วัดประชาคมวนาราม(วัดป่ากุง) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด แหล่งเรียนรู้ อู่ อารยธรรม

ถ้าพูดถึงแดนดินถิ่นอีสาน หลายคนคงจะนึกถึงอากาศร้อนและความแห้งแล้งแถมยังไม่ค่อยมีสถานที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้เที่ยวชมมากนักแต่ภูมิภาคแห่งนี้ยังมีสิ่งอื่นที่มาทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานแดนดินถิ่นอีสานแห่งนี้จึงถูกขนานนามว่าเป็น แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรมทุกสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวิถีชีวิต และวัดวาอารามอันสวยงามจนดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร พอเสร็จจากงานประเพณีบุญบ้องไฟที่อ.พนมไพรจ.ร้อยเอ็ดก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผมขออาสาพาทุกท่านไปไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิตกันที่วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)กันน่ะครับ

-         ภาพด้านบน คือ เจดีย์มหาวีราจริยานุสรณ์ เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึง หลวงปู่ศรี มหาวีโร

-         สำหรับไฮไลท์สำคัญของวัดป่ากุง นั่นก็คือ มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง)

วัดประชาคมวนารามหรือที่ชาวบ้านทั่วๆไปเรียกกันว่า “วัดป่ากุง”ตั้งอยู่ใน อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามภายในวัดแห่งนี้ก็คือเจดีย์ขนาดใหญ่ ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนสถานที่สวยงาม และยิ่งใหญ่ โดยจำลองแบบการก่อสร้างมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย โดยก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 90 ปี พรรษา 60 ที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หิน คราวเมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร  พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานชื่อดังแห่งภาคอีสานได้ไปปฏิบัติศาสนกิจจำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ.2531 ได้เดินทางไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์(บรมพุทโธ) ที่เกาะชวาอินโดนีเซีย ได้เห็นความใหญ่โตและงดงามของเจดีย์บุโรพุทโธ  หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟังและดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโนและนายอนุวัตร บูรณะกร(เป็ด) เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์(บรมพุทโธ) สถาปัตยกรรมชั้นนำ 1 ใน 7 ของโลก ซึ่งออกแบบสร้างสรรค์โดยช่างจากประเทศอินเดีย มีภาพแกะสลักที่แสดงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยพระพุทธองค์และแสดงเหตุการณ์เกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ปางต่างๆ ในอดีตชาติ และภาพแกะสลักนูนสูง นูนต่ำที่แสดงตำนานทางศาสนาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยฝีมือที่ประณีตละเอียดอ่อนมาก เพื่อนำมาเป็น แบบอย่างในการก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2547  มหาเจดีย์หินทรายสร้างด้วยแรงศรัทธาของคณะศิษยานุศิษย์ เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคี เทิดทูนความดีที่หลวงปู่ศรีได้ประพฤติปฏิบัติและทำงานแข่งกับเวลาให้สำเร็จ เสร็จลงภายใน 2 ปี ซึ่งจัดพิธีสมโภชไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2549 ด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท

-         ประตูทางขึ้นสู่มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง)

-         บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง)

มหา เจดีย์หินทราย วัดป่ากุงมีทั้งหมด  7 ชั้น 

ชั้นที่ 1 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทานบารมี

ชั้นที่ 2-3 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติพระพุทธเจ้า

ชั้นที่ 4 ภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำรูปชัยมงคลคาถา

ชั้นที่ 5 ผนังทรงกลมฐานรององค์เจดีย์ เป็นภาพสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน  

ชั้นที่ 6 เป็นองค์เจดีย์ราย 8 องค์ และองค์เจดีย์ประธาน 1 องค์ และโดยเฉพาะชั้นที่ 7 ยอดเจดีย์ทองคำ น้ำหนักถึง 101 บาท และภายในองค์เจดีย์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่นำมาจากประเทศอินเดียให้พุทธศานิกชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

การเดินทางไปวัดป่ากุง

เริ่มต้นจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ด วิ่งไปตามเส้น อ.วาปีประทุม ประมาณ 20 กม. จะเห็นป้ายไปอ.ศรีสมเด็จให้เลี้ยวขวา ประมาณ 9 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดป่ากุงครับ