ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท.

แม้จะเป็นหน่วยงานภาครัฐลำดับต้นๆ ที่มีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้จัดการระบบเอกสารในองค์กรมากที่สุด เป็นต้นแบบให้หลายหน่วยงานเข้ามาศึกษาดูงานไม่ขาดสาย แต่ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาองค์กรต่อไป ล่าสุดควงคู่กับ ดร.ชุมพล มุสิกานนท์ รองผู้อำนวยการ อพท. นำคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ออกเดินทางไปศึกษาดูงานต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ณ บจก. ภูเก็ตพัฒนาเมือง จังหวัดภูเก็ต  เจ้าตัวแย้มมาว่า อพท.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัล ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565) เป้าหมายยกระดับ อพท. เป็นหน่วยงาน Digital Organization ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไทยแลนด์ 4.0 งานนี้บอกเลยได้ไอเดียกลับมาทำงานกันอีกเต็มกระเป๋า...

ท่องเที่ยวกองทัพบกArmy Land แดนผจญภัย

ในระหว่างวันที่1-4 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาสำนักงานท่องเที่ยวกองทัพบกโดยการนำของ พล.ต ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.สำนักงานท่องเที่ยวกองทัพบกได้นำคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวจากส่วนกลางเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเขตทหารในจังหวัดนครราชสีมา,นครนายก,ชลบุรี

  • พล.ต ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.สำนักงานท่องเที่ยวกองทัพบก

นำชุมชนร่วมงาน“ไทยเที่ยวไทย”

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต รองผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง หรือ อพท. 3 นำชุมชนจากจังหวัดตราด ซึ่งอยู่ภายใต้เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก  อาทิ ชุมชนท่าระแนะ ชุมชนตำบลไม้รูด ชุมชนตำบล คลองใหญ่  ร่วมออกบูธในงาน “ไทยเที่ยวไทย” ครั้งที่ 51  เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน พร้อมนำอาหารท้องถิ่นมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมาก   ณ ไบเทค บางนา 

ทีเส็บ เปิดแคมเปญ Meet Sustainable สนับสนุนการจัดงานอย่างยั่งยืนเสริมแกร่งบทบาทผู้นำภูมิภาคในการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ก้าวสู่ผู้ร่วมแรงในการจัดงานอย่างยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดตัวแคมเปญ ‘Meet Sustainable’ มอบงบประมาณสนับสนุนงานที่จัดตามแนวทางเพื่อความยั่งยืน ครั้งแรกในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย มุ่งเสริมแกร่งบทบาทประเทศไทยให้ฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับภูมิภาค ตั้งวงเงินสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาท สำหรับภาคการจัดประชุมองค์กรและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมคณะเป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย 50 คน โดยจะต้องพำนักในอยู่ประเทศไทยอย่างน้อย 3 คืน และนำเอาแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืนตามที่ระบุไว้ในเกณฑ์ของทีเส็บมาใช้ในการจัดงาน

  • นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ สายงานธุรกิจ

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ สายงานธุรกิจ กล่าวว่า “แคมเปญใหม่ล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างต่อเนื่องของทีเส็บในการส่งเสริมการจัดงานอย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำทางความคิดภายใต้แบรนด์ Thailand Redefine Your Business Events ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์อย่างยั่งยืน มุ่งมั่นปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนอย่างจริงจัง ผลักดันผู้ประกอบการให้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พัฒนาเครื่องมือและโปรแกรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน”

แคมเปญ ‘Meet Sustainable’ ได้รับแนวคิดมาจากจุดยืนอันแน่วแน่ของทีเส็บที่ต้องการผลักดันให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ตระหนักถึงความสำคัญเรื่องความยั่งยืนมากว่าสิบปี สำหรับโครงการหลักๆ ที่ผ่านมาของทีเส็บซึ่งเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนนั้นได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนของมาตรฐานวัดคุณภาพองค์กรต่างๆ (International Organization for Standardization : ISO) 7 มาตรฐาน โดยมีสถานที่จัดงานด้านไมซ์นำเอามาตรฐานเหล่านี้ไปใช้แล้วจำนวน 33 แห่ง แบ่งเป็น ISO 22000 มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารจำนวน 7 แห่ง ISO 50001 มาตรฐานระบบการบริหารจัดการพลังงาน จำนวน 4 แห่ง ISO 20121 มาตรฐานระบบการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน จำนวน 15 แห่ง ISO 22301 มาตรฐานระบบการบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ จำนวน 1 แห่ง ISO 9001 มาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ จำนวน 15 แห่ง ISO 14001 มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม จำนวน 6 แห่ง และ ISO 22300 มาตรฐานระบบความปลอดภัยการจัดการประชุม สัมมนา นิทรรศการ จำนวน 6 แห่ง

 นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการที่นำโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนมาใช้อีกด้วย ได้แก่ โครงการ Food Waste Prevention จำนวน 8 แห่ง และโครงการ Farm to Functions หรือการส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์ซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากผู้ประกอบการโดยตรง จำนวน 20 ราย

“โครงการ Food Waste Prevention สามารถช่วยลดปริมาณขยะจากการให้บริการอาหารเป็นจำนวนถึง 155,000 กิโลกรัม ระหว่างปี 2561 ถึงเดือนมิถุนายน 2562 ในขณะที่โครงการ Farm to Functions ได้มีการซื้อข้าวอินทรีย์โดยตรงจากเกษตรกรจำนวน 300 ตัน ทำให้เกิดรายได้ 12 ล้านบาท หมุนเวียนในครอบครัวของเกษตรกรจำนวน 500 ครัวเรือน” นางนิชาภากล่าวเพิ่มเติมมาตรฐานด้านความยั่งยืนทั้ง 7 ประการนี้เป็นแนวคิดที่ทีเส็บนำมาเป็นหัวใจสำคัญของแคมเปญ ‘Meet Sustainable’ ซึ่งงานในภาคการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลที่จัดขึ้นจะต้องปฏิบัติตามแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืนอย่างน้อย 2 ประการ จึงจะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์การเข้ารับเงินสนับสนุน  และเตรียมความพร้อมสำหรับผู้เข้าร่วมงาน พันธมิตรธุรกิจ และผู้ให้บริการ ให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมด้านความยั่งยืนได้เป็นระยะๆ ตั้งแต่การเตรียมงานระหว่างงานและหลังจบงาน

ระหว่างการเตรียมงาน ผู้จัดงานจะต้องประชาสัมพันธ์งานผ่านสื่อดิจิทัลและออนไลน์เท่านั้น เพื่อลดปริมาณการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงานและพันธมิตรทราบวัตถุประสงค์การจัดงานอย่างยั่งยืน เพื่อการตรียมตัวสำหรับการเข้าร่วมงานระหว่างงาน ผู้จัดงานจะต้องใช้เหยือกหรือขวดแก้วขวดใหญ่ในการให้บริการน้ำดื่มแก่ผู้ที่เข้าร่วมงาน จัดเตรียมกระบอกน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานนำไปเติมน้ำดื่ม ไม่ใช้หลอดพลาสติก และบริจาคอาหารส่วนเหลือให้แก่องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร สถานที่ที่ใช้จัดงานจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงาน อุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งสถานที่จะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และไม่มีการใช้ดอกไม้สดหรือวัสดุโฟมพลาสติก ของที่ระลึกที่แจกภายในงานจะต้องผลิตโดยชุมชนในท้องถิ่นหรือทำมาจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผู้จัดงานจะต้องนำเอาระบบลงทะเบียนแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ และใช้ป้ายชื่อที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

  • นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ สายงานธุรกิจ

หลังจบงาน ผู้จัดงานจะต้องประชาสัมพันธ์ผลการจัดงาน ความสำเร็จและข้อดีของการจัดงานที่สอดคล้องตามแนวคิดความยั่งยืนต่อสาธารณะและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กฉัตร ลุยปรับท่องเที่ยววิถีคลอง “ดำเนินสะดวกโมเดล”

“บิ๊กฉัตร” มอบ อพท. ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับภาพลักษณ์คลองดำเนินสะดวก เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยว “วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน” เน้นชุมชนมีส่วนร่วม และได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ  พร้อมผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยววิถีคลอง ๑ คลอง ๒ น้ำ ๓ จังหวัด ได้แก่ คลองดำเนินสะดวก แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี สมุทรสาครและสมุทรสงคราม  เพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืน

วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมหารือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องกว่า ๓๐ หน่วยงาน กำหนดเป้าหมายร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาคูคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ โดยพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว มุมมองใหม่ ....ตลาดน้ำดำเนินสะดวก “วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน”

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการพัฒนาคูคลองเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีคลอง โดยยึดหลักการที่ให้ประชาชนและชุมชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการให้มากที่สุด จึงได้มอบหมายองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล เร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจศักยภาพคลองดำเนินสะดวกและคลองสาขา จังหวัดราชบุรี และพบว่ามีศักยภาพในการดำเนินพัฒนาให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยววิถีคลอง โดยใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการและร่วมรับประโยชน์จากการท่องเที่ยว

โดยรูปแบบการดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีคลองบรรลุเป้าหมาย เกิดการบูรณาการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จึงให้มีกลไกในการขับเคลื่อนในรูปแบบคณะทำงานในระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่น ประกอบด้วย คณะกรรมการพัฒนาคูคลองเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ เป็นระดับชาติ คณะทำงานพัฒนาคูคลองเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ จังหวัดราชบุรี เป็นระดับจังหวัด และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนคลองดำเนินสะดวก เป็นระดับท้องถิ่น

“เราจะพัฒนาคลองดำเนินสะดวกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนที่มีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีคลองทั่วประเทศได้มาศึกษาดูงาน นำความรู้และประสบการณ์ไปปรับใช้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญให้การท่องเที่ยวโดยชุมชน นำมาซึ่งการอนุรักษ์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวิถีวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ เกิดการกระจายรายได้และประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน”

สำหรับแนวทางการพัฒนาคลองดำเนินสะดวก อพท. จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของคลองดำเนินสะดวกจากแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลักให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น เปลี่ยนจากรายได้ที่กะจุกตัวให้เป็นเกิดการกระจายรายได้และประโยชน์จากการท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เกิดการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนั้นจะเตรียมแผนขยายผลสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนระดับลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยววิถีคลอง ๑ คลอง ๒ น้ำ ๓ จังหวัด ได้แก่ คลองดำเนินสะดวก แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี สมุทรสาครและสมุทรสงคราม 

“ที่มอบหมายให้ อพท. เป็นแกนนำในการเข้าไปประสานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ดำเนินการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคูคลองในครั้งนี้ เพราะเห็นผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ อพท. แล้วว่า จากการพัฒนาชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่พิเศษ จึงมั่นใจว่า อพท. จะใช้องค์ความรู้ด้านการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ อพท. เข้าไปขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีคลองให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยววิถีคลอง “วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน”

อย่างไรก็ตาม อพท. มีเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทยเป็นเครื่องมือในการพัฒนา ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) และได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ว่ามีความสอดคล้องเทียบเท่ากับเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก