เที่ยวงานประเพณีบุญบั้งไฟอ. พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ประจำปี 2560

เรื่องและภาพโดย....ลุงหนวด

ในระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายนลุงหนวดได้รับการเชิญชวนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เดินทางไปร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟพนมไพร จ.ร้อยเอ็ดประจำปี 2560 ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7  สำหรับวันแรกของการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ดนักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก  ซึ่งภายในงานมีการแห่ขบวนบั้งไฟ ตรงบริเวณสี่แยกสถานีตำรวจกลางเมืองพนมไพร โดยจะมีขบวนบั้งไฟจากหลายหมู่บ้านหลายองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ร่วมมือร่วมใจกันส่งขบวนแห่เข้าร่วมประกวดชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟพนมไพร จ.ร้อยเอ็ดจะมีความสวยงามและสนุกสนานเพียงไรขอเชิญติดตามลุงหนวดมาได้เลยครับ

สำหรับในปีนี้ มีขบวนแห่บั้งไฟมาร่วมขบวนทั้งหมด 17 ขบวนด้วยกันโดยมีความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร รถขบวนแห่บั้งไฟทุกคันต่างถูกตกแต่งอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานต่างถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกโดยสองข้างทางจะมีพ่อค้าแม่ขายต่างมาตั้งแผงขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชาวพนมไพรเป็นอย่างมาก

    ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นหนึ่งในประเพณี ฮีตสิบสอง ของชาวอีสาน ส่วนใหญ่จัดขึ้นในเดือน 7 ฮีตสิบสอง เป็นประเพณีที่แฝงด้วยความเชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภูติผีปีศาจ ตลอดจนอำนาจลึกลับที่ต่างมิติกับมนุษย์ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับ ตนเอง ครอบครัว และชุมชน  คนรุ่นก่อนๆต้องหาวิถีทางแก้ไข และออกแบบพิธีกรรมที่หลากหลาย เช่นการจัดเซ่นไหว้บวงสรวงบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรูปแบบต่าง ๆ ส่วนประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่เกี่ยวกับเรื่องการขอฝน เพื่อให้ตกถูกต้องตามฤดูกาล ตามคติความเชื่อของชาวอีสาน โดยการส่งสัญญาณขึ้นไปบนฟากฟ้า เพื่อบอกกล่าวไปยังพระยาแถนตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ประทานน้ำฝนตกลงสู่พื้นดินตามฤดูกาล เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข นอกจากนั้น ยังสร้างความสนุกสนานรื่นเริง ก่อนเข้าฤดูการทำนา นับเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของคนโบราณที่สืบทอดกันมาตั่งแต่ครั้งบรรพบุรุษ

เมืองแสนล้านช้าง หรือ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดประเพณีบุญบั้งไฟมาทุกปี ไม่เคยขาด น่าจะมีมาตั้งแต่สมัย เมืองแสนล้านช้าง ก็ว่าได้ เดิมเรียกกันว่า บุญบั้งไฟเมืองแสน การจัดงานประเพณีดังกล่าว ที่อำเภอพนมไพร กำหนดวันจัดที่แน่นอนคือ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 ของทุกปี ปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เป็น วันแห่ ส่วน วันจุดบั้งไฟจะจุดในวันรุ่งขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งวัน เนื่องจากมีบั้งไฟมากมายที่เข้าร่วมแข่งขัน การกำหนดวันไว้อย่างนี้ มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ถ้าจัดก่อนหรือหลังที่กำหนดนี้ ท่านบอกว่ามักจะเกิดเหตุเภทภัยอยู่เป็นประจำ นอกจากนั้น ความเชื่อและความศรัทธา ที่พี่น้องชาวอำเภอพนมไพรที่มีต่อเจ้าพ่อพระมหาธาตุวัดกลางอุดมเวทย์ ที่ชาวพนมไพรเชื่อกันว่า มีอำนาจที่สามารถป้องกันวาตภัย,อุทกภัย และเหตุร้ายต่างๆและสามารถช่วยเหลือผู้มีความเดือดร้อนได้อีกด้วยสำหรับอีกหนึ่งความเชื่อว่าเจ้าพ่อพระมหาธาตุชื่นชอบบั้งไฟเป็นพิเศษ ชาวบ้านที่เดือดร้อนในเรื่องใด ๆ มักจะไปบนบานขอให้เจ้าพ่อฯช่วยเหลือ และเมื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่ขอ ส่วนมากจะแก้บนด้วย การถวายบั้งไฟ ดังนั้นประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอพนมไพร ในเรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นอีกหนึ่งความเชื่อและความศรัทธาต่อเจ้าพ่อพระมหาธาตุ วัดกลางอุดมเวทย์ ประกอบกับแนวความคิดของทั้งส่วนราชการและชาวบ้าน ในการรวมญาติๆและการถวายพวงมาลัยกับช้างเผือก ช้างประจำของอำเภอพนมไพร จึงเป็นที่มาของสโลแกน จุดบั้งไฟ ไหว้พระธาตุ โฮมญาติพนมไพร คล้องมาลัยพระเศวต จากความเชื่อและความศรัทธาของชาวพนมไพร ที่มีต่อเจ้าพ่อพระมหาธาตุ ทำให้การจัดงานบุญบั้งไฟยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆปีสำหรับจำนวนบั้งไฟที่ร่วมแห่และจุดในงานก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีอีกด้วยและที่สำคัญเป็นสัปดาห์ของการตื่นตัวทางด้านเศรษฐกิจ ที่มีเงินสะพัดภายในอำเภอพนมไพร พ่อค้าแม่ขายต่างตั้งแผงขายทั้งอาหารการกินของฝากของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาร่วมงานสร้างเสริมงานและกระจายรายได้ให้กับพี่น้องชาวอำเภอพนมไพรเป็นอย่างมาก ในส่วนรูปแบบของการจัดงานทั้งขบวนแห่บั้งไฟ การจุดบั้งไฟ แม้จะเป็นเพียงแค่ระดับอำเภอหนึ่งของจังหวัดร้อยเอ็ดแต่ความยิ่งใหญ่อลังการและความสวยงามรวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงานต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การจัดงานในครั้งนี้ไม่น้อยหน้ากับงานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธรอีกด้วย

 

สำหรับวันแรกของ การจัดงานบุญบั้งไฟ อำเภอพนมไพร ใช้เส้นทางถนนหน้าบ้านพักนายอำเภอ จัดทำเวทีขนาดใหญ่ เพื่อเป็นที่นั่งของประธานและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน ประธานเปิดงานปีนี้ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวต้อนรับในนามของชาวพนมไพร โดยมี นายเพชรพงษ์ จิวะนนท์ นายอำเภอพนมไพร ส่วนผู้กล่าวรายงานคือ นายทินกร พันธโคตร นายกเเทศมนตรีตำบลพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด และได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น ในส่วนของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด ดร.สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ นายประดิษฐ์ โอวาทกานนท์ อุปนายกสมาคม ฯ นางเปรมจิต สีแซก เลขาธิการสมาคม ฯ นำ คณะกรรมการ และสมาชิกสมาคม ฯ เข้าร่วมงาน รวมทั้ง "น้องฟักแฟง" นางสาวธันยพร พงษ์กุล นิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม Miss Grand Roiet 2017 คนล่าสุดให้เกียรติร่วมงานปีนี้อีกด้วย ขบวนบั้งไฟจากหลายหมู่บ้านหลายองค์กรและหน่วยงาน ที่ส่งขบวนแห่เข้าร่วมประกวด เพื่อชิงรางวัล ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีในปี 2560 มีขบวนแห่มาทั้งหมด 18 ขบวนด้วยกันจอดเรียงรายอย่างต่อเนื่องชิดขอบถนน หันหน้าไปทางสถานีตำรวจภูธรพนมไพร ยาวเกือบ 2 กิโลเมตรท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาทั่วบริเวณงานแต่ละขบวนสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา จนต้องหันมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกสำหรับในปีนี้มีประชาชนชาวอำเภอพนมไพรชาวจังหวัดร้อยเอ็ดและหลายๆจังหวัดทั่วไทยเดินทางมาชมความอลังการของการจัดงานในครั้งนี้

ขบวนแห่บั้งไฟโบราณเป็นขบวนแรกของ1ใน 18 ขบวน มีการฟ้อนรำแบบโบราณ ต่อด้วย การลำเซิ้งแบบอีสาน โดยมีขบวนจากคณะบุคลากรและนักเรียนจากโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร,วิทยาลัยการอาชีพพนมไพร,โรงพยาบาลพนมไพร และอื่น ๆ อีกมากมาย การแสดงแต่ละชุดใช้เวลาประมาณ 10 -20 นาที ท้ายของแต่ละขบวนฟ้อน จะเป็นขบวนรถบั้งไฟ ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามและประณีตปิดท้ายขบวน หลังจากขบวนแห่เสร็จสิ้นลง ประชาชนที่มาจากทั่วสาระทิศ จะพักผ่อนนอนในอ.พนมไพรหนึ่งคืนเพื่อติดตามชมการจุดบั้งไฟในวันรุ่งขึ้น

สำหรับ วันจุดบั้งไฟ เป็นวันแรม 1 ค่ำเดือน 7 ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เช้านี้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังฐานจุดบั้งไฟบ้านดอนพระจันทร์ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของตำบลพนมไพรเพื่อรอชมการจุดบั้งไฟตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.

-         ถ้วยรางวัลชนะเลิศประเพณีบุญบั้งไฟอ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

 

หลังจากนำบั้งไฟตัวแรกขึ้นฐานตั้งแต่เช้า นายอำเภอพนมไพรประธานในพิธีจุดบั้งไฟเบิกฤกษ์เบิกฟ้า

จุดบั้งไฟหมื่น,บั้งไฟแสนและบั้งไฟล้านสลับกันไปทั้ง 5 ฐานบั้งไฟโดยจุดแบบไม่ต้องเสียเวลารอคอยการชมบนท้องฟ้าจะมีบั้งไฟพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าเฉลี่ยนาทีละ 2 ลำ นับได้ว่าเป็นภาพที่สวยงามตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้นให้กับผู้มาชมเป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะความปลอดภัยจะสามารถครอบคลุมถึงรัศมีการตกของบั้งไฟ โดยการคำนวณวิถีของบั้งไฟที่คาดว่าจะตก โดยเฉพาะบั้งไฟแสนบั้งไฟล้าน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน และต้องจุดในเวลาที่ได้ขออนุญาตไว้แล้วเท่านั้น ตามที่ได้แจ้งประสานไปยังสถานที่ใกล้เคียงและท่าอากาศยานจังหวัดร้อยเอ็ดอีกด้วย.

สำหรับประวัติความเป็นมาของบุญบั้งไฟ

ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีหนึ่งของภาคอีสานของไทยรวมไปถึงลาว โดยมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานเรื่องพระยาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทางพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึง การที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชา พระยาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง ชาวบ้านมีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ ช่วงเวลาของประเพณีบุญบั้งไฟคือเดือนหกหรือพฤษภาคมของทุกปี

ประเพณีบุญบั้งไฟมีมาแต่ครั้งไหนยังหาหลักฐานที่แน่ชัด มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความเป็นมาของประเพณีบุญบั้งไฟในแง่ต่างๆ ไว้ดังนี้

ชาวบ้านเชื่อว่ามีโลกมนุษย์ โลกเทวดา และโลกเทวดา มนุษย์อยู่ใต้อิทธิพลของเทวดา การรำผีฟ้าเป็นตัวอย่างที่แสดงออกทางด้านการนับถือเทวดา และเรียกเทวดาว่า แถนเมื่อถือว่ามีแถนก็ถือว่า ฝน ฟ้า ลม เป็นอิทธิพลของแถน หากทำให้แถนโปรดปราน มนุษย์ก็จะมีความสุข ดังนั้นจึงมีพิธีบูชาแถน การจุดบั้งไฟก็อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่แสดงความเคารพหรือส่งสัญญาณความภักดีไปยังแถน ชาวอีสานจำนวนมากเชื่อว่าการจุดบั้งไฟเป็นการขอฝนจากพญาแถน และมีนิทานปรัมปราเช่นนี้อยู่ทั่วไป แต่ความเชื่อนี้ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน นอกจากนี้ในวรรณกรรมอีสานยังมีความเชื่ออย่างหนึ่งคือ เรื่องพญาคันคาก หรือคางคก พญาคันคากได้รบกับพญาแถนจนชนะแล้วให้พญาแถนบันดาลฝนลงมาตกยังโลกมนุษย์