วันที่สองของการเดินทาง

-    เช้าวันที่สองที่โรงแรมเกาะกงรีสอรท์
      หลังจากรับประทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นคณะของเราก็ออกเดินทางท่องเที่ยวต่อใปในจังหวัดเกาะกงของประเทศกัมพูชา   สำหรับประวัติความเป็นมาของจังหวัดเกาะกงผมจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังคร่าวๆดังนี้น่ะครับ
    ในอดีตเกาะกงเคยเป็นเมืองหนึ่งของไทย มีชื่อเดิมว่า  “ปัจจันคีรีเขตร”ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระบรมราชโองการตั้งเกาะกงให้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองตราดสำหรับสาเหตุที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามเกาะกงว่า “เมืองปัจจันตคิรีเขตร” ก็เพื่อให้คล้องจองกับชื่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านภาคตะวันตกของไทยในแนวรุ้งละติจูดเดียวกันต่อมาในสมัยรัชกาลที่5ได้มีการตกลงทำหนังสือสัญญาขึ้นฉบับหนึ่งเรียกว่า "หนังสือสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับเพรสสิเดนท์แห่งฝรั่งเศส"และเมื่อฝรั่งเศสยึดครองกัมพูชาได้ ในเหตุการณ์การล่าอาณานิคม จึงได้ยึดเมืองตราดไว้เป็นประกัน ต่อมาตามสนธิสัญญานี้ฝรั่งเศสจึงคืนเมืองตราดให้กับไทยตามเดิม แต่ฝ่ายไทยจะต้องยอมยกดินแดนประเทศกัมพูชาส่วนใน (มณฑลบูรพา) คือ เมืองพระตะบอง,เมืองเสียมราฐ และเมืองศรีโสภณเป็นเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยน แต่ปรากฏว่าเมืองปัจจันตคิรีเขตร (เกาะกง) นั้นฝรั่งเศสมิได้คืนให้ไทยแต่ประการใด ปัจจุบันเมืองปัจจันตคิรีเขตร (เกาะกง) จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศกัมพูชาไปโดยปริยาย .

-    ทางขึ้นไปยังศาสนสถานโกรวครก
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกในเกาะกงที่ชาวคณะของเราเดินทางไปเที่ยวชมก็คือศาสนสถานโกรวครกตั้งอยู่บนเนินสูงติดทะเลห่างจากเกาะกงรีสอรท์ระยะทางประมาณ1กม.บริเวณโดยรอบของศาสนสถานโกรวครกเป็นลานกว้างภายในศาสนสถานใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกแกะสลักมาจากหินทราย เท่าที่ผมสังเกตุจากโดยรอบของศาสนสถานโกรวครกแล้วศาสนสถานแห่งนี้รู้สึกจะสร้างขึ้นมาใหม่แต่ก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะกงเคารพเลื่อมใสเป็นอันมาก

-    บริเวณโดยรอบของศาสนสถานโกรวครกตั้งอยู่บนเนินสูง

-    พระพุทธรูปแกะสลักจากหินทรายที่ศาสนสถานโกรวครกในจังหวัดเกาะกง
จากศาสนสถานโกรวครกคณะของเราเดินทางไปตามถนนราดยางอย่างดีสองข้างทางของถนนสายนี้เต็มไปด้วยโรงงานอุตสหกรรมเช่นโรงงานรองเท้าไนกี้,อดิดาสตลอดจนโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ย้ายฐานการผลิตมาจากเมืองไทยเพราะค่าแรงของกัมพูชาถูกกว่าเมืองไทยเพียงวันละ150-200บาทเท่านั้นและในที่สุดคณะของเราก็เดนทางมาถึงยังเจดีย์โบราณขุนช้างขุนแผน

-    เจดีย์ขุนช้างชุนแผนกลางแม่น้ำเกาะกงในจังหวัดเกาะกง
เจดีย์โบราณขุนช้างขุนแผนซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเกาะกงประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเจดีย์เก่าแก่ ตั้งอยู่ในบริเวณแม่น้ำเกาะกง มีพื้นที่โดยรอบเจดีย์ประมาณ 40 ตารางเมตร มีความสูงโดยประมาณ 4 เมตร มีสะพานปูนเป็นทางเดินเท้ายื่นออกไปในแม่น้ำเกาะกงระยะทางประมาณ100เมตรเพื่อเดินไปยังบริเวณตัวเจดีย์ขุนช้างขุนแผน


-    สะพานปูนทางเดินเท้ายื่นออกไปในแม่น้ำเกาะกงไปยังเจดีย์โบราณขุนช้างขุนแผน
ส่วนด้านล่างเจดีย์มีความลึกไม่น้อยกว่า 6  ด้านบนเจดีย์ได้รับการบูรณะซ่อมแซมแล้ว ส่วนบนหินจะมีรูปปั้นของยายเพ็ญ หญิงชราที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนานโบราณของชาวกัมพูชา   ชาวเกาะกงนิยมมากราบไหว้บูชาเจดีย์ขุนช้างขุนแผนกันเป็นประจำ เพื่อขอพรให้สมหวัง การค้าขายร่ำรวยทำมาค้าขึ้น 

-    รูปปั้นยายเพ็ญ

-   บรรยากาศริมแม่น้ำเกาะกง
จากนั้นคณะของเราออกเดินทางต่อมายังวัดปากคลอง 

-    สภาพถนนสู่ตัวเมืองเกาะกง
วัดปากคลองเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดเกาะกงโดยมีหลวงพ่อหมึกเกจิอาจารย์ชื่อดังอดีตเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ปัจจุบันมรณภาพไปนานแล้วแต่หลวงพ่อหมึกยังคงเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวเกาะกงและชาวตราดมาจนถึงทุกวันนี้ 


-    ประตูทางเข้าวัดปากคลอง
สำหรับวัดปากคลองตั้งอยู่ริมชายหาดติดกับทะเลและจากประตูทางเข้าวัดจะแลเห็นพระพุทธรูปประทับในท่ายืนพนมมือเป็นสิบๆองค์ยืนเรียงรายจนไปสิ้นสุดยังพระอุโบสถของวัด

-    พระพุทธรูปยืนปากทางเข้าวัดปากคลองในจังหวัดเกาะกง

-    ชายหาดบริเวณหน้าวัดปากคลองจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง
ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างคณะของเราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากท่านเจ้าอาวาสของวัดปากคลองซึ่งพูดไทยชาวคณะของเราร่วมใจกันทำบุญทำทานตามแต่กำลังศรัทธาก่อสร้างพระอุโบสถของวัดปากคลองที่ยังสร้างไม่เสร็จหลังจากรับศีลรับพรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


-    พระภิกษุกัมพูชาสวดมนต์ให้ศีลให้พรแก่คณะทัวร์ชาวไทย

-    รับศีลรับพรและพระเคื่องหลวงพ่อหมึกจากเจ้าอาวาสวัดปากคลองในจ.เกาะกง

-    พระอุโบสถของวัดปากคลองที่กำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จเห็นอยู่ไกลๆ
จากนั้นคณะของเราเดินทางมารับประทานอาหารกันที่ร้านทะมอดา ซีฟู้ดตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลสาปอันสวยงามในจังหวัดเกาะกง

-    ร้านทะมอดา ซีฟู้ดตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลสาป

-   นักท่องเที่ยวชาวไทยรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ร้านทะมอดา ซีฟู้ด

-    บรรยากาศของร้านทะมอดา ซีฟู้ดในยามค่ำคืน
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากนั้นคณะของเราก็ออกเดินทางข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเกาะกงที่มีความยาว1กม.ข้ามมายังตัวเมืองเกาะกง

-    ถนนบนเกาะกง

-    นิคมอุตสหกรรมที่เปิดใหม่ในจ.เกาะกง


-    สะพานข้ามไปยังตัวเมืองเกาะกงยาวประมาณ1กิโลเมตร

-    ตัวเมืองเกาะกงเมื่อมองจากสะพานเกาะกง

-    ตึกรามบ้านช่องใหม่ๆเรียงรายไปตามถนนในตัวเมืองเกาะกง

ซึ่งบรรยากาศในตัวเมืองเกาะกงก็มีลักษณะคล้ายกับเมืองตามต่างจังหวัดบ้านเราปัจจุบันเกาะกงกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองอุตสหกรรมของกัมพูชาเพราะตั้งอยู่ในชัยภูมิที่กับติดทะเลนอกจากนั้นยังตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือสีหนุวิวท่าเรือขนส่งที่สำคัญของกัมพูชาทำให้การขนส่งสินค้าออกสู่ประเทศต่างๆสามารถทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว

-    วงเวียนใจกลางจังหวัดเกาะกง


-    อนุสาวรีย์อิสรภาพภายในมีโกศใส่อัฐิของทหารที่เสียชีวิตในการสู้รบกับเขมรแดง
ในที่สุดคณะของเราก็เดินทางมาถึงยังวัดตวลเหงียนในตัวเมืองเกาะกงสำหรับวัดตวลเหงียนเป็นวัดในพุทธศาสนาแต่ชื่อดันไปคล้ายกับภาษาเวียตนามเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเกาะกงมีอายุมากกว่า100ปีตั้งแต่สมัยที่เกาะกงยังอยู่ในการปกครองของสยาม

-    โบสถ์ของวัดตวลเหงียนในจังหวัดเกาะกง

-    พระพุทธรูปในวัดตวลเงียน เกาะกง
วัดตวลเหงียนผ่านสภาวะสงครามมานานหลายสิบปีแต่ก็ยังได้รับบูรณะซ่อมแซมตลอดมาจากชาวเกาะกงที่เลื่อมใสในพุทธศาสนาจนถึงปัจจุบันนี้ชาวคณะของเราพาเข้าไปนมัสการองค์พระประธานที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถพร้อมกับบริจาคทำบุญบูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถแล้วแต่กำลังศรัทธา


-    แม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายสิบปีสถานที่เก็บอัฐิในวัดตวลเหงียนแห่งนี้ก็ยังมีจารึกชื่อภาษาไทยของคนไทยบนเกาะกงอยู่
จากนั้นเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังน้ำตกตาไตตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเกาะกงระยะทางประมาณ30กิโลเมตร

-    ถนนบนเกาะกง

-    สภาพถนนทางไปยังน้ำตกตาไตห่างจากตัวเมืองเกาะกง 30กม.
น้ำตกตาไตเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัดไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นลงสู่แม่น้ำครางครืนในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจะไหลรุนแรงมากแต่ก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่งในทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์ชาวกัมพูชาจะพาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจกันที่น้ำตกตาไตแห่งนี้กันเป็นประจำ


-    น้ำตกตาไตในช่วงฤดูร้อนน้ำใสไหลเย็น

-    น้ำตกตาไตในช่วงฤดูฝน
หลังจากที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจกันที่น้ำตกตาไตจนสมควรแก่เวลาจากนั้นจึงเดินทางกลับมาช้อบปิ้งกันที่ตลาดเกาะกง


-    บรรยากาศในตลาดเกาะกง
ตลาดเกาะกงแห่งนี้เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดเกาะกงจำหน่ายสินค้ามากมายหลากหลายชนิดทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคซึ่งสินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจากไทยพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ในตลาดเกาะกงยิ้มแย้มแจ่มใสสามารถพูดไทยได้คล่องแคล่วและนอกจากนั้นสามารถใช้จ่ายเงินบาทไทยได้โดยสะดวก

-    ขนมหวานก็มีขาย

-    ปลาร้า,ปลาแดกก็มีขายครบเครื่อง

-    นาฬิกา แว่นตาก็มีขาย
คณะของเราเดินเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าในตลาดเกาะกงจวนเจียนจะใกล้ค่ำ


-    บรรยากาศดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าที่แม่นำครางครืนจ.เกาะกงในกัมพูชา
จากนั้นจึงเดินทางกลับเข้าสู่เกาะกงรีสอรท์เพื่อพักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงไว้เดินทางกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น.

คณะทัวร์ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าโรงแรมเกาะกงรีสอร์ทก่อนออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ