่าขมิ้นที่มีเหลืออยู่ชิ้นหนึ่งนั้น กลับกลายเป็นทองคำชายหนุ่มจึงเกิดความเสียดายที่เก็บไว้เพียงชิ้นเดียวเท่า นั้นครั้นจะหวลกลับไปเอาทองคำที่ทิ้งไว้อีกครั้งก็จำทางไปไม่ได้เสียแล้ว จนเล่าเป็นตำนานกล่าวขานของเมืองลับแลเล่าสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้


สำหรับอาณาเขตของเมืองลับแล
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอตรอนจังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอศรีสัชนาลัยจังหวัดสุโขทัย
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอำเภอลับแลมีดังต่อไปนี้
น้ำตกแม่พลู ตั้งอยู่หมู่ที่4 บ้านนอกด่านตำบลแม่พลูอำเภอลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นน้ำตกที่เกิดจากการ ตกแต่งธารน้ำโดยการเทปูนให้กระแสน้ำไหลลงมาเป็นชั้นๆมีความสวยงามแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอุตรดิตถ์



กระแส น้ำไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆความสูงประมาณ80 เมตรสภาพบริเวณโดยรอบน้ำตกร่มรื่นด้วยแมกไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่นแก่นัก ท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง บริเวณใกล้ๆกับน้ำตกเป็นสวนผลไม้เช่น ลางสาด, ทุเรียน, ขนุน
ฯลฯ



บริเวณ ใกล้กับตัวน้ำตกมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และลานจอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว การเดินทางจากอำเภอเมืองถึงอำเภอลับแลระยะทาง 8 กิโลเมตรจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 1043 ประมาณ 12 กิโลเมตรหรือขึ้นสองแถวที่บริเวณตลาดตุลาสถิตย์ในตัวเมืองโดยรถจะออกทุกๆ 30 นาที

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 102ประมาณ 500 เมตรวัดอยู่ทางซ้ายมือของถนนใกล้ทางแยก



เป็น พระอารามหลวงภายในโบสถ์มีพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 8 ฟุต สูง3นิ้วฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัวโดยมีตำนานว่าพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์เคยทรงเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงมีการสร้างพระแท่นอาสน์ขึ้น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยโดยไม่ปรากฏนามผู้สร้าง



ต่อ มาปีพ.ศ. 2451ไฟป่าได้ไหม้มณฑปและวิหารเหลือแต่แท่นสิลาแลง ต่อมารัชกาลที่ 5ได้ทรงโปรดเกล้าให้ปฎิสังขรณ์ใหม่ บานประตูของวัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นไม้สักแกะสลักนั้นเดิมเคยเป็นบานประตู ของวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดพิษณุโลกมาก่อนสำหรับงาน นมัสการพระแท่นศิลาอาสน์จะเริ่มงานในวันขึ้น8 ค่ำ ถึงวันขึ้น15 ค่ำเดือน3 ของทุกปี



นอก จากนั้นภายในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในศาลาการเปรียญโดย ตกแต่งแบบล้านนา ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยนายเฉลิมชัย ชยปาโลด้านหน้าถูกประดับประดาไปด้วยไม้ดอกและสวนสมุนไพร สร้างด้วยไม้มี2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นที่แสดงเครื่องมือจับสัตว์น้ำโบราณและเรือพายโบราณ ชั้นบนแสดงเรื่องราวของชีวิตชาววังและชาวบ้านสมัยก่อนเครื่องจักสานเครื่อง ตีเหล็ก เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ธรรมาสน์หลวง ธรรมาสน์โบราณฝีมือช่างสมัยอยุธยาพระพุทธรูปที่แกะมาจากต้นโพธิ์โบราณและพระ พุทธรูปสมัยสุโขทัยและอยุธยารวมถึงศิลปของชาวเหนือ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-17.00น.ทุกวัน

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตั้งอยู่ที่หมุ่ที่ 3 บ้านทุ่งยั้งตำบลทุ่งยั้งจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปตามทางหลวงหมายเลข102ประมาณ 3กิโลเมตรจะมองเห็นวัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ



โดยวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีตำนานเกี่ยวพันกับอีกสองวัดที่อยู่ใกล้เคียงกัน มีเรื่องราวกล่าวถึงการเสด็จมาของพระพุทธเจ้า



สำหรับ วัดแห่งนี้มีชื่อเดิมว่าวัดมหาธาตุประกอบด้วยวิหารแบบล้านนาซึ่งอยู่ด้าน หน้าซึ่งถัดไปเป็นพระบรมธาตุทุ่งยั้งโดยภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเจดีย์เก่าแก่แบบลังกาทรงกลมฐานเป็นรูป สี่เหลี่ยม 3 ชั้น โดยบานล่างมีเจดีย์องค์เล็กๆเป็นบริวารอยู่สี่มุมฐานที่3 มีซุ้มคูหา 4 ด้านสันนิษฐานกันว่าได้รับการบูรณะขึ้นภายหลัง
วัดดงสระแก้ว ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่4บ้านดงสระแก้วตำบลไผ่ล้อมอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์โดยเป็นวัดที่มีพระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองอายุประมาณ 100 ปี


เป็นพระอุโบสถที่มีความสวยงามมากโดยชาวบ้านมีความเชื่อกันว่า ถ้าได้มีโอกาสลอด
พระอุโบสถไม้สักแห่งนี้แล้วจะเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา



ใครมีโรคภัยไข้เจ็บก็จะหายและถ้าใครตั้งจิตอธิษฐานขอพรอันใดก็จะได้รับความสมหวังดั่งใจปรารถนาทุกประการ


ภูเขากินได้ เส้นทางท่องเที่ยวทางธรรมชาติในตำบลแม่พูล
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร


ใน ตำบลแม่พูลตั้งอยู่บนภูเขาสูงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เปิดขึ้นมาใหม่เพื่อ การท่องเที่ยวชมธรรมชาติและสวนผลไม้ของชาวบ้านฯที่ปลูกเรียงรายอยู่ตลอดสอง ข้างทางแนวสันเขาอาทิเช่น ทุเรียน ส้มโอ,มะไฟ,ลิ้นจี่ ฯลฯจนถูกขนานนามว่าภูเขากินได้เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนผลไม้นานาชนิด

 


และ บนจุดชมวิวนักท่องเที่ยวสามารถหยุดชมวิวทิวทัศน์ของจังหวัดอุตรดิตถ์บนมุม สูงแบบสุดสายตาพานอราม่าระหว่างเส้นทางถนนอันคดเคี้ยววกวนสลับซับซ้อนโดยจัด ให้มีเส้นทางขึ้นอีกทางหนึ่งและลงอีกทางหนึ่งเพื่อความปลอดภัยในการท่อง เที่ยวบนถนนสายนี้ซึ่งเป็นถนนบนสันเขาที่ใช้แบ่งขอบเขตจังหวัดสุโขทัยและ แพร่ตลอดสองข้างทาง 45 กิโลเมตรอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนผลไม้นานาชนิด การเดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนภูเขากินได้ลูกนี้จะต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน สี่ล้อเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง


ส่วน ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม เป็นช่วงผลไม้กำลังสุกงอมและในช่วงฤดูหนาวเริ่มต้นตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน-มกราคม อากาศบนภูเขาจะหนาวจัดเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสความหนาวเย็น และฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์-เดือนเมษายนอากาศปลอดโปร่งแจ่มใส หนีอากาศร้อนขึ้นมาพักผ่อนบนภูเขากินได้ผลไม้ใกล้สุกงอมส่วนฤดูฝนไม่เหมาะ กับการเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวเพราะถนนลื่นอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
นักท่องเที่ยวท่านใดท่านสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
สำนักพัฒนาชุมชนอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์โทรศัพท์ 055 -450 143

Additional information