5 วัน 4 คืน เปิดโลกทะเลชุมพร p3

วันที่สามของการเดินทาง



 เช้าวันที่สามแห่งการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร หลังจากอาหารเช้าคุณชายเจ้าของ M.T. RESORT ก็พาเราสองคนเดินทางจากอ่าวทุ่งมะขามน้อยมุ่งหน้าสู่เกาะพิทักษ์ซึ่งตั้ง อยู่ในอำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพรห่างจากตัวเมืองชุมพรระยะทางประมาณ 76 กม.คุณชายพาเราสองคนขับรถไปตามถนนเลียบชายหาดหมายเลข 4003 ผ่านหาดทรายสวีหาดทรายที่สวยงามที่สุดในอำเภอสวีบรรยากาศเงียบสงบน่าพัก ผ่อนหย่อนใจมีบ้านเรือนของชาวประมงปลูกอยู่เป็นระยะๆจากนั้นจึงเข้าสู่อำ เภอทุ่งตะโกอำเภอที่เล็กที่สุดในจังหวัดชุมพรและเป็นที่ตั้งของหาด อรุโณทัยหาดที่สวยงามที่สุดในอำเภอทุ่งตะโก



แนว ชายหาดขาวมีความยาวประมาณ6 กิโลเมตรน้ำใสหาดทรายขาวบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นไปด้วยทิวสนและต้นมะพร้าว เรียงรายอยู่ตลอดแนวชายหาดสุดถนนมีศาลของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เช่น เดียวกับหาดทรายรีด้านข้างศาลมีซากของเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ที่ว่ายขึ้นมาตาย เกยชายหาดเมี่อปีพ.ศ 2529นำมาสต๊าฟไว้ในตู้กระจกใกล้ๆกันนั้นเป็นลานอเนกประสงค์ไว้ให้ประชาชน ทั่วไปได้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันในยามแดดร่มลมตก



จาก นั้นคุณชายก็พาเราสองคนเดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอหลังสวนสอบถามรายละเอียด จากเจ้าหน้าที่อำเภอหลังสวนถึงการเดินทางไปยังเกาะพิทักษ์ซึ่งได้รับข้อมูล และคำแนะนำว่า เกาะพิทักษ์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในตำบลบางน้ำจืดอำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพร ห่างจากอำเภอหลังสวนระยะทางประมาณ 20 กม.จากนั้นจะต้องนั่งเรือหางยาวจากอ่าวครกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะพิทักษ์ไป อีกประมาณ10 นาทีระยะทางห่างจากฝั่งประมาณ 1กม.ก็จะถึงเกาะพิทักษ์แต่ถ้าพวกเราต้องการความสะดวกในการถ่ายทำสารคดีแนะนำ เกาะพิทักษ์ให้ติดต่อกับผู้ใหญ่บ้านอำพล ธานีครุฑ หรือชื่อเล่นว่าผู้ใหญ่หรั่งโทรศัพท์ 081 093 1443 เราสองคนกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำอำเภอหลังสวนที่ให้คำแนะ นำที่ดีแก่พวกเราในการเดินทางสู่เกาะพิทักษ์



จาก นั้นคุณชายก็พาพวกเราออกเดินทางสู่ท่าเรืออ่าวครกในตำบลบางน้ำจืดอำเภอหลัง สวนซึ่งถือได้ว่าเป็นประตูสู่เกาะพิทักษ์ใช้เวลาไม่นานนัก พวกเราก็เดินทางมาถึงท่าเรืออ่าวครกได้พบกับผู้ใหญ่หรั่งผู้ใหญ่บ้านแห่ง เกาะพิทักษ์ที่มารอให้การต้อนรับพวกเราที่บริเวณท่าเรืออ่าวครก



หลัง จากทักทายแนะนำตัวพวกเราให้ผู้ใหญ่หรั่งได้รู้จักแล้วจากนั้นจึงนั่งเรือหาง ยาวของชาวบ้านมุ่งหน้าสู่เกาะพิทักษ์ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวครกระยะทางประมาณ 1กม.โดยใช้เวลาเดินทางเพียง10นาทีเท่านั้นก็จะถึงท่าเทียบเรือเกาะพิทักษ์ และในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเมษายนน้ำทะเลลดระดับลงมากๆจะสามารถ เดินเท้าจากท่าเรืออ่าวครกไปยังเกาะพิทักษ์ได้โดยสะดวกส่วนนักท่องเที่ยวที่ มีความประสงค์จะเดินทางไปยังเกาะพิทักษ์สามารถติดต่อเรือหางยาวรับจ้างของ ชาวบ้านที่บริเวณอ่าวครกเดินทางไปยังเกาะพิทักษ์ได้ในอัตราค่าบริการคนละ10 บาท ผู้ใหญ่หรั่งพาพวกเราเดินตามทางมายังบ้านพักแบบโฮมเสตย์



ซึ่งนอกจากจะมีพวกเราแล้วยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยหลายคนเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะพิทักษ์อีกด้วย



ผู้ ใหญ่หรั่งพาพวกเราเดินเท้าเที่ยวชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบ กิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์บนเกาะพิทักษ์ ระหว่างเดินเที่ยวชมชุมชนบนเกาะโฮมสเตย์ผู้ใหญ่หรั่งได้เล่าเรื่องราวของ เกาะพิทักษ์ให้พวกเราฟังว่า



เกาะ พิทักษ์แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่14 ตำบลบางน้ำจืดในอำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพรห่างจากตัวเมืองชุมพรระยะทาง ประมาณ70กม.และห่างจากปากน้ำหลังสวนระยะทางเพียง8 กม.เท่านั้นในอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาชาวบ้านเรียกเกาะพิทักษ์ว่า “เกาะผีทัก”



ซึ่ง มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เคยมีชาวบ้านเดินทางมาหาปลากันบริเวณโดยรอบเกาะพิทักษ์ซึ่งในขณะนั้นบนเกาะ พิทักษ์ยังไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะแทบจะเรียกว่าเป็นเกาะร้างก็ว่าได้ ชาวบ้านซึ่งกำลังหาปลาอยู่บนเรือมองเห็นคนบนเกาะพิทักษ์กำลังกวักมือเรียก ให้เข้าไปหา แต่เมื่อหันหัวเรือเข้าไปยังเกาะพิทักษ์แล้วกลับไม่เห็นใครเลยสักคน



ตั้งแต่ นั้นมาชาวบ้านจึงเรียกเกาะแห่งนี้ว่าเกาะผีทัก จวบจนเวลาล่วงเลยมานานหลายสิบปีชาวบ้านบนฝั่งได้ทำการอพยพย้ายถิ่นฐานลงไปทำ มาหากินบนเกาะผีทักแห่งนี้หลายครัวเรือนและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆจนกลาย มาเป็นชุมชนชาวประมงขนาดใหญ่ดั่งที่เห็นในปัจจุบันนี้และตั้งแต่บัดนั้นเป็น ต้นมาเกาะผีทักจึงถูกเปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็น “เกาะพิทักษ์”จนตราบเท่าทุกวันนี้



เกาะพิทักษ์มีพื้นที่ประมาณ 712ไร่มีชุมชนอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ42 ครัวเรือนชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธอาชีพหลักก็คือการทำประมง



ส่วน อาชีพรองลงมาก็คือการทำสวนมะพร้าวและเนื่องจากเกาะพิทักษ์เป็นเกาะเล็กๆจึง ไม่มีวัด สำนักสงฆ์และโรงเรียนบนเกาะแต่ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาชาวบ้านบนเกาะ พิทักษ์จะร่วมแรงร่วมใจกันเดินทางจากเกาะขึ้นมาประกอบกิจกรรมทางพระพุทธ ศาสนากันบนฝั่งตลอดจนนักเรียนก็จะเดินทางลงเรือมาเรียนหนังสือบนฝั่งซึ่ง อยู่ห่างจากฝั่งระยะทางประมาณ1 กม.เท่านั้นบนเกาะพิทักษ์มีเส้นทางเดินเท้าสามารถเดินเท้าท่องเที่ยวได้ทั่ว ทั้งเกาะซึ่งทางทิศตะวันออกมีชายหาดขาวยาวประมาณ200เมตรบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ



ถัด จากหาดทรายขึ้นมามีพื้นที่ป่าชายหาดมีเนื้อที่4-5ไร่บรรยากาศร่มรื่นไปด้วย พืชพรรณไม้ป่าชายหาดนานาชนิดส่วนด้านหลังของตัวเกาะมีจุดชมวิวที่มีความสูง ประมาณ200เมตรในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นหมู่เกาะต่างในทะเลชุมพรได้ ทั้งหมดส่วนทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะมีท่าเทียบเรือซึ่งเป็นที่ตั้งของ ชุมชนชาวบ้านบนเกาะพิทักษ์และเป็นที่หลบลมมรสุมได้เป็นอย่างดี



ใน ปัจจุบันชาวบ้านบนเกาะพิทักษ์ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์ขึ้น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์โดยร่วมกินอยู่หลับนอนและร่วมทำกิจกรรม ต่างๆกับชาวบ้านอย่างแท้จริงไม่ใช่โฮมสเตย์ของปลอมที่เป็นรีสอร์ทแล้วมา หลอกว่าเป็นโฮมสเตย์ โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมในโครงการจำนวน 16 หลังคาเรือน



สำหรับ บ้านเรือนของชาวบ้านแต่ละหลังที่ถูกจัดรูปแบบบ้านพักให้เป็นโฮมสเตย์ต้อนรับ นักท่องเที่ยวมองดูสะอาดสะอ้านไม่รกรุงรังแตกต่างจากหมู่บ้านชาวประมงทั่วไป นอกจากนี้แล้วบนเกาะพิทักษ์ยังเป็นศูนย์อนุรักษ์หอยมือเสือและปลาทะเลสีสัน สวยงามต่างๆที่อาศัยอยู่โดยรอบเกาะพิทักษ์ซึ่งสามารถดำน้ำชมปะการังได้ สำหรับจุดดำน้ำที่น่าสนใจก็คือบริเวณโดยรอบเกาะครามซึ่งอยู่ห่างจากเกาะ พิทักษ์ระยะทาง4 กม.มีแนวปะการังและดอกไม้ทะเลพอที่จะดำน้ำลงไปชมได้ไม่ขี้เหร่มากนัก



สำหรับในส่วนของฝากที่นักท่องเที่ยวซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านก็คือ กะปิกุ้งเคย ปลาทูแดดเดียว ปลาหมึกแห้ง ฯลฯ



สำหรับ อัตราค่าบริการที่พักหนึ่งและอาหารสามมื้อคนละเพียง 450 บาทเท่านั้นโดยมีบ้านพักให้เลือกสองแบบคือ บ้านพักที่มีห้องพักส่วนตัวราคา700บาทและห้องพักรวมราคา 450 บาท ต่อคน รวมอาหารสามมื้อส่วนอัตราค่าบริการกิจกรรมดำน้ำชมปะการังรอบเกาะพิทักษ์และ เกาะครามโดยเรือหางยาวในราคาค่าเช่าเรือลำละ 800 บาท ต่อเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวได้ 8-10 คนส่วนอุปกรณ์ดำน้ำค่าเช่าชุดละ50บาท กิจกรรมไดหมึกในเวลาค่ำคืนเช่าเหมาเรือลำละ800 บาท เรือคายัคชั่วโมงละ 50 บาท



ปัจจุบัน เกาะพิทักษ์ได้รับการยกย่องและเป็นตัวอย่างรูปแบบการจัดกิจกรรมแบบโฮมสเตย์ จนประสบความสำเร็จหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดชุมพรและในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีลูกหลานของชาวบ้านบนเกาะพิทักษ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา เดินทางกลับมาช่วยกันพัฒนาเกาะพิทักษ์อีกด้วย



นัก ท่องเที่ยวท่านใดสนใจที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะพิทักษ์และเข้าร่วม กิจกรรมแบบโฮมสเตย์จะต้องแจ้งกำหนดวันเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 3วันก่อนเดินทางสามารถติดต่อได้ที่ ผู้ใหญ่บ้านอำพล ธานีครุฑหรือผู้ใหญ่หรั่ง เลขที่32หมู่ที่14ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพรโทรศัพท์ 081 0931443, 089 0180644และ สนใจโทรศัพท์ไปได้เลยน่ะครับ




พวก เราเดินเท้าเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวบ้านบนเกาะพิทักษ์ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทางด้านการทำการประมงเป็นอาชีพหลักโดยเฉพาะการวางลอบดักปูม้าซึ่งในขณะที่ เราสองคนเดินเล่นอยู่บนเกาะพิทักษ์จะแลเห็นลอบดักปูม้าวางกระจายอยู่ทั่วไป



นอก จากนี้ยังมีร้านสะดวกซื้อแบบชาวบ้าน ร้านขายของฝากจากเกาะพิทักษ์ซึ่งนอกจากจะมีสินค้าของฝากจากทะเลแล้วยัง มีภาพโปสการ์ดสวยๆ หลายมุมมองของเกาะพิทักษ์จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย



เรา สองคนเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้านบนเกาะพิทักษ์ ชาวบ้านบนเกาะยิ้มแย้มแจ่มใสกล่าวทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเองจาก นั้นผู้ใหญ่หรั่งจึงชักชวนให้พวกเรารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันซึ่งพวกเรา ตกปากรับคำคำโดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่กล่าวเชิญชวนเป็นครั้งที่สอง



สำหรับ เมนูอาหารกลางวันของเราในมื้อนี้เป็นอาหารแบบพื้นบ้านอาทิเช่น น้ำพริกปลาทูพร้อมผักสดสะตอและแกงเหลืองปลากระบอกรสชาติจัดจ้านตามสไตล์ อาหารใต้ ส้มตำปูม้า ผัดฉ่าปลาอินทรีพวกเรารับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะน้ำพริกปลา ทูเป็นเมนูอาหารกลางวันที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจไม่รู้ลืม ผู้ใหญ่หรั่งบอกพวกเราว่าถ้าพวกเราพักคางแรมบนเกาะพิทักษ์จะได้กินปูม้าและ ปลาหมึกสดๆ


ซึ่ง นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาท่องเที่ยวพักค้างแรมบนเกาะพิทักษ์จะได้รับ ประทานกันทุกคนแต่พวกเราไม่มีเวลาพอที่จะพักค้างคืนบนเกาะพิทักษ์จึงพลาด โอกาสที่จะได้ลองลิ้มชิมรสปูม้าสดๆบนเกาะพิทักษ์เอาไว้โอกาสหน้าจะหาเวลา ว่างมาพักค้างคืนบนเกาะพิทักษ์ให้ได้แน่นอน หลังจากอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงทำการร่ำลาผู้ ใหญ่หรั่งพร้อมกับขอบคุณอาหารกลางวันในมื้อนี้ ประกอบกับในช่วงเวลาที่พวกเราเดินทางกลับสู่ท่าเรืออ่าวครกบนฝั่งเป็นช่วง เวลาน้ำลงพอดีพวกเราจึงไม่จำเป็นต้องใช้บริการของเรือหางยาวแต่อย่างใด



จาก นั้นจึงลองเดินเท้าจากเกาะพิทักษ์ข้ามมายังท่าเรืออ่าวครกซึ่งในช่วงเวลาน้ำ ทะเลลดลงมากๆบรรยากาศและความรู้สึกนั้นคล้ายๆกับทะเลแหวกในจังหวัดกระบี่ อย่างไงอย่างงั้น



ในระหว่างที่พวกเราเดินลุยน้ำกลับเข้าสู่ฝั่งนั้นได้สวนทางกับขบวนสามเณรบรรพชาภาคฤดูร้อนตั้งขบวนเป็นแถวยาวเกือบ100รูป



กำลังเดินลุยน้ำข้ามมายังเกาะพิทักษ์เพื่อปักกรดพักค้างแรมจำวัดกันบนเกาะพิทักษ์โดยมีพระพี่เลี้ยงช่วยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด



 พวกเราเดินลุยน้ำข้ามมายังท่าเรืออ่าวครกจากนั้นจึงออกเดินทางไปตามเส้นทาง หลวงหมายเลข4002จนถึงจุดหมายปลายทางคือปากน้ำหลังสวนซึ่งอยู่ห่างจากเกาะ พิทักษ์ระยะทางประมาณ8 กม. สำหรับปากน้ำหลังสวนเป็นชุมชนชาวประมงขนาดใหญ่เป็นที่สองรองมาจากปากน้ำ ชุมพรโดยมีท่าเทียบเรือและเรือประมงจอดเรียงรายอยู่หลายลำ



เป็น แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญในจังหวัดชุมพร คุณชายเล่าให้พวกเราฟังว่า ชาวบ้านในอำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพรจะมีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าชาวบ้านอำเภออื่นๆในจังหวัดชุมพรเพราะมีการทำประมงเป็นอาชีพหลักส่วนอาชีพรองก็ได้แก่ การทำสวนผลไม้สร้างเสริมรายได้ให้กับชาวบ้านในอำเภอหลังสวนให้มีความเป็น อยู่ที่ดีเศรษฐกิจพอเพียงใช้จ่ายอย่างประหยัดเหมาะสมกับฐานะตามรอยพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน



บริเวณ ปากน้ำหลังสวนซึ่งอยู่ติดกับชายหาดแหลมสนทางเทศบาลได้จัดให้เป็นสวนสาธารณะ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งในยามแดดล่มลมตกมักจะแลเห็นประชาชนทั่วไปเดินทางมาออกกำลังกายกันเป็น จำนวนมาก สำหรับวัยรุ่นก็มาตั้งทีมเตะฟุตบอล เตะตะกร้อกันเป็นที่สนุกสนานตามคำขวัญที่ว่า “ลานกีฬาปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด”



ใกล้ กับสวนสาธารณะยังเป็นที่ตั้งของเรือหลวงจักรีนฤเบศร์จำลองซึ่งมีขนาดความ กว้าง 29เมตรยาว79เมตรสูง6เมตรสร้างจากเงินศรัทธาของชาวบ้านปากน้ำหลังสวนได้ช่วย กันสละกำลังทรัพย์และกำลังกายโดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างถึง 12 ล้านบาทในการสร้างเรือหลวงจักรีนฤเบศร์จำลองลำนี้



ลอง คิดดูซิครับว่าเศรษฐกิจของชาวบ้านปากน้ำหลังสวนดีหรือไม่ก็ให้ดูกันที่เงิน บริจาคสร้างเรือจำลองลำนี้ก็แล้วกัน สำหรับด้านล่างของเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ลำนี้ใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการและ ประวัติความเป็นมาของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชบิดาแห่งกองทัพเรือไทยและรวบรวมความรู้ต่างๆเกี่ยวกับเรือหลวงจักรี นฤเบศร์ลำนี้



ส่วน ด้นบนสุดของเรือหลวงจักรีนฤเบศร์จำลองลำนี้ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของ พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระราชบิดาของพระองค์และพระรูปของหลวงปู่ศุขแห่งวัดคลองมะขามเฒ่าในจังหวัด ชัยนาทพระอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ให้แก่พระองค์



ซึ่ง ในทุกๆวันจะแลเห็นชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้สักการบูชาพระบรมรูปจำลองของ พระองค์ท่านไม่ขาดสายในแต่ละวัน พวกเรากราบสักการบูชารูปจำลองของพระองค์ท่านพร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอให้ ประชาชนชาวไทยอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขเลิกทะเลาะกันเองเสียที



จาก นั้นจึงออกมาเดินชมความสวยงามบนดาดฟ้าของเรือจักรีนฤเบศร์จำลองลำนี้ซึ่ง จากบริเวณดาดฟ้าเรือสามารถมองเห็นหมู่เกาะต่างๆของทะเลชุมพรได้อย่างชัดเจน ตลอดจนชายหาดแหลมสนที่มีชายหาดขาวเป็นแนวยาวสุดสายตาในยามบ่ายลมทะเลพัดธง ไตรรงค์ให้โบกสะบัดไปมาบนยอดเสาบนสุดของเรือหลวงจักรีนฤเบศร์จำลองลำนี้ซึ่ง เป็นความภาคภูมิใจของชาวอำเภอหลังสวนตลอดจนชาวไทยทุกคนที่ประเทศไทยของ เราสามารถยืนยงดำรงความเป็นเอกราชมาได้จนตราบเท่าทุกวันนี้ จากนั้นคุณชายก็พาเราสองคนเดินทางออกจากปากน้ำหลังสวน กลับเข้ามายังเขตอำเภอเมือง ระหว่างทางคุณชายพาเราเดินทางต่อไปยังหาดผาแดง ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลปากน้ำอำเภอเมืองชุมพรตั้งอยู่ระหว่างหาดทรายรีกับหาดภราดรภาพ คุณชายพาเราสองคนขับรถผ่านหาดภราดรภาพ จากนั้นมีเส้นทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามถนนลูกรังผ่านสวนมะพร้าวอันร่มรื่นเข้า ไปอีกประมาณ2 กม.คุณชายก็พาเราสองคนเดินทางมาถึงยังบริเวณลานจอดรถจากนั้นก็เดินนำทางพา เราสองคนเดินเท้าลงไปยังบริเวณหาดผาแดงซึ่งหาดทรายมีความโค้งเว้ายาวประมาณ 500 เมตรทรายบริเวณชายหาดแห่งนี้มีลักษณะเม็ดทรายค่อนข้างหยาบแต่น้ำทะเลใส ราวกระจก



จากชายหาดผาแดงสามารถมองเห็นเกาะเสม็ดซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก



บริเวณ สุดปลายหาดผาแดงที่เชื่อมต่อกันกับหาดภราดรภาพมีหน้าผาหินสีแดงรูปร่าง แปลกตาสีส้มแกมแดงสภาพผุกร่อนตามกาลเวลาจากแรงลมและการกัดเซาะของน้ำทะเล ที่ผ่านมาหลายพันปีจนทำให้เกิดเป็นโพรงหินซึ่งมีลักษณะเป็นรูขนาดใหญ่มีความ กว้างของเส้นรอบวงประมาณ15เมตรทะลุออกไปยังอีกด้านหนึ่งของผนังหิน



ซึ่ง นับว่าเป็นมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งในหมู่เกาะทะเลชุมพร พวกเรานั่งรับลมเย็นๆที่พัดผ่านมาจนหายเหนื่อย จากนั้นคุณชายก็พาเราเดินทางกลับสู่ที่พักสำหรับที่พักของเราในคืนนี้ก็คือ ชุมพรคาบาน่าตั้งอยู่บริเวณชายหาดทุ่งวัวแล่นในอำเภอปะทิวซึ่งอยู่ห่างจาก ตัวเมืองชุมพรระยะทางประมาณ 20 กม.



ระหว่าง ทางคุณชายพาเราสองคนแวะมายัง กลุ่มผ้าบาติกซึ่งตั้งอยู่ริมทางบริเวณหาดทรายรีเพื่อชมกรรมวิธีในการทำผ้า บาติกจากกลุ่มแม่บ้านหาดทรายรีซึ่งได้รับการส่งเสริมจากทางจังหวัดชุมพรให้ เป็นสินค้าOTOPระดับห้าดาวของบ้านผาแดงบริเวณหาดทรายรี



ระหว่าง เดินเที่ยวชมกรรมวิธีผลิตผ้าบาติกอยู่นั้นคุณชายได้แนะนำให้เราสองคนรู้จัก คุณยุ้ยเจ้าของยุ้ยบาติก เล่าให้เราสองคนฟังว่าจังหวัดชุมพรมีการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรการทำสวน ยางและสวนผลไม้สวนยางและทำการประมงเป็นอาชีพหลักสำหรับวิถีชีวิตส่วนใหญ่ของ ชาวบ้านชุมชนในหาดทรายรีแห่งนี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านการทำประมงจึงทำ ให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผ้าบาติกแห่งนี้จึงเน้นไปที่ลวดลายเกี่ยวกับทะเลเสีย เป็นส่วนใหญ่



โดย ใช้ภูมิปัญญาวิถีชีวิตตลอดจนวัฒนธรรมท้องถิ่นในการออกแบบลวดลายต่างๆซึ่ง ทางกลุ่มยังผลิตผ้าบาติกที่มีรูปลักษณะอันโดดเด่นและสัญลักษณ์อันโดดเด่นของ จังหวัดเช่นดอกพุทธรักษาซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดและนกนางแอ่นที่เป็น สัตว์เศรษฐกิจที่มีชื่อของจังหวัดชุมพรเป็นต้น



ผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มแม่บ้านหาดทรายรีแห่งนี้จึงมีลักษณะที่โดดเด่นสีสันสวยงามและเป็น เอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงบ่งบอกถึงความเป็นเมืองแห่งท้องทะเล ส่วนคำว่า “บาติก” เป็นคำกิริยามาจากภาษาชวาซึ่งมีความหมายว่าการทำให้เกิดจุดแต้ม ดวง หยด บนผ้าบาติกจนมีการสันนิษฐานว่าเกิดมามากกว่า 2000 ปีแล้วนักวิชาการเชื่อว่าบาติกที่พบอยู่ในยุคแรกนั้นมีอยู่ด้วยกัน4กลุ่ม ด้วยกันคือ ตะวันออกไกล ตะวันออกกลาง เอเซียกลางและอินเดีย



ส่วน ชาวไทยรู้จักผ้าบาติกกันในชื่อว่า “ผ้าปาเต๊ะ”โดยได้รับอิทธิพลมาจากอินโดนีเซียผ่านมาทางประเทศมาเลเซียเข้า สู่ทางภาคใต้ของประเทศไทยในระยะเริ่มแรกผ้าบาติกของจังหวัดชุมพรต้องสั่งมา จากกระบี่ พังงา ภูเก็ตฯลฯจึงทำให้เกิดการรวมตัวของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งในตำบลหาดทรายรีอำ เภอเมืองจังหวัดชุมพรในการผลิตผ้าบาติกเพราะจังหวัดชุมพรซึ่งมีพื้นที่อยู่ ติดกับทะเลจึงทำให้มีจินตนาการในการผลิตผ้าบาติกที่มีลวดลายสอดคล้องกับวิถี ชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่นเสียเป็นส่วนใหญ่เช่นผ้าบาติกที่มีลวดลายทะเล ปลาทะเลฯลฯ



ทางกลุ่ม สามารถผลิตผ้าบาติกเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น เสื้อเชิ้ต ผ้าพันคอผ้าเช็ดหน้าฯลฯซึ่งการทำงานของกลุ่มทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่าง ดีและสามัคคีในการทำงานกับแบบครบวงจรโดยเริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบลวดลายผ้า การเขียนสีเทียน การลงสี การตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์การหาตลาดและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจน เป็นที่รู้จักแพร่หลายในปัจุบัน



ประกอบ กับบ้านหาดทรายรีเป็นเส้นทางผ่านไปยังหาดทรายรีและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใน จังหวัดชุมพรผ้าบาติกจึงได้รับการเผยแผ่สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและชาว ต่างชาติเป็นอย่างดีนักท่องเที่ยวหรือท่านผู้อ่านที่สนใจขอทราบรายละเอียด ได้ที่กลุ่มผ้าบาติกหาดทรายรี เลขที่20หมู่ที่1ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร โทรศัพท์ 089 651 9500 
E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.



หลัง จากนั้นเราสองคนเดินเที่ยวชมกรรมวิธีผลิตผ้าบาติกและฟังคุยยุ้ยโม้จนลิงหลับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นคุณชายก็พาเราเดินทางไปยังที่พักของเราในคืนนี้คือชุมพรคาบาน่า ตั้งอยู่ที่หาดทุ่งวัวแล่นในอำเภอปะทิวห่างจากตัวอำเภอเมืองระยะทาง ประมาณ18 กม.



พรุ่ง นี้เราสองคนจะพาท่านไปดำน้ำชมปะการังกันที่เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อยกันครับ สำหรับในวันนี้ขอลาท่านผู้อ่านพักผ่อนและรับประทานอาหารค่ำกันตามอัธยาศัย ก่อนน่ะครับ สวัสดีครับ

หน้าต่อไป