ปั้นสองล้อจากเขื่อนพ่อสู่เขื่อนแม่  ตากสู่อุตรดิตถ์

       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตากโดยการนำของคุณ ธมลวรรณ เรืองขจรและคุณสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตากร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ได้จัดกิจกรรมขี่จักรยาน เขื่อนพ่อ สู่เขื่อนแม่” โดยมีกิจกรรมการปั่นจักรยานเริ่มต้นปั่นกันที่จังหวัดตากและไปสิ้นสุดกิจกรรมที่เขื่อนสิริกิติ์จังหวัดอุตรดิตถ์

-         อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

หลังจากที่ขบวนนักปั่นจักรยานเดินทางจากจังหวัดตากมาถึงยังจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นได้มีพิธีปล่อยขบวนนักปั่นจักรยานโดยมีนายวีระชัย ภู่เพียงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เดินทางมาเป็นประธานปล่อยขบวนจักรยานจากจุดสตารท์บริเวณอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

      สำหรับอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่านในความองอาจ กล้าหาญ รักชาติและเสียสละ เมื่อครั้งพระยาพิชัยซึ่งครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี ท่านได้สร้าง เกียรติประวัติไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2316 พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยได้ยก ทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังรบได้ชัยชนะต่อทัพพม่าด้วยวีรกรรมดังกล่าว จึงได้สมญานามว่า "พระยาพิชัยดาบหัก" อนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบและหล่อโดยกรมศิลปากรทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ระหว่างทางขบวนจักรยานแวะพักผ่อนและดื่มน้ำกันที่ไร่องุ่นคานาอันในตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขันเป็นไร่องุ่นไร้เมล็ดและจำหน่ายองุ่นไร้เมล็ด,น้ำองุ่นสด,ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร,กาแฟ,เบเกอรี่และอาหารอิตาเลี่ยน

-         ไร่องุ่นคานาอันในตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขันจังหวัดอุตรดิตถ์

จากนั้นขบวนจักรยานก็ปั่นไปตามทางมุ่งหน้าสู่เขื่อนสิริกิติ์ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 58 กิโลเมตรระหว่างทางขบวนจักรยานแวะเที่ยวชม วนอุทยานต้นสักใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ในอำเภอน้ำปาดวนอุทยานแห่งนี้เป็นผืนป่าเบญจพรรณที่มีเนื้อที่ 22,000 ไร่ โดยไฮไลต์นั้นอยู่ที่ต้นสักใหญ่ซึ่งได้รับการค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 สักใหญ่ต้นนี้มีอายุประมาณ 1,500 ปี ความยาวรอบต้น 1,007 เซนติเมตร  แม้ส่วนยอดถูกพายุพัดหักโค่นลงมา แต่ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม โดยได้รับการดูแลรักษา ให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้สำหรับนักนิยมไพร ภายในวนอุทยานต้นสักใหญ่ ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 2 กิโลเมตรให้คุณได้เดินศึกษาธรรมชาติกันเต็มอิ่ม

-         วนอุทยานต้นสักใหญ่

ปั่นจักรยานภายใน วนอุทยานต้นสักใหญ่

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ตั้งอยู่ที่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์เป็นวัดเก่าที่มีความน่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์

-         วัดพระแท่นศิลาอาสน์

โดยสิ่งที่เข้าไปเยี่ยมชม ได้แก่

 • พระแท่นศิลาอาสน์ อันเป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 8 ฟุต ยาว 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว มีตำนานว่า พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงมีการสร้างพระแท่นศิลาอาสน์ขึ้น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยแต่ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง ต่อมาในพ.ศ. 2451 ไฟป่าไหม้มณฑปและวิหารเหลือแต่แท่นศิลาแลง รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ใหม่

          • บานประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ ที่เป็นไม้สักแกะสลัก เดิมเคยเป็นบานประตูวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลกมาก่อน

          • ภาพวาดเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของราชวงศ์จักรี ที่ประดับภายในพระวิหาร ส่วนใหญ่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 และรัชกาลปัจจุบัน

          • พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ในศาลาการเปรียญเก่าตกแต่งแบบล้านนา ที่แห่งนี้ก่อตั้งโดยนายเฉลิมศิลป์ ชยปาโล โดยด้านหน้าประดับประดาด้วยไม้ดอกและสวนสมุนไพร สร้างด้วยไม้ มี 2 ชั้น ชั้นล่าง เป็นที่แสดงเครื่องมือจับสัตว์น้ำโบราณ และเรือพายโบราณ ชั้นบนคุณจะได้ชื่นชมเรื่องราวชีวิตชาววังและชาวบ้านสมัยก่อน เครื่องจักสาน เครื่องมือตีเหล็กและก่อสร้าง เครื่องมือปรุงยาสมุนไพรแผนโบราณ เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ธรรมาสน์หลวง ธรรมาสน์โบราณฝีมือช่างสมัยอยุธยา พระพุทธรูปแกะจากต้นโพธิ์โบราณ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย-กรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือ ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น.

       จากนั้นขบวนจักรยานเดินทางมาถึงยังอำเภอลับแลเมื่อมาถึงเมืองลับแลสิ่งแรกที่เห็นคือ ซุ้มประตูเมืองลับแลสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองลับแล มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมประยุกต์แบบสุโขทัย ที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และสวยงาม

-         ซุ้มประตูเมืองลับแล

นอกจากนั้นถัดไปจากประตูทางเข้าเมืองลับแลทางด้านขวามือจะพบกับ ประติมากรรมแม่หม้ายเมืองลับแล ที่แสดงถึงตำนานของเมืองลับแล ที่เล่าถึงแม่หม้ายผู้ที่ยอมเสียสละ เพื่อรักษาสัจจะวาจาที่เป็นกฎของเมืองว่าเมืองนี้ว่า “ห้ามพูดโกหก” อำเภอลับแล เป็นอำเภอเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ล้อมรอบไปด้วยหุบเขาและมีเรื่องเล่าตำนานต่างๆที่เล่าสืบต่อกันมาจนกลายเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ส่วนที่มาของคำว่า ลับแลนั้น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าเมืองลับแลแต่เดิมเป็นที่หลบหนีข้าศึกของชาวเมืองแพร่,เมืองน่าน เนื่องจากเป็นที่ป่ารก หากเป็นคนต่างเมืองถ้าไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศจะหลงทางได้ง่าย อีกทั้งทางทิศเหนือยังมีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและเป็นป่าดงดิบ ในช่วงเย็นพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินบรรยากาศก็มืดแล้ว เพราะยอดเขาบังพระอาทิตย์ ชาวบ้านจึงเรียกที่นี่ว่า ลับแลงโดยในภาษาเหนือแปลว่า หายไปในเวลาเย็น และเพี้ยนมาเป็นคำว่า ลับแลในปัจจุบัน

-         ประติมากรรมแม่หม้ายเมืองลับแล

จากนั้นขบวนจักรยานปั่นลัดเลาะไปตามรอกซอกซอยในเมืองลับแล สองข้างทางจะมีชาวบ้านออกมาคอยโบกไม้โบกมือให้กับขบวนนักปั่น ปั่นไปเรื่อยๆ จนถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สองนั่นคือก็คือ "บ้านราษฎร์สุดใจ" หรือ บ้านร้อยปีคุณมงคลซึ่งเป็นบ้านหลังเก่าแก่ในลับแลที่มีอายุมากกว่า 100 ปีที่นี่เคยเป็นบ้านของนายสรรพากรในสมัยก่อน ตัวบ้านจะเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น โดยส่วนด้านหน้าจะเป็นเรือนที่อยู่อาศัยของเจ้านาย ส่วนด้านหลังเป็นเรือนที่อยู่อาศัยของบ่าวไพร่ เชื่อมต่อกัน ภายในบ้านยังคงมีของเก่าให้ชมไม่ว่าจะเป็นเครื่องเรือน ข้าวของเครื่องใช้ ในปัจจุบันที่นี่ยังคงเป็นบ้านพักส่วนตัวที่มีผู้อาศัยอยู่ หากใครอยากมาเที่ยวเยี่ยมเยือนชมบ้านหลังนี้ต้องติดต่อแจ้งไว้ล่วงหน้าจึงสามารถเยี่ยมชมได้   

-         พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล

-         ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล

 จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล โดย จงจรูญ มะโนคำ หรือคุณโจ เป็นผู้ก่อตั้งที่นี้ คุณโจได้คลุกคลีอยู่กับการทอผ้าตั้งแต่เด็กๆและรักในการทอผ้าเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นเพื่อบ่งบอกความเป็นมาและวิถีชีวิตของชาวลับแล ผ้าซิ่นตีนจกเป็นผ้าทอพื้นเมืองที่มีความประณีต สอดแทรกทัศนคติ,ความเชื่อ,โชคลาภ บนผืนผ้าที่ทอลวดลาย ซึ่งเกิดจากจินตนการของผู้ทอจากสิ่งรอบๆ ตัว ลักษณะบนลายผืนผ้าจึงเรียบง่าย เช่น ลายนกคุ้ม, ลายสร้อย,ลายดอกหมาก ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สองชั้น โดยจะจัดแสดงผ้าเก่าที่มีอายุเก่าแก่นานหลายร้อยปีให้ได้ชมตลอดจนผ้าพื้นเมืองแบบใหม่ที่ดัดแปลง นอกจากนั้น คุณโจ ยังได้ร่วมอนุรักษ์เก็บลายผ้าเก่าต่างๆ และก่อตั้งกลุ่มทอผ้าซิ่นตีนจกขึ้น ออกแบบผ้าซิ่นตีนจกให้มีความหลากหลายจนเป็นที่ยอมรับนอกจากนั้นยังคงเอกลักษณ์ในการทอผ้าแบบดั้งเดิม คือ การจกด้วยขนเม่น และใช้วัตถุจากธรรมชาติในการย้อมสีผ้า เพราะมีความมุ่งมั่นว่า การขายผ้าซิ่นตีนจกลับแลไม่ได้ขายเฉพาะฝีมือเท่านั้นแต่เป็นการขายจิตวิญญาณของชาวลับแลอีกด้วย

-         วงเวียนหน้าตลาดเมืองลับแล

-         ทุเรียนหลง-หลินลับแลสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองลับแล

ก่อนที่จะเดินทางออกจากเมืองลับแลขบวนนักปั่นจักรยานแวะพักเหนื่อยกันที่ตลาดเมืองลับแลลองลิ้มชิมรสทุเรียนที่ขึ้นชื่อของเมืองลับแลนั่นคือทุเรียนหลงลับแลและหลินลับแลทุเรียนทั้งสองชนิดนี้เป็นพันธุ์พื้นเมืองของ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์เปรียบเสมือนทุเรียนพี่และทุเรียนน้อง  เดิมทีทุเรียนทั้งสองชนิดนี้เป็นทุเรียนป่า

ต่อมาชาวบ้านนำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้นจนผลโตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัม เนื้อสุกเต็มพู เมล็ดเล็กลีบ เนื้อเป็นสีเหลืองเข้มไม่เละ รสหวานมันกลมกล่อมกลิ่นไม่แรง ราคากิโลกรัมละ600 บาท

-         คุณ ธมลวรรณ เรืองขจรผ.อ.ททท.สำนักงานตาก

       หลังจากลองลิ้มชิมรสทุเรียนพันธุ์ขึ้นชื่อของเมืองลับแลแล้ว ยังได้สัมผัสถึงเสน่ห์และวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนเมืองลับแลที่ยังคงเชื่อมั่นและอนุรักษ์ในความเป็นลับแล และพร้อมที่จะร่วมสืบทอดคนรุ่นหลังให้มีใจรักในท้องถิ่นของตนเองอีกด้วย  “เที่ยวมืองลับแล...แต่ไม่แลลับอีกต่อไป” จากนั้นขบวนนักปั่นจักรยานก็ออกเดินทางเข้าสู่เขื่อนสิริกิติ์(เขื่อนแม่)

          สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้น ตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่านเดิมชื่อ "เขื่อนผาซ่อม" ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถขนานนามว่า "เขื่อนสิริกิติ์" เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2511 ก่อสร้างขึ้น ปิดกั้นแม่น้ำน่าน ณ บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 58 กิโลเมตร

       จากนั้นขบวนนักปั่นจักรยานรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันพร้อมถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าเขื่อนสิริกิติ์ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนาของตนเองต่อไป เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรม  “ปั้นสองล้อจากเขื่อนพ่อสู่เขื่อนแม่  ตากสู่อุตรดิตถ์แต่เพียงเท่านี้.

     ขอขอบคุณ  คุณ ธมลวรรณ เรืองขจร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก,คุณ สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตาก และหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์