ททท. สำนักงานนครสวรรค์ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวนครสวรรค์ และ “เทศกาลชมทุ่งปอเทือง และดอกทานตะวัน อำเภอตากฟ้า” ธันวาคม 2561 – กุมภาพันธ์ 2562

จังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2561 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะสวยงามด้วย สีสรรพรรณไม้ ทั้งทุ่งดอก ปอเทือง ทุ่งดอกทานตะวัน เหลืองอร่ามเป็นทุ่งกว้าง ในอำเภอตากฟ้า รวมทั้งดอกบัวแดง บัวนานาชนิดในบึงบอระเพ็ด ทำให้นครสวรรค์น่าเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

  • นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานนครสวรรค์(คนนั่งที่4 จากซ้าย)

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์ นับเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกทุ่งทานตะวันและปอเทือง มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

นครสวรรค์ ต้นทานตะวันปลูกในพื้นที่หลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอตากฟ้า มีพื้นที่ปลูก ในตำบลพุนกยูง ตำบล สุขสำราญ ตำบลซับตะเคียน และ ตำบลลำพยนต์ นอกจากนี้ ทุ่งดอกปอเทือง และทุ่งทานตะวัน ยังมีการปลูกในพื้นที่ในอำเภอตาคลี ท่าตะโก และไพศาลี

  • ต้นปอเทืองในไร่ธรรมชัย อ.ตากฟ้าจ.นครสวรรค์

-    ทุ่งข้าวฟ่างใน อ.ตากฟ้าจ.นครสวรรค์

เกษตรกรนิยมปลูกต้นปอเทืองและทานตะวันกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้นปอเทืองจะเป็นปุ๋ยต้นแก่แล้วจะทำการฝั่งกลบช่วยทำให้ดินมีคุณภาพดีก่อนการปลูกพืชไร่อื่นต่อไปในช่วงฤดูฝนที่จะเยื้องกรายมาถึงส่วนทานตะวันถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่งของนครสวรรค์ เกษตรกรจะเก็บเมล็ดทานตะวันมาจำหน่ายหรือแปรรูปส่งออก ก่อนการเก็บเกี่ยวทานตะวันจะเบ่งบานสวยงามทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชื่ชมความสวยงามและถ่ายรูปเป็นจำนวนมากในแต่ละปีโดยในปีนี้ทุ่งดอกปอเทืองกำลังเริ่มออกดอกเบ่งบานสะพรั่งรวมทั้งดอกข้าวฟ่างให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมโดยเริ่มต้นตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน2561 เป็นต้นไป

- ทุ่งดอกทานตะวันจะบานราวกลางเดือนพฤศจิกายน 2561 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2562

 ส่วนทุ่งดอกทานตะวันจะบานราวกลางเดือนพฤศจิกายน 2561 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2562เขาหินกลิ้ง แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในอำเภอไพศาลีเป็นอะเมซิ่งไทยแลนด์แห่งใหม่ของจ.นครสวรรค์ความแปลกประหลาดอยู่ที่ในท้องทุ่งนาอันกว้างใหญ่มีก้อนหินขนาดใหญ่3ก้อนมารวมอยู่ในบริเวณเดียวกันแต่ก้อนที่ดูโดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นก้อนที่ตั้งอยู่ริมทุ่งนาโดยมีสะพานไม้ไผ่ทระยะทางประมาณ200 เมตรทอดตัวยาวลงไปในท้องทุ่งนาส่วนปลายสุดของสะพานมีเพิงน้อยคอยรักให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

  • เขาหินกลิ้ง แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในอำเภอไพศาลีเป็นอะเมซิ่งไทยแลนด์แห่งใหม่ของจ.นครสวรรค์

นอกจากนี้แล้วด้านบนริมถนนภายในหมู่บ้านยังมีเพิงขายสินค้าที่ระลึกของชาวบ้านเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วยซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นพืชผลทางการเกษตรเช่น ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีและพืชผลทางการเษตรจำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย

เพิงขายสินค้าที่ระลึกของชาวบ้านเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

สำหรับบรรยกาศที่สวยงามที่สุดจะอยู่ในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561-กุมภาพันธ์ 2562โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมรวงข้าวจะสุกเหลืองอร่ามไปทั่วท้องทุ่งนาตัดกับแสงอาทิตย์สีทองในยามเย็นของฤดูหนาวในเดือนธันวาคมเป็นภาพที่น่าประทับใจและเก็บไว้ในความทรงจำเป็นอย่างยิ่ง เขาหินกลิ้งและชาวบ้านในอำเภอไพศาลีกำลังรอคอยนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนอยู่ครับหรือจะกลับเข้ามาในตัวเมืองล่องเรือดูนกชมบัวนานาชนิดในบึงบอระเพ็ดตามแคมเปญ “239(นคร)สวรรค์ใกล้กรุง”

  • - ดูนกชมดอกบัวบานยามเช้าที่บึงบรเพ็ด

ดังนั้น ททท.สำนักงานนครสวรรค์ จึงอยากจะใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดนครสวรรค์กันดูบ้างเพื่อเพิ่มประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆกับความสวยงามทางธรรมชาติทั้งทุ่งดอกปอเทืองและทุ่งดอกทานตะวันในจ.นครสวรรค์

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและที่ตั้งของไร่ต่างๆเช่น ไร่เป๋าตุงฟาร์มทุ่งดอกทานตะวัน โทร 087-1192306 ไร่ธรรมชัยทุ่งปอเทือง โทร 087-2071718 ไร่ปอเทืองศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ โทร 089-2688197

สอบถามรายละเอียดได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครสวรรค์และพิจิตร โทร.0 5622 1811-2 โทรสาร 0 5622 1810 E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.., www.tourismnakhonsawan.org  TAT Nakhonsawan.Phichit @tatsawanphichit tatsawanpichit TATsawanpichit

ลุงหนวด.....รายงาน 

ททท. สำนักงานสุรินทร์ ขอเชิญสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน และร่วมโชว์ลีลาการจับปลาไหล ในงาน “เทศกาลปลาไหล ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาด” ประจำปี 2561 อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์

            จังหวัดสุรินทร์โดยอำเภอชุมพลบุรี กำหนดจัดงาน “เทศกาลปลาไหล ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาดประจำปี 2561” ระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคม 2561 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ของดีเมืองชุมพลบุรี เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ปลาไหลธรรมชาติ ปลาช่อนนา ผ้าไหม และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

            นางสาวธมลวรรณ  เจริญวงศ์พิสิฐ  ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า อำเภอชุมพลบุรีนั้นถือว่าเป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแหล่งดินและแหล่งน้ำ เนื้อดินซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุเพราะเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ “ทุ่งกุลาร้องไห้”และยังเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำที่ขนาบกับลำพลับพลา และลำน้ำมูล เหมาะแก่การทำการเกษตรกรรม          จากขุมทรัพย์ทางธรรมชาติเหล่านี้จึงส่งผลให้ อำเภอชุมพลบุรีเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพ ปลอดสารเคมีและสารพิษ โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้จะมีลักษณะเฉพาะคือ ยาว ขาว นุ่ม หุงขึ้นหม้อ หอมอร่อย มีผลผลิตไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนตันต่อปี    หลังจากเกษตรกรได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป จะเป็นช่วงที่ปลาไหลเจริญเติบโตเหมาะแก่การบริโภค โดยปลาไหลของอำเภอชุมพลบุรี เป็นปลาไหลธรรมชาติ มีลักษณะตัวโตสีเหลือง ลำตัวถึงโคนหางกลมอวบ ไม่มีกลิ่นคาวเหมือนปลาไหลในพื้นที่อื่นๆ ทั่วไป จึงทำให้เป็นที่นิยมบริโภคและเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเศรษฐกิจแบบพอเพียงและแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นอันน่าทึ่งของอำเภอชุมพลบุรี จึงได้กำหนดจัดงานเทศกาลประจำปีขึ้น ภายใต้ชื่อ งานเทศกาลปลาไหล ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาด ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่14-18  ธันวาคม 2561 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ พบกับกิจกรรมเด็ดๆ มากมายภายในงาน ที่จะสร้างความสนุกสนาน ครึกครื้น เรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังนี้

วันที่ 14 ธ.ค.61 ชมพิธีสู่ขวัญข้า,ประกวดผ้าไหม,ประกวดข้าวหอมมะลิ

วันที่ 15 ธ.ค.61 ชมขบวนแห่ประเพณีวิถีชีวิตของชาวชุมพลบุรี ชมขบวนรถตกแต่งด้วยเมล็ดข้าว และขบวนฟ้อนรำวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงาม

วันที่ 16 ธ.ค.61 ชมชมการแข่งขันการจับปลาไหล การประกวดปลาไหล การแสดงการประกอบอาหารเมนูจากปลาไหลชมการแสดงช้าง, ชมการแข่งขันตำข้าวแบบโบราณ,ชมการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ และ ชมการแสดงแฟชั่นศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น “เดินแบบผ้าไหม”

วันที่17 ธ.ค.61 ชมการประกวดอาหารสูตรเด็ดจากปลาไหล,ประกวดสำรับอาหาร

วันที่18 ธ.ค.61 กิจกรรมงานกาชาดงานราตรีสัมพันธ์ สืบสานวัฒธรรมประเพณี

ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาพิสูจน์ ความหอมอร่อยของข้าวหอมมะลิที่เก็บเกี่ยวใหม่ๆ และเมนูเด็ดจากปลาไหลมากมาย ของ  อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ นอกจากนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งใกล้เคียง เช่น หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง อำเภอท่าตูม และหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ เป็นต้น

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

-  ที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี โทร. 0 4459 6088

-  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0 4451 4447-8

 e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.     

ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาพิสูจน์ ความหอมอร่อยของข้าวหอมมะลิที่เก็บเกี่ยวใหม่ๆ และเมนูเด็ดจากปลาไหลมากมาย ของ  อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ นอกจากนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งใกล้เคียง เช่น หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง อำเภอท่าตูม และหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ เป็นต้น

- วันที่ 14 ธันวาคม 2561 : ชมขบวนแห่ประเพณีวิถีชีวิตของชาวชุมพลบุรี ขบวนรถตกแต่งด้วยเมล็ดข้าว และขบวนฟ้อนรำวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงาม นิทรรศการเมืองชุมพลบุรี และการแสดงหมอลำ “หนูภาร วิเศษศิลป์”

- วันที่ 15 ธันวาคม 2561 : การแข่งขันจับปลาไหล ทั้งประเภททีมชาย ทีมหญิง และทีมนานาชาติ การประกวดผ้าไหม การประกวดปลาไหลใหญ่ยาว การประกวดข้าวหอมมะลิ การประกวดร้องเพลง และการแสดงหมอลำ “ระเบียบ วาทศิลป์”

- วันที่ 16 ธันวาคม ๒๕๕๔ : การแข่งขันเรือพายไม่เกิน ๘ ฝีพาย การแข่งขันนวดข้าว-ตำข้าว หุงข้าวแบบโบราณ การประกวดอาหารเมนูเด็ด เช่น ต้มเปรตปลาไหล ปลาไหลแดดเดียว ผัดเผ็ดปลาไหล และการจัดสำรับอาหารรสเด็ดจากปลาไหล

ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาพิสูจน์ ความหอมอร่อยของข้าวหอมมะลิที่เก็บเกี่ยวใหม่ๆ และเมนูเด็ดจากปลาไหลมากมาย ของ  อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ นอกจากนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งใกล้เคียง เช่น หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง อำเภอท่าตูม และหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินเขวาสินรินทร์ เป็นต้น

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

-  ที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี โทร. ๐ ๔๔๕๙ ๖๐๘๘,

-  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. ๐ ๔๔๕๑ ๔๔๔๗ -๘   e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.     

ททท.ขอเชิญร่วมงานสืบสานงานประเพณี “เยี่ยมเยือนตาเมือนเดือนเมษา”จ.สุรินทร์

            จังหวัดสุรินทร์ โดยอำเภอพนมดงรักร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และองค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง กำหนดจัดงานเยี่ยมเยือนตาเมือน เดือนเมษา ครั้งที่18 จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2562 ณ ลานกลางแจ้ง ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังบังเกิดความรัก          ความหวงแหนโบราณสถานที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้บนผืนแผ่นดินไทย และเป็นการประชาสัมพันธ์กลุ่มปราสาทตาเมือนซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.สุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

            นางสาวธมลวรรณ  เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ เปิดเผยว่า กลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.สุรินทร์ อยู่ตลอดแนวชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา ที่มีความสวยงามของปราสาทขอมโบราณ จำนวน 3 หลัง 3 แบบ ที่สามารถเรียนรู้เส้นทางการเดินทางของคนโบราณจากนครวัด-นครธม ไปปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา          ซึ่งต้องใช้เวลาการเดินทางหลายวันและได้มีการสร้างปราสาทจำนวน 3 หลังที่อยู่ใกล้ๆกันเพื่ออำนวย        ความสะดวกแก่ผู้เดินทาง โดยมี ปราสาทตาเมือน เป็นปราสาทสำหรับที่พักคนเดินทางปราสาทตาเมือนโต๊ด เป็นปราสาทสำหรับผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย และปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเป็นการอนุรักษ์โบราณสถานให้คงอยู่สืบไป และส่งเสริมการท่องเที่ยว      ของ จ.สุรินทร์ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวกลุ่มปราสาทตาเมือนให้เป็นที่รู้จักอย่างขวาง                 โดยมีกิจกรรมดังนี้

- พิธีบวงสรวงปราสาท

- การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

- การจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการ ต่างๆ

- การแข่งขันชกมวยไทย

- กิจกรรมรดน้ำขอพร

- จำหน่ายอาหารพื้นเมือง ราคาถูกและอื่นๆ อีกมายมาย

- เดินแบบผ้าไหมเมืองสุรินทร์

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

  • • องค์การบริการส่วนตำบลตาเมียง โทร. 0 4452 8240
  • • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0 4451 4447-8 โทรสาร. 0 4451 8530 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., http://www.tourismthailand.org/surin

  www.facebook.com/TATSurinOffice หรือโทร. 1672          

ททท. เชิญหลงรักประเทศไทยกับงาน “มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ประจำปี2561 และงานเลี้ยงอาหารช้างที่ยิ่งใหญ่ของโลก”

            จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หน่วยงานภาครัฐ/เอกชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดงาน “มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์” ประจำปี 2561 ครั้งที่ 58 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2561 และชมการแสดงช้างในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณสนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ และวัฒนธรรมประเพณี เสริมสร้างความเป็นชาวสุรินทร์ โดยในปีนี้มีการจัดฉากการแสดงที่สมจริงยิ่งใหญ่

            นางสาวธมลวรรณ  เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า"มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ประจำปี 2561 ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 58 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง และร่วมอนุรักษ์วิถีชีวิตคนกับช้างจังหวัดสุรินทร์ที่มีความผูกพันธ์กันมาช้านาน โดยมีกิจกรรมที่สำคัญและยิ่งใหญ่ ดังนี้

วันที่ 15 พ.ย. เวลา 08.45 น. ซ้อมใหญ่งานแสดงช้าง ณ สนามแสดงช้าง เวลา 18.30 น. การประกวดรถอาหารช้าง บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง

วันที่ 16 พ.ย. เวลา 08.30 น. งานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ซึ่งเป็นการจัดโต๊ะจีนเลี้ยงหารช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาวกว่า 400 เมตร ช้างเข้าร่วมกว่า 250 เชือกวันที่ 16–17 พ.ย. เวลา 20.00 น. ชมงานแสดง แสง สี เสียง ณ บริเวณปราสาทศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ

วันที่ 17-18 พ.ย. เวลา เวลา 08.45 น. การแสดงช้าง ณ สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 9 ฉากหรือ 9 องก์

            ราคาบัตรเข้าชมการแสดงของช้างจังหวัดสุรินทร์แบ่งออกเป็นดังนี้  วันซ้อมใหญ่ วันที่ 16 พฤศจิกายน เข้าชมฟรี        ทุกที่นั่ง วันแสดงจริง วันที่ 17 - 18 พฤศจิกายน 2561 บัตรราคา 1,000 , 500, 300 บาท นั่งตามเลขที่บัตร ติดต่อจองบัตร และซื้อบัตรได้ที่สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ พร้อมทั้งสามารถ โอนเงินได้ที่ชื่อบัญชี งานแสดงช้างสุรินทร์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 310-0-71191-2 ธนาคารกรุงไทย จำกัดสาขาสุรินทร์ หรือสามารถ ดาวน์โหลด ใบจองได้ที่ www.surin.go.th หรือสอบถามรายละเอียดสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ โทร. 044-512039 การแสดง แสง สี เสียง ณ ปราสาทศีรขรภูมิ ในวันที่16-17 พฤศจิกายน 2561 สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เทศบาลตำบลระแงง โทร.044-561243

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

  • • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0 4451 4447-8 โทรสาร. 0 4451 8530 e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., http://www.tourismthailand.org/surin

  www.facebook.com/TATSurinOffice หรือโทร. 1672

ททท.จัดกิจกรรมเชิญชวนท่องเที่ยว “ เมืองรอง ต้องลอง ต้องรัก ต้องใส่ใจ ” ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ ในจังหวัดเมืองรอง เพื่อส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกให้เกิดการท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  โดยใช้วิธีสร้างกระแส ผ่าน 5 Influencer

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์   ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กิจกรรม เมืองรอง ต้องลอง ต้องรัก ต้องใส่ใจ  ให้ความสำคัญกับเส้นทางการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ในจังหวัดเมืองรอง เพื่อส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกให้เกิดการท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ 55 เมืองรองของประเทศไทย เพื่อกระจายโอกาสในเชิงรายได้จากการท่องเที่ยว ไปสู่เศรษฐกิจฐานราก ปรับสัดส่วนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติในพื้นที่เมืองหลักต่อเมืองรอง พร้อมสร้างจิตสำนึกท่องเที่ยวอย่างใส่ใจไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และขนบธรรมเนียมและประเพณีความเป็นไทย เพื่อความยั่งยืนของชุมชน

กิจกรรมนี้ให้ความสำคัญกลุ่มนักท่องเที่ยว Generation Y หรือ กลุ่มคนที่โตมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ในยุคที่มีอินเตอร์เน็ตแพร่หลายแล้ว คือบรรดาคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2523 - 2543 ที่มีความสนใจในเรื่องการท่องเที่ยว มักหาเวลาว่างจากการทำงาน ออกเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ หรือเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สนใจข่าวสารเรื่องราวของสังคม สิ่งใหม่ๆ ใช้เวลากับสื่อออนไลน์ และเห็นความสำคัญของเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสการเที่ยวเมืองรองแบบคาร์บอนต่ำ ผ่าน Influencer หรือผู้ที่มีอิทธิพลในการสร้างแรงบันดาลใจในกลุ่มเป้าหมาย 5 คน แยกตามภูมิภาค ดังนี้ คือ “อุ๋ย บุดด้าเบส” เป็นตัวแทนของนักท่องเที่ยวภาคกลาง Low Carbon More Legacy ที่ชูจุดเด่นด้านมรดกแห่งสยาม สัมผัสกับศิลปกรรม การหลอมรวมวัฒนธรรมนานาชาติ และวิถีชาวนา ที่สืบทอดกันมา “นุ่น ศิรพันธ์” เป็นตัวแทน ภาคเหนือ Low Carbon More Authentic ที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวตามวิถีวัฒนธรรมท่ามกลาง ภูมิภาคประเทศที่สวยงาม สำหรับภาคใต้ Low Carbon More Inspired ได้ “ตูมตาม ยุทธนา” มาเป็นตัวแทนมาบอกเล่าถึงการท่องเที่ยว ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมสัมผัสไปกับนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ที่มีรากฐานมาจากนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นด้านอาหาร และเรื่องราววิถีคนอีสาน      Low Carbon More Gastronomy ความชาญฉลาดของคนที่มีต้นทุน โดย “อัครัฐ นิมิตชัย” และสุดท้าย     ภาคตะวันออก Low Carbon More Fun “เป้ อารักษ์” มาเล่าเรื่องราวที่เปลี่ยนกิจกรรมธรรมดาให้เป็นเรื่องสนุก ที่จะเติมสีสันให้ชีวิต

ทั้งนี้ ททท. ได้ดำเนินจัดกิจกรรมออนไลน์ให้บุคคลทั่วไปร่วมสนุกอัพโหลดภาพสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเมืองรองทั่วไทย พร้อมแคปชั่นวิธีการเที่ยวแบบใส่ใจ #เมืองรองต้องลองต้องรักต้องใส่ใจ #ภูมิภาค (ที่อยากไป) และแชร์ไปยัง Facebook เพื่อลุ้นโอกาสไปท่องเที่ยวกับ Influencer เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องการเที่ยวแบบ    ใส่ใจในมิติต่าง ๆ และเดินทางไปตามเส้นทางในพื้นที่ 5 ภาค ภาคละ 10 คน โดยทางโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง

นางสาวฐาปนีย์  ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างรายได้เพิ่มการอุปโภคบริโภคและสร้างงานในภาคธุรกิจต่างๆ ให้กับแหล่งท่องเที่ยว ทั่วประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งนั้นการท่องเที่ยวนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่องที่พวกเราทุกคนไม่ควรมองข้าม ดังนั้น ททท. จึงได้จัดทำกิจกรรม เมืองรอง..ต้องลอง ต้องรัก ต้องใส่ใจ เพื่อนำเสนอการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเมืองรอง ซึ่งเป็นการส่งเสริมและช่วยสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในแหล่งท่องเที่ยวให้ดำรงอยู่ถึงอนุชนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและเป็นการสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยว  ในเมืองรอง 55 จังหวัด ที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามและน่าสนใจไม่น้อยกว่าเมืองหลัก เพื่อเป็นการยกระดับ   ฐานรากเรื่องของการท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองทั่วประเทศ

“เมืองรองมีความสวย วัฒนธรรม และกิจกรรมให้น่าค้นหาไม่เป็นรองใครมากกว่าที่เราคิด อีกทั้งหากเราได้มีโอกาสลองออกไปท่องเที่ยวในแบบคาร์บอนต่ำ ยังสถานที่ต่าง ๆ นอกจากจะได้รับความสนุกสนาน ยังเป็นการเดินทางที่เป็นมากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มความบริสุทธิ์ให้กับแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดเมืองรองแต่ละภูมิภาคต่างมีความพิเศษที่รอให้นักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียวได้ลองมาค้นหา เพื่อพบกับประสบการณ์ และความสุขที่มากกว่า” นางสาวฐาปนีย์  กล่าว

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.tourismthailand.org/localtravel