ไหว้พระสองแผ่นดิน  เยือนถิ่นวัฒนธรรมเมืองชายแดน แคว้นพุทธภูมิไทย-เมียนมาร์
เรื่องและภาพโดย….  สุเทพ พวงมะโหด                                  
  อำเภอแม่สอดในจังหวัดตากเป็นอำเภอที่เกี่ยวข้องในเชิงศาสนาและประวัติศาตร์ต่างๆมากมายระหว่างไทยกับสหภาพเมียนมาร์ ตามคติความเชื่อที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนในท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและยังเป็นเมืองชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกันโดยมีแม่น้ำเมยกั้นพรมแดนระหว่างสองประทศ จึงมีความคล้ายคลึงกันมากทางด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน  ผมจึงขออาสาพาท่านผู้อ่านออกเดินทางไปยังอำเภอแม่สอดในจังหวัดตาก ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯระยะทางประมาณ500 กิโลเมตรเพื่อเปิดประตู AEC เชื่อมสัมพันธไมตรีสองฝั่งแม่น้ำเมยไทย-เมียนมาร์กันครับ


-    วันแรกของการเดินทาง
   ผมและทีมงานออกเดินทางจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่อ.แม่สอดในจ.ตากเมืองชายแดนหน้าด่านทางด้านทิศตะวันตกผมขับรถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข1ถนนพหลโยธินก่อนถึงตัวเมืองตาก 7 กิโลเมตรจะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข12(ตาก-แม่สอด)มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอดซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองตากระยะทาง 86กิโลเมตร เส้นทางบนถนนสายนี้มีความคดเคี้ยววกวนมากเพราะพื้นที่บริเวณส่วนใหญ่เป็นภูเขานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาบนถนนสายนี้จำเป็นต้องขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเท่าที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายนี้บ่อยครั้งมาก



   และสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวควรกระทำระหว่างเดินทางบนถนนสายตาก-แม่สอดก็คือการแวะสักการะ “ศาลเจ้าพ่อพะวอ” มงคลสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่สอด ตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอบนถนนสายตาก-แม่สอด โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า พระวอเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยงซึ่งในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งตั้งให้ท่านเป็นนายด่านที่ด่านแม่ละเมา เพื่อคอยเฝ้าป้องกันข้าศึกมิให้ข้ามเขามาถึงเมืองตากได้ และได้ต่อสู้กับพม่าที่รุกรานเข้ามาทางด่านแม่ละเมาเพื่อปกป้องเอกราชของชาติจนตัวเองต้องเสียชีวิตในสนามรบแห่งนี้ ทั้งนี้ ด้วยเหตุเพราะเจ้าพ่อพะวอท่านเป็นนักรบ จึงชอบเสียงปืน เพื่อแสดงความเคารพผู้ที่เดินทางผ่านไปมา มักจะสักการะท่านด้วยการบีบแตรรถ ยิงปืน หรือจุดประทัดถวาย

 

 


 จากนั้นผมจึงออกเดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังอำเภอแม่สอด                                                        
    แม่สอด เป็นอำเภอหนึ่งทางตอนกลางของจังหวัดตาก อยู่ห่างจากอำเภอเมืองตาก 86 กิโลเมตร จากประวัติความเป็นมามีหลักฐานว่า เมื่อปี พ.ศ. 2404 -2405 บริเวณที่ตั้งอำเภอแม่สอดในปัจจุบัน ได้มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานทำมาหากินอยู่ เรียกชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านพะหน่อแก" ต่อมามีคนไทยจากถิ่นอื่นพากันอพยพลงมาทำมาหากิน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ชาวกะเหรี่ยงซึ่งไม่ชอบอยู่ปะปนกับชนเผ่าอื่น ต้องพากันอพยพไปอยู่ที่อื่น หมู่บ้านแห่งนี้ได้เจริญขึ้นตามลำดับ ต่อมาทางราชการได้ย้ายด่านเก็บภาษีอากรมาอยู่ที่นี่ จนถึงปี พ.ศ. 2441 ทางราชการจึงได้ยกฐานะหมู่บ้านขึ้นเป็นอำเภอ เรียกชื่อว่า "อำเภอแม่สอด" ให้อยู่ในเขตปกครองของมณฑลนครสวรรค์ ต่อมาเมื่อมีการมีการปรับปรุงแก้ไขระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาค อำเภอแม่สอดจึงได้เปลี่ยนมาขึ้นกับจังหวัดตาก  อำเภอแม่สอด เป็นอำเภอที่มีการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหภาพเมียนมาร์ เนื่องจากเป็นอำเภอที่อยู่ติดชายแดน และมีวัดวาอารมต่าง ๆ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้ไปสัมผัส
    เมื่อผมเดินทางมาถึงยังอำเภอแม่สอดบุคคลแรกที่ผมเดินทางไปพบตามที่ได้นัดหมายไว้ก็คือร.ต.อ สมบัติ พันธ์ณรงค์ (ผู้กองแดง)ผู้กว้างขวางในอ.แม่สอดและอ.อุ้มผาง ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดตากซึ่งจะเป็นคนนำทางพาคณะของเราเดินทางท่องเที่ยวในอ.แม่สอดและเมืองเมียวดีในสหภาพเมียนมาร์ หลังจากทักทายไต่ถามสาระทุกข์สุขดิบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

-    ร.ต.อ สมบัติ พันธ์ณรงค์ (ผู้กองแดง)

    จากนั้นผู้กองแดงก็พาคณะของเราเดินทางไปไหว้พระขอพรที่  วัดแม่ซอดน่าด่าน หรือวัดเงี้ยวหลวง (วัดหลวง) แต่เดิมใช้เป็นที่พักแรมของพ่อค้าชาวไทยใหญ่ต่อมาได้มาตั้งรกรากที่นี่และรวมกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาโดย มีพระพุทธรูปปูนปั้นอยู่ในวิหาร 5 องค์ พระพุทธรูปหินอ่อน 2 องค์ ทองเหลือง 1 องค์ ซึ่งได้มาจากสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งในช่วงวันเข้าพรรษาของทุกปี ทางวัดจะจัดให้มีประเพณีแล้อุปั๊ดตะก่า หรือแห่ข้าวพระพุทธ ซึ่งเป็นประเพณีของชาวไทยใหญ่ที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี


 

 


-    วัดแม่ซอดน่าด่าน หรือวัดเงี้ยวหลวง
    จากนั้นผู้กองแดงก็พาคณะของเราเดินทางต่อไปยัง วัดท่าสายโทรเลขหรือวัดห้วยม่วง ที่บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด ตั้งอยู่ติดชายแดนสหภาพเมียนมาร์ มีแม่น้ำเมยกั้นเขตแดน ส่วนที่มาของชื่อวัดแห่งนี้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าในสมัยก่อนจะมีสายโทรเลขขององค์การโทรศัพท์ลากสายมาจนสิ้นสุดที่หมู่บ้านแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้ ภายในวัดแห่งนี้มีมหาเจดีย์จตุราจารย์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 สืทองเหลืองอร่ามอีกทั้งยังมีพระอุโบสถสวยงามหลังใหญ่ตั้งอยู่ภายในวัด


 


- วัดท่าสายโทรเลขหรือวัดห้วยม่วง
   12.00น. ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี ผู้กองแดงก็พาคณะของเรา แวะมารับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน “ลาบป้านอม”ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข1090 สายแม่สอด-อุ้มผางบริเวณกิโลเมตรที่ 2 เลยจากสี่แยกแม่สอดมาเล็กน้อยจะแลเห็นร้านลาบป้านอมตั้งอยู่ริมถนนทางด้านขวามือร้านลาบป้านอมตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมทุ่งนาบริเวณด้านหน้าของร้านลาบป้านอมมีรถเก๋งของลูกค้าจอดเรียงรายอยู่หลายคันสภาพภายนอกของร้านดูแสนที่จะธรรมดาๆมากมุงด้วยหลังคาใบจากเหมือนกับร้านอาหารตามต่างจังหวัดทั่วๆไปกองแดงพาผมและทีมงาน เดินเข้าไปในร้านแลเห็นลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่นนั่งรับประทานอาหารอยู่จำนวนมาก


 

 

   ภายในร้านลาบป้านอมมีโต๊ะอาหารซึ่งสามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ50คนผมและทีมงานไม่รอช้าจัดการสั่งอาหารมารับประทานในทันทีสำหรับเมนูแรกที่สั่งมาก็คือลาบหมูสุกและหมูดิบอีสาน,ไก่ย่าง, ต้มแซ่บหมู-เนื้อก็ทยอยตามมาเป็นระลอกเมนูอาหารของร้านลาบป้านอมทุกอย่าง60บาทหมดยกเว้นไก่ย่างทางร้านจะคิดเป็นตัวส่วนส้มตำคิดเป็นจานๆละ40บาท



-    หน้าตาเมนูอาหารร้านลาบป้านอม


 

-    ป้ายแสดงราคาอาหารร้านลาบป้านอมไม่แพงอย่างที่คิด  
   ท่านผู้อ่านที่มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวยังอ.แม่สอดหรือจะเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวยังอำเภออุ้มผางลองแวะมาลองลิ้มชิมรสลาบกันที่ “ร้านลาบป้านอม”กันน่ะครับรับรองว่าไม่ผิดหวังรสชาติความอร่อยผมให้ 5ดาวเลยจริงๆครับ   ร้านลาบป้านอม สาขา1  เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา07.00-15.00 น. โทรศัพท์ ป้านอม 089-270-74 86, เฮียเกิด 089-563-8654   
  หลังอาหารกลางวันผู้กองแดงก็พาผมและคณะเดินทางต่อไปยังวัดมณีไพรสณฑ์


 

 

  วัดมณีไพรสณฑ์ ตั้งอยู่ถนนอินทรคีรี เขตเทศบาลนครแม่สอด (อยู่ในตลาดแม่สอด) พื้นที่ตั้งหน้าวัดติดถนนใหญ่ด้านหลังติดลำห้วยแม่สอด สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๘ ภายในวัดมีปูชนียวัตถุโบราณสถาน ได้แก่ พระพุทธโคดมบรมศรีเมืองฉอด (หลวงพ่อโต) เจดีย์วิหารสัมพุทเธ ซึ่งมีลักษณะแปลก คือ บนองค์เจดีย์มีเจดีย์เล็กๆ ล้อมรอบถึง ๒๓๓ องค์ และมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง ๕๑๒,๐๒๘ องค์ นอกจากนี้ภายในวัดยังมี โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี ที่บริเวณหน้าบันและหลังคามีลายไม้ฉลุสวยงาม และบริเวณโดยรอบวัดมีซุ้มและศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ได้แก่ หลวงพ่อสังกัจจาย พระพุทธรูปปูนปั้นปางพุทธไสยาสน์ เป็นต้น


 

 


-    เจดีย์ใหญ่ เจดีย์ทรงระฆังคว่ำหรือเจดีย์แบบทรงกลมมียอดแหลมที่มีลักษณะเด่นคือ มีองค์ระฆังในสัณฐานทรงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนฐานในรูปแบบต่างๆ โดยทั่วไปรูปทรงเจดีอาจแบ่งส่วนหลักออกได้ 3 ส่วนคือ ส่วนล่าง, ส่วนกลาง และส่วนบน โดยองค์ระฆังมักจะอยู่ในส่วนกลางเสมอภายในบรรจุเช่นพระธาตุ หรือ สิ่งที่มีค่าต่างๆ ความกว้างของฐานเจดีย์  ๘   เมตร  สูง  ๒๐  เมตร
-    อุโบสถ  สร้างใหม่แทนหลังเก่าพิธีฉลองเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม  ๒๕๓๗ บริเวณรอบไปด้วยกำแพงแก้วมรเจดีย์รอบอุโบสถใช้ประกอบสังฆกรรมในพระพุทธศาสนา
-    สัมพุทเธทรงเจดีย์  สร้างเมื่อ พ.ศ.  ๒๕๒๙  กว้าง ๓๕ เมตร ยาว ๑๕  เมตร ซึ่งได้ดัดแปลงจากประเทศพม่าบรรจุพระพุทธรูปน้อยใหญ่มีจำนวนประมาณ  ๕๑,๐๒๘  องค์ และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๔
-    พระแก้วมรกตในสัมพุทเธ ประดิษฐานอยู่ทิศหนือ ด้านในของสัมพุทเธ


 

 

 

   วัดชุมพลคีรี ตั้งอยู่บน ถ. อินทรคีรี ในอ.แม่สอดเป็นวัดเก่าแก่อายุมากกว่า 200 ปี ภายในประดิษฐานเจดีย์สร้างใหม่ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากองของพม่า


 


ภายในโบสถ์ประดิษฐาน พระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย ส่วนในวิหารเป็นที่เก็บกลองโบราณอายุกว่า 200 ปี   ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระเจดีย์ภายในวัดซึ่งตามประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่าพระ เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2314 โดยจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดาองในพม่า เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทาสีขาว สูง 20 ม. ฐานย่อมุม องค์ระฆังประดับด้วยกระเบื้องและลวดลายสีทองไปจนจดยอดเจดีย์ซึ่งเป็นยอดฉัตร มีเจดีย์รายขาดเล็กทาสีทอง 20 องค์ ล้อมรอบด้วยดำแพงแก้ว บริเวณใกล้เคียงมีวิหารซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำลองจากพระพุทธชินราช


 


 ตกเย็นผู้กองแดงพาผมและคณะเดินทางมายัง“วัดไทยวัฒนาราม” เดิมชื่อวัดแม่ตาวเงี้ยว หรือวัดไทยใหญ่ เป็นวัดในศาสนาพุทธนิกายมหายานของชาวไทยใหญ่ ประเพณีศิลปวัฒนธรรมตลอดจน พิธีกรรมต่าง ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากพม่า

 

 

 


วัดไทยวัฒนารามสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 โดย นายมุ้งเป็นชาวพม่ารัฐฉาน ที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอด และเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ใน พ.ศ. 2500 ต่อมาทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้เป็นวัดพระพุทธศาสนาสังกัดกรมศาสนา


 

 


 ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธมหามุนี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุนีอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑะเลย์ สหภาพเมียนมาร์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากศรัทธาเลื่อมใสกันมาก



นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) ศิลปะพม่าขนาดใหญ่ ความยาม 93 ศอก ประดิษฐานอยู่ในศาลาบริเวณด้านหลังศาลาการเปรียญ แถมเรายังได้มีโอกาสชมศิลปะการแสดงของชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณรอบ ๆ ด้วย แถมที่นี่เรายังได้ชมการแสดงของชนเผ่าต่าง ๆ ด้วย  ก่อนจะไป วัดมณีไพรสณฑ์ หรือแต่เดิมเรียกว่า วัดมณีไพรสัณฑ์ คาดว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2328 ซึ่งที่วัดนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบนองค์เจดีย์วิหารสัมพุทเธ โดยมีเจดีย์เล็ก ๆ ล้อมรอบถึง 233 องค์ อีกทั้งด้านในยังมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง 512,028 องค์ และเป็นวัดที่มีพระพุทธโคดมบรมศรีเมืองฉอด (หลวงพ่อโต) ประดิษฐานอยู่



จากนั้นในตอนค่ำผู้กองแดงพาผมและทีมงานidotravellers.com เข้าร่วมพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวของนิตยสารท่องเที่ยวถ่ายภาพPhototeach ที่เดินทางมาร่วมงานในโครงการ “เปิดประตูสู่AEC เชื่อมไมตรีสองฝั่งเมย”และร่วมรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมการศิลปะการแสดงของชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ในอ.แม่สอดเมืองชายแดนแห่งนี้การแสดงเต็มไปด้วยความสนุกสนานจนสมควรแก่เวลาจึงแยกย้ายกันกลับที่พัก


 

 

 

 


สำหรับโรงแรมที่พักในอำเภอแม่สอดของเราในคืนนี้ได้แก่โรงแรมแม่สอดซิติ้ฮิลล์แอนด์รีสอร์ทเป็นโรงแรมเปิดใหม่สะอาดปลอดภัยราคาห้องพักคืนละ700บาทแถมด้วยอาหารเช้าได้มาตราฐานและอร่อย



โรงแรมแม่สอดซิติ้ฮิลล์ตั้งอยู่ในอ.แม่สอดสนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงแรม แม่สอด ซิตี้ฮิลส์ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท78/25 ถ.อินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110 phone+66(0)55 533 139 Fax +66(0)55 533 193 mobile +66(0)848 566 686 www.maesotcityhill.com  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

หน้าต่อไป