เรื่อง......สุเทพ  พวงมะโหด

ภาพ.......ศักดา  สุวรรณศรีไพศาล,สุเทพ  พวงมะโหด

วันแรกของการเดินทาง

-    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถนนเพชรบุรีตัดใหม่   กรุงเทพฯ

เวลา07.30น คุณสมชาย ชมพู่น้อยผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคภาคกลางได้เดินทางมาทำพิธีเปิดกิจกรรมแรลลี่ “ขับรถเที่ยวภาคกลาง  เส้นทางกรุงเทพฯ-ราชบุรี-เพชรบุรี

หลังจากพิธีเปิดสิ้นสุดลงรถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ก็เริ่มต้นออกเดินทางไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข4 มุ่งหน้าสู่ จังหวัดราชบุรีในทันที

พอเข้าสู่เขตอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรีจุดแรกที่คณะของเราจะแวะพักรถก็คือสหกรณ์หนองโพราชบุรี

คณะของเราพากันเล่นเกมพร้อมรับนมสดจากร้านแดรี่ฮัท มาดื่มเพิ่มพลังในการเดินทางจากนั้นคณะของเราก็เดินทางเข้าไปชมกิจการภายในของสหกรณ์หนองโพราชบุรี

สำหรับประวัติความเป็นมาของสหกรณ์หนองโพราชบุรีนี้ในระยะแรกที่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศ เกษตรกรผู้เลี้ยงมักประสบปัญหาจำหน่ายน้ำนมดิบไม่ หมด ต้องประสบกับการขาดทุนเสมอ โดยเฉพาะเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเลี้ยงโคนม กันมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้นำน้ำนมสดมาแปรรูปเป็นนมผง ซึ่งจะเก็บไว้ได้นาน นับเดือน จึงโปรดให้ก่อสร้างโรงงานผลิตนมผงขนาดเล็กขึ้นในบริเวณสวนจิตรลดา เพื่อเป็นตัวอย่างแก่สมาชิก สหกรณ์โคนมได้ศึกษา และรวมทุนกันก่อสร้างโรงงานของตนเองต่อไป

เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดราชบุรี ซึ่งประสบปัญหาใหญ่เกี่ยวกับสถานที่ จำหน่ายน้ำนมดิบ เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้ประสบภาวะการขาดทุนในการประกอบอาชีพ กลุ่มผู้นำเกษตรกรตำบลหนองโพและเขตใกล้เคียง ได้ขอความช่วยเหลือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ราชบุรี ในขณะนั้นคือ นายจรูญ วัฒนากร ให้ติดต่อผู้รับซื้อน้ำนมดิบ และได้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตกลง เป็นผู้รับซื้อ โดยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรวมกลุ่มจัดตั้งศูนย์รวมนมหนองโพขึ้น โดยได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากทางราชการและทุนของกลุ่มเกษตรกรเป็นทุนในการก่อสร้างอาคารศูนย์รวมน้ำนม

ก่อนที่จะมีการก่อตั้งศูนย์รวมน้ำนมนั้น ในปี ๒๕๑๒ สถานีผสมเทียมจังหวัดราชบุรี ได้นำเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดโรงงานนมผง สวนดุสิต ณ พระราชวังสวนจิตรลดา และในครั้งนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจังหวัดราชบุรีได้ทูลเกล้าถวายฎีกาถึงปัญหา ความเดือดร้อนที่ไม่มีตลาดจำหน่ายน้ำนมดิบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ความช่วยเหลือในการที่จะสร้างโรงงานนมผงขึ้น

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ การดำเนินการของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมประสบความสำเร็จแต่ยังไม่เพียงพอต่อการรับ สถานการณ์น้ำนมดิบที่เพิ่มสูงขึ้นกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จึงเคลื่อนไหวจัดตั้งสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่ตำบล หนองโพในปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายทวิช กลิ่นประทุม และ คณะกรรมการศูนย์รวมนมหนองโพเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน จำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อพิจารณา นำมาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำเงินดังกล่าวรวมกับทุนทรัพย์ ส่วนพระองค์ จำนวน ๑,๐๐๒,๐๐๐ บาท ก่อสร้างโรงงานนมผง ณ ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัด ราชบุรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ออกแบบ โดยใช้ต้นแบบจากโรงงานนมผง สวนจิตรลดา แต่มีกำลังการผลิตนมผงเป็นสองเท่าพระราชทานชื่อว่า "โรงงานหนองโพ" ให้มีการดำเนินการ บริหารในรูปของบริษัทชื่อบริษัท ผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด มีวัตถุประสงค์สำคัญในอันที่จะช่วยให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยตัวเองในการประกอบอาชีพ ให้มีรายได้ที่แน่นอนและมี มาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นกว่าเดิม

ในส่วนของสหกรณ์ก็มีวัตถุประสงค์หลักที่เน้นการผลิต ผลิตภัณฑ์นมที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน ทำการ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริโภคนมที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อสมาชิกและมวลชนในสังคมต่อไป.

 สถานที่ติดต่อ     สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี  เลขที่ 119 หมู่ที่ 3 ต.หนองโพ  อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 70120 โทร : 032-389038-9, 032-351941-2, 032-389234-5

โทรสาร : 032-389089, 032-351943Website : www.nongpho.com

E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

จากสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี  คณะของเราออกเดินทางต่อมายังสุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา ตั้งอยู่ในอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี

สำหรับสุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา  เจ้าของสร้างขึ้นมาจากความรักในการทำตุ๊กตามากว่า 30 ปี สู่การสร้างสรรค์ “สุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา” ดินแดนแห่งความฝันของคนรักตุ๊กตาทุกคน  ที่นี่จำลองบรรยากาศต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกมารวมกับตุ๊กตาน่ารักๆ ของสุนทรีแลนด์ เพื่อเติมเต็มจินตนาการและความสุขให้ผู้มาเยี่ยมเยือน  เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพกับเหล่าตุ๊กตา ในบรรยากาศจำลองสถานที่สำคัญจากทั่วโลก 

นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังได้ทดลองทำตุ๊กตาด้วยตนเองอีกด้วย

จากนั้นคณะของเราก็เลือกซื้อตุ๊กตาหลากหลายจากโรงงาน

พร้อมกับชิมกาแฟและอาหารอร่อยที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี

สุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 84 เข้าซอยเทศบาลตำบลบ้านสิงห์ ตรงมา 4 กิโลเมตร อยู่ด้านซ้ายมือ โดยจากนครปฐม วิ่งเส้นเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 84 ด้านซ้ายจะเป็นโรงเรียนอนุบาลโพธาราม เลี้ยวซ้ายเข้ามาอีก 4 กิโลเมตร จะอยู่ซ้ายมือครับ

เปิดบริการ : 9.00-17.00 น. หยุดทุกวันพุธ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท

ที่อยู่ : สุนทรีแลนด์  แดนตุ๊กตา  1/2 หมู่ 1 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 70120

GPS N 13.652821   E 99.904988

โทรศัพท์ : 082-024-2888,082-0217888Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. www.suntreelandofdolls.comfacebook.com/suntreeland

จากสุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา คณะของเราออกเดินทางต่อมายังวัดขนอน

วัดขนอน และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ตั้งอยู่ที่ ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี การเดินทางสะดวกเป็นทางลาดยางตลอด ภายในวัดแบ่งเป็น 3 บริเวณใหญ่ ๆด้วยกันอันได้แก่ส่วนที่เป็นที่ตั้งของพระอุโบสถ และวิหาร ส่วนที่เป็นโรงมหรสพ และสุดท้ายคือส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในพระอุโบสถของวัดขนอน กำลังอยู่ระหว่างการบูรณะ การเข้าไปสักการะพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถอาจจะไม่ค่อยสะดวกนักน่ะครับ

แต่ผมก็ถือโอกาสถ่ายรูปพระประธานภายในโบสถ์มาฝากท่านผู้อ่านครับ

ส่วนที่สองคือ ส่วนของโรงมหรสพหนังใหญ่ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวหลังคาสูงเปิดโล่ง จัดเก้าอี้ไว้รองรับผู้ที่สนใจมาชมการแสดงหนังใหญ่โดยนักเรียนจากโรงเรียนวัดขนอน ปกติจะมีการแสดงสาธิตให้ชมฟรีในวันเสาร์ช่วง 10.00-10.30น.เท่านั้น

หากมานอกเหนือจากเวลานี้จะไม่มีให้ชม ถ้าต้องการชมการแสดงหนังใหญ่ นอกเหนือจากเวลาข้างต้น ต้องติดต่อล่วงหน้าและมีค่าใช้จ่ายต่อรอบประมาณ 2,500 บาท(ติดต่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมที่เจ้าอาวาสวัดขนอน โทร. 032-233386, 081-7531230 โทรสาร 032-354979 ข้อมูลจาก ททท.เขาครับ )

 การแสดงหนังใหญ่ต้องประกอบด้วยสถานที่ (โรงหนัง จอหนัง และแสง) ตัวหนัง เครื่องปี่พาทย์ ดนตรีประกอบ ผู้พากย์บทเจรจา ผู้เชิดหนัง และบทละคร การแสดงหนังใหญ่ของวัดขนอนนั้นเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงชั้นสูงแขนงหนึ่งที่ทรงคุณค่า เวลาได้ชมการแสดงหนังใหญ่ที่มีทั้งดนตรีประกอบที่ไพเราะ ความสนุกสนานตื่นเต้นของเนื้อเรื่อง ความคึกคักของผู้เชิดหนัง คนพากย์บท รวมถึงความสวยงามของตัวหนังที่ปรากฏบนจอหนัง

ทำให้ได้ทราบถึงความยิ่งใหญ่ และความสามารถของคนไทยในอดีตที่คิดค้น และสร้างขึ้น รวมถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไปจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน ให้ได้เห็นความสามารถ และความยิ่งใหญ่ทางด้านศิลปะของบรรพบุรุษของเราเอง

นอกจากนั้นยังควรช่วยกันสนับสนุนกลุ่มคนที่มีความคิดที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยไว้ดั่งเช่นที่ทางวัดขนอน และพิพิธัณฑ์วัดขนอนได้กระทำอยู่ในขณะนี้

ส่วนที่สาม พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน เป็นอาคารทรงไทยหลังใหญ่ยกพื้นสูง

ภายในเป็นที่จัดแสดงตัวหนังใหญ่ที่อนุรักษ์ไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีทั้งหมด 313 ตัว หนังใหญ่คนละชุดกับที่แสดงปัจจุบัน(เนื่องจากสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระราชดำริให้ทางวัดช่วยอนุรักษ์หนังใหญ่ทั้ง 313 ตัวไว้ จัดทำชุดใหม่ขึ้นมาไว้แสดงแทน)

สถานที่ตั้ง   วัดขนอนและพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดขนอน ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 70120  โทรศัพท์  032-233386 มือถือ 081-7531230 โทรสาร 032-354272GPS   N13.708325940309228 , E99.84765529632568

เปิดบริการให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-17.30 น.เปิดการแสดง ณ โรงมหรสพหนังใหญ่วัดขนอนทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 – 11.00 น.

สำหรับงานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนจัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 เมษายน ของทุกปี

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดนครปฐมเข้าสู่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จากนั้นเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกอำเภอบางแพ  ไปตามทางหลวงหมายเลข 3090 เข้าสู่อำเภอโพธาราม ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3089 ประมาณ 3 กิโลเมตร วัดขนอนตั้งอยู่ทางขวามือ

รถโดยสารประจำทาง  มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัทโพธารามทัวร์ จำกัด ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.30-19.30 น. อัตราค่าโดยสาร 55 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2435-5036.

คณะของเราเดินเที่ยวชมวัดขนอนจนสมควรแก่เวลาได้เวลาอาหารกลางวันพอดี

จากนั้นแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านซีแอนด์ซี Cabbages&Condomsสาขาราชบุรีซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ร้านซีแอนด์ซี Cabbages&Condomsสาขาราชบุรีมีเมนูอาหารอร่อยที่ผมอยากจะแนะนำนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวยังจ.ราชบุรีให้ลองลิ้มชิมรสดูอาทิเช่น

-ปลาทับทิมสามรส

-ยำปลาดุกฟู

-ทอดมันปลากราย

-ต้มจืดกะหล่ำปลียัดใส่หมูสับ

-ห่อหมกมะพร้าวออน่

 นอกจากนี้ภายในร้านซีแอนด์ซี Cabbages&Condomsสาขาราชบุรียังมีร้านจำหน่ายถุงยางอนามัยเอ๊ย! ไม่ใช่ซิครับสินค้าของที่ระลึกและสินค้าO-TOPของราชบุรีมาวางจำหน่ายอีกด้วยครับ

นอกจากรสชาติอาหารที่อร่อย,สะอาดและถูกหลักอนามัยแล้วสิ่งที่ประทับใจผมมากที่สุดก็คือห้องสุขาที่กว้างขวางสะอาดจนแทบที่จะนอนได้เลยครับดูสะอาดกว่าห้องนอนของผมที่บ้านเสียอีกจนผมอยากที่จะนอนหลับในห้องสุขาของร้านซีแอนด์ซีCabbages&Condomsสาขาราชบุรีแห่งนี้สักงีบหนึ่งเลยผับผ่าซิครับ

นอกจากนี้ภายในร้านซีแอนด์ซี Cabbages&Condomsสาขาราชบุรียังยังมีห้องประชุมสัมนาขนาดใหญ่ตลอดจนโรงแรมห้องพักระดับสี่ดาวหลายสิบห้องให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังจ.ราชบุรีอีกด้วยครับ

การเดินทาง

ร้านซีแอนด์ซี Cabbages&Condomsสาขาราชบุรี

ตั้งอยู่ที่75หมู่5ต.บ้านเลือกอ.โพธาราจ.ราชบุรีโทรศัพท์032-234-336แฟกซ์ 032-234-367  Email cbirdrb.pda.or.th

-   จากนั้นจึงเดินทางเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรีสำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกที่คณะของเราจะแวะเข้าไปเที่ยวชมก็คือพระราชวังบ้านปืน

พระราชวังบ้านปืน

     สำหรับประวัติความเป็นมาของพระราชวังบ้านปืน หรืออีกชื่อพระรามราชนิเวศน์ตั้งอยู่ที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเพชรบุรี ที่บ้านปืน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการทหารเรือ กับ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระยศในขณะนั้น) เป็นแม่กองดำเนินการก่อสร้างพระตำหนัก ถนน และสถานที่ต่างๆ และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรินทรฤาไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเป็นผู้จ่ายเงินสั่งของและเป็นผู้ตรวจการ ทั้งโปรดเกล้าฯ ให้มิสเตอร์คาล ดอห์ริง นายช่างเยอรมัน เป็นผู้คิดเขียนแบบรูปพระตำหนักตามกระแสพระราชดำริ โดยมี ดอกเตอร์ควดไบเยอร์ ชาวเยอรมัน เป็นนายช่างก่อสร้าง นายคลูเซอร์ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายในตำหนักชั้นล่างประกอบด้วย ห้องรอเฝ้า ท้องพระโรงกลาง ห้องเสวย ห้องเครื่อง และห้องเทียบเครื่อง สำหรับชั้นบนประกอบด้วย ห้องพระบรรทมใหญ่ ห้องพระบรรทมพระราชินี ห้องพระบรรทมเจ้าฟ้า และห้องทรงพระอักษรพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2453 แต่การก่อสร้างดำเนินได้ไม่นานก็เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ช่างสร้างต่อจนเสร็จใน พ.ศ. 2459 รวมเวลาสร้างเกือบ 7 ปี

และโปรดเกล้าฯ ให้มีงานฉลองพระตำหนักวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2461ดินดูโดยรอบแล้ว จะได้พบเห็นการออกแบบของพระราชวังที่งดงาม มีการก่อสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโมเดิร์นสไตล์

ด้านหน้าหันไปทางทิศใต้ ซึ่งห่างจากแม่น้ำเพชรบุรีด้านทิศตะวันออกประมาณ 50 เมตร หลังคาสีน้ำตาลเป็นกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีลักษณะเช่นเดียวกับพระราชวังของพระเจ้าวิลเฮิร์มไกเซอร์แห่งประเทศเยอรมัน โดยทำแบบสองชั้นมียอดสองยอดคือยอดพระตำหนักและยอดมุข ส่วนของอาคารภายนอกดูเรียบง่าย แต่เน้นความอลังการของตัวอาคาร ความงดงามของลวดลายบานประตูและหน้าต่างพอเข้าชมภายในอาคาร จะพบกับห้องโถงกลมขนาดใหญ่ มีหลังคาเป็นรูปโดมสวยแปลกตา ตามสไตล์ยุโรป

ด้านข้างมีบันไดด้านซ้ายและขวา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้องชั้นบนส่วนใหญ่ปูด้วยพื้นไม้ และมีสภาพเป็นห้องโถงโล่ง ๆ ผนังห้องตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก มีความงดงามมาก ช่องหน้าต่างประดับด้วยกระจกสีเป็นลวดลายต่าง ๆ ด้านชั้นล่างตรงกลางจะมีทางเดินออกไปสู่สวนน้ำพุเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยห้องโถงรอบๆของพระราชวังพระรามราชนิเวศน์แห่งนี้ เป็นพระราชวังที่มีความงดงาม สวยแปลกตาตามสไตส์ยุโรปแบบไทยๆ ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของ จังหวัดเพชรบุรี แห่งหนึ่งเลยทีเดียวครับ

สำหรับบริเวณด้านหน้าของพระราชวังบ้านปืนใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 เป็นที่สักการะบูชาของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป

ผมเสียดายที่ไม่สามารถถ่ายรูปภายในอาคารบางส่วนมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมครับ เพราะทางเจ้าหน้าที่เขาห้ามถ่ายรูปภายในห้องโถงต่างๆจึงขอให้บรรดานักท่องเที่ยวและประชาชนผู้เข้าชมปฎิบัติตามกฎระเบียบโดยเคร่งครัด เพื่อรักษาและอนุรักษ์สมบัติของชาติไว้ให้ยาวนานสืบไป

พระรามราชนิเวศน์ เปิดให้เข้าชมทุกวันครับตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.

สำหรับค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20บาท เด็ก 10 บาท

สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถทำหนังสือถึง ผู้บังคับการทหารบกจังหวัดเพชรบุรีได้เลยน่ะครับโดยส่งไปที่

ค่ายรามราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000หรือที่โทรศัพท์(032) 428506-10 ต่อ 259.

จากพระราชวังบ้านปืนคณะของเราเดินทางต่อมายังวัดวัดพระพุทธไสยาสน์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดพระนอน”

วัดพระพุทธไสยาสน์หรือวัดพระนอนตั้งอยู่ถนนคีรีรัถยา ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง เพชรบุรี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขาวังเป็นวัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาสำหรับองค์พระพุทธไสยาสน์ก่ออิฐถือปูน ยาว 21 วา 1 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว เดิมสร้างไว้กลางแจ้ง ต่อมาสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลังคาคลุมไว้ พร้อมทำผนังรอบองค์พระ เป็นลักษณะวิหารพระพุทธไสยาสน์ ดังที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ครับ

พระพุทธไสยาสน์หรือวัดพระนอนนี้ถือว่าเป็นพระที่มีขนาดใหญ่และยาวมากวัดหนึ่งในประเทศไทย

แต่พระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทยผมจะเรียงตามลำดับดังนี้ครับ

พระนอนยาวอันดับ 1 อยู่ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ คือยาวถึง 53 เมตร

พระนอนยาวอันดับ 2 อยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรี ยาว 47 เมตร

พระนอนยาวอันดับ 3อยู่ที่วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) จังหวัดเพชรบุรี ยาว 43 เมตร

พระนอนยาวอันดับ 4 อยู่ที่วัดขุนอินทประมูล จังหวัดอ่างทอง ยาว 40 เมตร

จุดที่น่าสนใจของวัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) มี 2 วิหาร คือวิหารพระนอน และ วิหารพระยืน ด้านนอกดูเหมือนเป็นเก๋งจีน

ก่อนเดินเข้าไปชมภายในวิหารผมคิดว่าคงจะเห็นพระพุทธรูปประทับยืนอยู่ภายในวิหารแต่ ที่ไหนได้เป็นการแกะสลักหินทั้งแผ่นเป็นรูปพระพุทธรูปยืนสูงเกือบถึงหลังคา น่าจะเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ?

หลังจากกราบสักการะบูชาขอพรจากพระนอนและพระยืนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นคณะของเราก็เดินทางมายังเขาวัง

ทำการจอดรถด้านล่างจากนั้นใช้บริการของลิฟท์เดินทางขึ้นมายังบนเขาวัง

ซึ่งกำลังมีการจัดงานพระนครคีรี-เมืองเพชรบุรีครั้งที่27เป็นวัดสุดท้ายซึ่งภายในงานกำลังคับคั่งเป็นด้วยผู้คนเดินทางขึ้นมาเที่ยวชมงานบนเขาวังกันเป็นจำนวนมาก

เขาวัง หรือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เป็นสถาน ที่เที่ยวที่สำคัญของเพชรบุรีซึ่งถือได้ว่า เป็นสัญลักษณ์ ของเมืองเพชรบุรี เพราะเมื่อเข้าสู่เมืองเพชรบุรี  สิ่งที่จะได้เห็นโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล  คือ “ เขาวัง “ซึ่งมีเจดีย์และ อาคารสีขาวสะอาดเขาวัง เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 92 เมตร เดิมเรียกว่า “ เขาสมณ”หรือ “เขาคีรี “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะสร้างพระราชวัง สําหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเพชรนิสัยศรีสวัสดิ์ปลัดเมือง เพชรบุรีเป็นนายงานก่อสร้างจนสําเร็จเรียบร้อยเมื่อปีพ.ศ.2403 ทรงพระราชทานนามว่า พระนครคีรี แต่ชาวเมือง เพชรเรียกกันติดปากว่า  “เขาวัง” สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจบนเขาวัง มีพระที่นั่ง พระตําหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรม ตะวันตกแบบ นิโอคลาสสิคผสมสถาปัตยกรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ ๆ 3 ยอดด้วยกัน ดังนี้

- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหล่เขา

เป็นที่ตั้งของ วัดมหาสมณาราม อยู่บริเวณเชิงเขาวัง เดิมชื่อวัดสมณะ หรือ วัดมหาสมณ พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งทรงผนวช ต่อมาเมื่อทรงสร้างพระนครคีรีแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัด แห่งนี้ พระราชทานนามว่า วัดมหาสมณาราม เรียกกันโดยทั่วไปว่า วัดเขาวัง ภายในโบสถ์ ฝาผนังทั้ง สี่ด้าน มีภาพ เขียนฝีมือขัวอินโข่ง ซึ่งเป็นจิตรกรไทยคนแรก ที่ใช้วิธีการเขียนภาพแบบทัศนียวิทยา (perspective) คือ ใช้สีและแสงเงาในการวาด ให้เกิดมิติ มีระยะใกล้-ไกล และแบบภาพมองจากมุมสูง (Birds-eye view) อย่าง ตะวันตก เป็นภาพเขียน เกี่ยวกับการไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา

- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก

เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วหรือ วัดพระแก้วน้อย สร้างขึ้นเป็นวัดในเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกับวัดพระแก้วใน พระบรมมหาราชวัง สิ่งที่ควรชมภายใน ได้แก่

- เจดีย์แดง ปรางค์จัตุรมุข ทาสีแดงทั้งองค์

- โบสถ์ มีสัดส่วนงดงาม และมีหน้าบันเป็นลวดลายปูนปั้น รูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จัดเป็นงานปูนปั้นที่มีชื่อเสียงชิ้นหนึ่งของเมืองเพชรบุรี

- พระสุทธเสลเจดีย์ เป็นเจดีย์หินอ่อน สีเทาอมเขียว ที่มีประวัติการสร้างอันน่าทึ่ง คือ เมื่อสลักหินอ่อนเป็นชิ้น และประกอบที่เกาะสีชังเสร็จแล้ว ได้รื้อนำลงเรือมาประกอบใหม่บนเขาแห่งนี้

- ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรี

เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่

- พระที่นั่งสันถาคารสถาน เป็นหมู่พระที่นั่งขนาดใหญ่ สำหรับต้อนรับแขกเมืองที่มาพักบนพระนครคีรี มีห้องรับ แขกอยู่ตรงกลาง สองข้างเป็นห้องนอน มีมุขหน้ายื่น

- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปัจจุบันเป็นพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์

พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องราชูปโภค เช่น พระแท่นบรรทม พระฉาย (กระจกเงา) บานใหญ่ เครื่องมุก เครื่องถ้วยชาม ตุ๊กตาโลหะ ฝีมือช่างยุโรป เป็นต้น

พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ เป็นที่ประดิษฐานพระแท่นบรรทมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

- พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดย่อม สร้างตามคติที่ว่า การสร้างพระราชวังใหญ่ จะต้องมีปราสาท ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แบบที่ เคยทรง ในการเสด็จออกรับทูตานุฑูต

-พระที่นั่งราชธรรมสภา สร้างด้วยศิลปะแบบผสมระหว่างไทย จีน และตะวันตก กล่าวคือ มีรูปทรงอาคารคล้าย เก๋งจีน แต่ตกแต่งตามแบบไทยและตะวันตก

- หอชัชวาลเวียงชัย เป็นหอทรงกลมสูงสองชั้น หลังคาโค้งกรุกระจก สร้างขึ้นเป็นที่ศึกษาและสังเกตการณ์ ทาง ดาราศาสตร์ สามารถชมทิวทัศน์ของเมืองเพชรบุรีได้โดยรอบ ในอดีต เวลากลางคืน จะจุดโคมไฟแขวนไว้ภาย ในโดมกระจก เมื่อมองจากทะเลสามารถเห็นได้แต่ไกล จึงเป็นที่หมายของชาวเรือในการเดิน เรือเข้าอ่าว บ้านแหลมได้อย่างดี

- เขายอดกลาง เป็น พระธาตุจอมเพชร

เป็นเจดีย์สีขาว ที่มองเห็นเด่นแต่ไกล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่ก่อน แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ และพระราชทานนามว่า พระธาตุจอมเพชร

รายละเอียดเพิ่มเติม

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เขาวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.30-16.30 น.

สำหรับค่าเข้าชม (รวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี) ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท

นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมเขาวังได้โดยการเดินขึ้น หรือโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป-กลับ รวมค่าเข้าชมทั้งหมด) เสียค่าบริการ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ครับ

และทุกๆ ปีจะมีงานเฉลิมฉลองพระนครคีรี มีการแสดงต่างๆ ที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรม และการจุดพลุดอกไม้ไฟ ในเวลากลางคืน โดยจะจัดขึ้นทุกวันศุกร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นระยะเวลา 10 วัน 10 คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-3240-1006, 0-3242-5600

ผมและคณะเดินเที่ยวชมบรรยากาศ  “พระนครคีรี-เมืองเพชรบุรี”ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย

ภายในงานได้จัดให้มีงานประกวดการแต่งกายแบบไทยๆย้อนยุคและการแต่งกายดั่งเดิมของชาวเพชรบุรีสีสันสดใสเข้ากับบรรยากาศในงานซึ่งมีผู้เข้าประกวดกันเป็นจำนวนมากล้วนแต่สาวสวยหนุ่มหล่อกันทั้งนั้นเลยครับ

ท่านผู้อ่านชมได้ตามรูปครับ

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงไปแล้วจากนั้นพลุก็เริ่มถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้าเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสีสันสวยงามเหนือท้องฟ้าของเขาวังเป็นภาพที่งดงามเป็นอย่างยิ่งผมไม่รอช้ารีบตั้งท่าหามุมจากนั้นหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาทำการบันทึกภาพมาฝากท่านผู้อ่านดังรูปต่อไปนี้ครับ

พอเสียงพลุสิ้นสุดจากนั้นผมและคณะก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงแรมUnico grand Sandara @ Cha am beach พร้อมกับร่วมรับประทานอาหารภายในห้องอาหารของโรงแรมซึ่งภายในงานทางททท.ได้จัดให้มีการแจกรางวัลให้แก่บรรดานักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมแรลลี่รถยนต์เดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้โดยได้รับเกียรติ์จากคุณ สมชาย ชมพู่น้อยผู้อำนวยการททท.ภูมิภาคกลางและคุณนงนิตย์ เต็งมณีวรรณผู้อำนวยการททท.สำนักงานเพชรบุรีให้เกียรติ์มาทำการแจกรางวัลในครั้งนี้ด้วยครับ

และก่อนที่จะแยกย้ายกันไปหลับนอนนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้รับรางวัลถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกร่วมกับคุณ สมชาย ชมพู่น้อยและคุณนงนิตย์ เต็งมณีวรรณเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หลังจากงานเลี้ยงและงานแจกรางวัลสิ้นสุดลงจากนั้นก็ห้องใครห้องมันล่ะครับท่านผู้อ่าน

ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป พักผ่อนตามอัธยาศัยเก็บเรี่ยวแรงเอาไว้ท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีต่อไปในวันรุ่งขึ้นครับ.

หน้าต่อไป