สัมผัสเสน่ห์ยุโรปในจีน พักร้อนในเมืองน้ำแข็งที่ฮาร์บิ้น

บันทึกภาพและข้อมูลการเดินทางโดย  สุเทพ  พวงมะโหด (ลุงหนวด)

    "ฮาร์บิ้น (Harbin)”ชื่อเมืองๆนี้ฟังดูอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูท่านผู้อ่าน  มากนัก บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดไปถึงชื่อเมืองบางเมืองในยุโรปหรืออเมริกาโน่นเลยแต่สำหรับบางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้างแล้ว  สำหรับเมืองฮาร์บิ้น (Harbin)ที่ผมจะพาท่านผู้อ่านเดินทางไปท่องเที่ยวในทริปนี้เป็นเมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียงตั้งอยู่ทางฝั่งตอนใต้ของแม่น้ำซงหัวทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของบ้านเรานี่เองครับ  ส่วนคำว่า “ฮาร์บิ้น” เป็นคำในภาษาแมนจู ซึ่งมีความหมายว่า “สถานที่ตากแหจับปลา”โดยมีพื้นที่ 53,775 ตารางกิโลเมตรใน เขตเมืองมีพื้นที่ 7,086 ตารางกิโลเมตรมีจำนวนประชากร 9.54 ล้านคนแต่อาศัยอยู่ในเขตเมือง 4.64 ล้านคน  ฮาร์บิ้นมีสมญานามว่า “ไข่มุกบนคอหงส์”เนื่องจากลักษณะของมณฑลเหยหลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ ส่วนสมญานามอื่นๆก็ คือ  “มอสโกแห่งตะวันออก'”หรือ  “ปารีสแห่งตะวันออก” เนื่องจากลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในเมืองฮาร์บิ้นคล้ายกับในมอสโกหรือปารีสนั่นเอง นอกจากนี้เมืองฮาร์บิ้นยังเป็นที่รู้จักในนามของ  “เมืองแห่งน้ำแข็ง” เพราะความที่มีฤดูหนาวอันยาวนานและหนาวเย็นมากจนมีคำขวัญประจำเมืองว่า “สัมผัสเสน่ห์ยุโรปในจีน พักร้อนในเมืองน้ำแข็ง”

-                  ตึกรามบ้านช่องอันทันสมัยสไตล์ยุโรปมองดูไม่รู้ว่านี่คือประเทศจีนในเมืองฮาร์บิ้น

-                  บรรยากาศยามค่ำคืนในเมืองฮาร์บิ้นเต็มไปด้วยแสงสีคล้ายกรุงปารีส

   "ฮาร์บิ้น"เป็นเมืองเล็กๆตามสายตาของชาวจีนที่มีพื้นที่ประเทศกว้างใหญ่ไพศาลมากแต่ตามสายตาของผมซึ่งเป็นคนไทยแล้วฮาร์บิ้นเป็นเมืองใหญ่เอาการอยู่เหมือนกันเพราะภายในเมืองฮาร์บิ้นเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าสมัยใหม่ที่แหงนมองดูจนคอเกือบจะตั้งบ่า ส่วนถนนหนทางก็กว้างขวางแถมถนนลอยฟ้าก็มองดูยิ่งใหญ่โยงใยเหมือนใยแมงมุมไปทั่วทั้งเมืองเลยครับและนี่แหล่ะคือประเทศจีนในปีค.ศ2015

-                  ถนนหนทางอันกว้างขวางตลอดจนรถยนต์หรูๆมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในเมืองฮาร์บิ้น

-                  จักรยานก็ยังมีให้เห็นบนถนนอยู่บ้างแต่ไม่มากมายเหมือนในอดีตซึ่งในปัจจุบันชาวจีนส่วนใหญ่จะหันมาขับรถยนต์กันเป็นจำนวนมากแสดงว่าสภาพเศรษฐกิจจีนเจริญขึ้นเป็นอันมาก

และตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกุมภาพันธุ์ของทุกๆปีภายในเมืองฮาร์บิ้นจะมีเทศกาลการประกวดการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งรวมไปจนถึงเทศกาลแกะสลักโคมไฟน้ำแข็งอีกด้วยครับ

-                  ซงฮัวเจียงแม่น้ำสายสำคัญในเมืองฮาร์บิ้นกลายเป็นน้ำแข็งที่อุณหภูมิติดลบถึง-25องศาเซลเซียส

- แม่น้ำซงหัวเจียงเมืองฮาร์บิ้นในวันที่อุณหภูมิติดลบ20องศาชาวเมืองออกมาทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน

                              สำหรับในปี ค.ศ.2015นี้งานเทศกาลประกวดและการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งได้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่31 แล้วครับและในปีนี้ทีมเยาวชนจากประเทศไทยก็เดินทางมารักษาแชมป์ไว้ได้เป็นปีที่6 ติดต่อกันแล้วครับพร้อมกับกวาดรางวัลมาอีกหลายรายการด้วยกันสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก  ผมและชาวไทยทุกคนขอแสดงความยินดีแก่น้องๆทุกคนมาในณที่นี้ด้วยน่ะครับ

-                  หนึ่งในปฎิมากรรมการแกะสลักนำแข็งบนเกาะสุริยาในเมืองฮาร์บิ้น

-                  หนึ่งในปฎิมากรรมการแกะสลักนำแข็งบนเกาะสุริยาในเมืองฮาร์บิ้น

 เมืองฮาร์บิ้นจึงเป็น “เมืองแห่งหิมะและความหนาวเย็น” คงเหมาะกับคำจำกัดความของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดีสำหรับในเรื่องของอุณหภูมิความหนาวเย็นนั้น ไม่ต้องเป็นพูดถึงเลยครับ เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ –20ถึง-30 องศาเซลเซียสขนาดตอนกลางวันแดดเปรี้ยงยังต้องใส่เสื้อกันหนาวถึง4ชั้นก็ยังแทบจะเอาไม่อยู่ ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดในบางปี สามารถลดลงไปได้ถึง -40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียวครับ เรียกว่า อุณหภูมิเหมือนอยู่ในช่องเฟรชของตู้เย็นอย่างไงอย่างนั้นครับ

      สำหรับความสวยงามตระการตาของงานประติมากรรมน้ำแข็ง มีหลากหลายรูปแบบถูกจัดแสดงในงานแสดงปฎิมากรรมน้ำแข็งนานาชาติประจำปี2015 ในเมืองฮาร์บิ้นซึ่งใน ปีนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับงานประติมากรรมน้ำแข็งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่ว่าจะเป็นปราสาทพระราชวัง,โบสถ์ตลอดจนตึกรามบ้านช่องที่โด่งดังจากทั่วโลก ฯลฯท่ามกลางแสงสีสวยงามตระการเหมือนอยู่ในเทพนิยาย แต่การจัดงานในปีนี้เป็นที่น่าเสียดายที่จะขาดสีสันจากการแสดงของพลุดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการเปิดงานที่จะต้องมีเป็นประจำทุกปี แต่เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากทำให้การแสดงดอกไม้ไฟต้องถูกยกเลิกไป แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เทศกาลน้ำแข็งนานาชาติ2015 ที่เมืองฮาร์บิ้น ก็ยังคงเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยู่ดี เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการก้าวย่างเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว และเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริงโดยเฉพาะในยามค่ำคืน น้ำแข็งที่ถูกนำมาแกะสลักเป็นตึกรามบ้านช่อง,หอคอย หรือปราสาทพราชวัง ต่างๆจะถูกประดับประดาด้วยแสงไฟ สร้างบรรยากาศสีสันสวยงามให้กับงานเทศกาลในครั้งนี้ได้มากเทีเดียวครับ

-                  แสงสียามค่ำคืนในงานเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเมืองฮาร์บิ้นท่ามกลางอุณหภูม-25องศาเซลเซียส

     นอกจากงานแสดงปฎิมากรรมการแกะสลักน้ำแข็งนานาชาติอันสวยงามแล้วในเมืองฮาร์บิ้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังนี้

-                  โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St.Sophia Church) ออกแบบและสร้างโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญต่างๆ ของชาวรัสเซียแต่มาถูกทำลายตอนปฏิวัติวัฒนธรรม และได้มีการสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งโดยพยายามรักษารูปแบบเดิมไว้ให้ได้มาก ที่สุด ซึ่งใช้เวลาถึง 9 ปี โดยเริ่มต้นสร้างในปี ค.ศ.1923 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1932 ถือได้ว่าเป็นโบสถ์นิกายออร์โธด๊อกซ์ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกไกลตัวโบสถ์สูง 53 เมตร มีห้องโถงหลักที่มีหลังคารูปทรงหัวหอมสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทม์คล้าย กับสถาปัตยกรรมของจัตุรัสแดงในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

-                  โบสถ์เชนต์โซเฟียตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮาร์บิ้น

แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนให้มาเป็นศูนย์ศิลปะและสถาปัตยกรรมแสดงภาพถ่ายขาวดำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองฮาร์บิ้นที่ผ่านมายาวนาน  ในอดีตที่ผ่านมาโบสถ์แห่งนี้เคยถูกทำลายโดยน้ำมือมนุษย์ทำให้โบสถ์เซนต์โซเฟียตกอยู่ในภาวะที่เงียบเหงาไร้ซึ่งบทบาทในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเช่น เดียวกันกับโบสถ์อื่นๆอีกหลายแห่งในเมืองฮาร์บิ้น   ต่อมาเมื่อปี 1997 เทศบาลเมืองฮาร์บิ้นได้บูรณะซ่อมแซมโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นมาใหม่และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาทำให้โบสถ์แห่งนี้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งกลายเป็นศาสนสถานสำคัญที่มีบทบาทสะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมที่งดงามสมบูรณ์แห่งหนึ่งที่ผู้คนทั่วไปให้การยอมรับจนกระทั่งทุกวันนี้ โบสถ์เซนต์โซเฟียตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่าอยู่บนลานคอนกรีตอันกว้างขวางบนถนนจงยางซึ่งเป็นถนนย่านการค้าที่เจริญ ที่สุดของเมืองฮาร์บิ้นมองดูโดดเด่นสง่างามและมีความสะดุดตาท่ามกลางย่านการค้าอันทันสมัยในปัจจุบัน และถูกยกฐานะให้เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่งอันสะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามของโบสถ์แห่งนี้   ปัจจุบันโบสถ์เซนต์โซเฟียได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นแห่งหนึ่งของเมืองฮาร์บิ้น

-                  บรรยากาศภายในของโบสถ์เซนต์โซเฟีย

นอกจากโบสถ์เซนต์โซเฟียจะเป็นโบราณสถานที่แสดงผลงานอันโดดเด่นและสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม แล้วยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งบันเทิงหลายรูปแบบของชาวเมืองฮา ร์บิ้นและนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายรูปกันอย่างคับคั่งในแต่ละวันแม้ในวันที่อุณหภูมิจะหนาวเหน็บจนติดลบมากเพียงใดก็ตามแต่ผู้คนก็ยังเดินทางมาเที่ยวชมกันไม่ขาดสาย

-                  ถนนคนเดินไปยังสวนสาธารณะสตาลินในเมืองฮาร์บิ้นขนานไปกับแม่น้ำซงฮัวเจียงซึ่งกลายเป็นแม่น้ำน้ำแข็ง

-                  สวนสาธารณะสตาลิน (Starlin Park )  สวนสาธารณะสตาลิน(ซื่อต้าหลินกงหยวน)ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1953 เพื่อป็นหลักฐานถึงสัมพันธภาพอันดีต่อกันในขณะนั้นระหว่างสองชาติมหาอำนาจแห่งโลกคอมมิวนิสต์

-                  บรรยากาศสวนสาธารณะสตาลินในตอนกลางวันมีเส้นทางเดินเท้ายาวไปจนถึงอนุสาวรีย์เหล็กกล้า

-                  บรรยากาศสวนสาธารณะสตาลินในยามค่ำคืน

-                  วงเวียนสวนสตาลินในยามค่ำคืนที่อุณหภูมิ-20องศาเซสเซียส

ซึ่งสวนแห่งนี้ เป็นสวนพฤกษาชาติที่ถูกจัดวางในสไตล์รัสเซีย และตกแต่งด้วยต้นไม้ แปลงดอกไม้ และชุดสลักหิน นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมทัศนียภาพของแม่น้ำซงฮัวเจียงซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่งดงาม อีกแห่งหนึ่งด้วย และตรงใจกลางของสวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์เหล็กกล้า "ฝั่งหง จี้เนี่ยนถ่า"

-                  ปลายยอดบนสุดของอนุสาวรีย์เหล็กกล้าแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวเมืองฮาร์บิ้น

 ซึ่งตั้งอยู่ ณ.บริเวณชายฝั่งแม่น้ำซงฮัวเจียงเป็นอนุสรณ์สถานให้ระลึกถึงความพยายาม ของชาวเมือง ฮาร์บิ้นที่พยายามต่อสู้กับอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1957 ซึ่งน้ำในแม่น้ำซงฮัวเจียงสูงกว่าตัวเมืองฮาร์บิ้น 7 เมตร และเหลือเพียง 20 เซนติเมตร น้ำก็จะทะลักเข้ามาในตัวเมือง จึงได้มีการสร้างเขื่อนให้สูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร ตลอดความยาวของเขื่อนมากกว่า 140 กิโลเมตร เป็นเวลา 28 วัน จนในที่สุดน้ำก็ไม่ไหลเข้ามาท่วมเมืองฮาร์บิ้น  อนุสาวรีย์เป็นรูปเสาทรงกลมแบบโรมันสูง 13 เมตร บนยอดสูงสุดบนของเสาเป็นรูปแกะสลักกลุ่มกรรมกร,ชาวนา,ทหา, ข้าราชการและนักศึกษาที่ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนั้น

-                  Ski Resort @ เทือกเขา เอ้อ หลง ซาน  ตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮาร์บิ้นไปประมาณ 56 กม. ในเขตเทือกเขาเอ้อหลงซาน บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 266 เมตร ซึ่งมีระยะเวลาที่มีหิมะปกคลุมนานหลายเดือนจึง เหมาะแก่การเล่นสกี เฉลี่ยประมาณ 5เดือนในหนึ่งรอบปี ประกอบด้วยสกีเซ็นเตอร์และรีสอร์ท บนเนื้อที่กว่า 78,000 ตร.ม. โดยจัดแบ่งเป็นลานสกีสำหรับผู้หัดเล่นโดยเฉพาะกว่า 12,000 ตร.ม. นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์สกีที่ทันสมัย และได้มาตรฐานครบครันไว้คอยบริการอีกด้วยครับท่านจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมอันหลากหลาย บนลานหิมะ

-                  รถขับบนลานสกีหิมะก็มีให้นักท่องเที่ยวได้เช่าขับเล่นใน Ski Resort

นักท่องเที่ยวกำลังเล่นสกีกันบน Ski Resort @ เทือกเขา เอ้อ หลง ซาน

-                  ม้าลากเลื่อนมีให้บริการนักท่องเที่ยวที่ Ski Resort บนเทือกเขาเอ้อหลงซาน

-                  นอกจากม้าลากเลื่อนแล้วก็ยังสุนัขลากเลื่อนให้บริการนักท่องเที่ยวที่ Ski Resort บนเทือกเขาเอ้อหลงซาน

สำหรับที่นี่เค้ามีลานสกีที่เหมาะกับเด็ก และผู้ที่เริ่มหัดเล่นด้วยนะครับ นอกจากนี้ยังไม่ได้มีแค่สกีให้เล่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ ทางSki Resort ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทุกท่านได้สัมผัสกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แคร่เลื่อนสุนัขลากเลื่อน,สโนว์โมบิล,ม้าลากเลื่อน,ขี่ม้า,เล่นสเก็ตบนทะเลสาบน้ำแข็ง,นั่งกระเช้าชมวิว ฯลฯ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองหนาวพร้อมกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามที่ถูกแต่งแต้มด้วยหิมะและความหนาวเย็น

-                  เทศกาลแกะสลักโคมไฟน้ำแข็ง Snow World ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ท่านผู้อ่านจะได้ชื่นชมกับความงดงามของโคมไฟน้ำแข็งในยามค่ำคืน พร้อมกับสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นติดลบกว่ายี่สิบองศาเซลเซียส

-                  ประตูทางเข้าเทศกาลโคมไฟน้ำแข็งในยามค่ำคืน

ชมน้ำแข็งแกะสลักที่ตัดมาจากก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ในแม่น้ำซงฮัวเจียงที่มีเล็กขนาดจนถึงมีขนาดใหญ่เท่ากับตึกหลายชั้น เป็นรูป กำแพงเมืองจีน, หอฟ้า ปราสาท ,พระราชวังและสวนหิมะ ฯลฯ

-                  แสงสียามค่ำคืนในงานเทศกาลแกะน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเมืองฮาร์บิ้นท่ามกลางอุณหภูมิ-25องศาเซลเซียส

-                  รถม้าก็มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการนั่งเที่ยวชมโดยรอบงานในกรณีที่เดินชมงานไม่ไหวเพราะมีพื้นที่บริเวณการจัดงานกว้างขวางมาก

นอกจากนี้ภายในงานเทศกาลก็ยังมีกิจกรรมให้ผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมกันอีกหลายอย่างด้วยกัน มิใช่สักแต่ว่าการเดินไป ๆ มา ๆ ชมก้อนน้ำแข็งเฉย ๆโดยมี ม้าลากเลื่อนให้ท่านได้เที่ยวชมบรรยากาศรอบ ๆงานได้โดยที่ไม่ต้องเดินให้เมื่อยตุ้ม มี ลานสไลด์เดอร์ที่ทำมาจากก้อนน้ำแข็งไว้ให้เด็ก ๆรวมทั้งผู้ใหญ่ ได้ลองเล่นอย่างเพลิดเพลิน หากว่านักท่องเที่ยวท่านใดที่เริ่มจะหนาวจนทนไม่ไหว ภายในงานเทศกาลแห่งนี้ก็ยังมี ความอบอุ่นไว้ให้บริการ ซึ่งคนที่นี่เรียกกันว่า  “Hot House”เพื่อให้นักท่องเที่ยว เข้าไปนั่งอังไออุ่นจากเครื่องทำความร้อนพร้อมจิบชาร้อน ๆคลายความหนาวเย็นอีกด้วย

-                  สวนเสือโคร่ง ไซบีเรีย Harbin Tiger Zoo  เป็นสถานที่เลี้ยงและอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่งไซบีเรียที่ใหญ่ที่สุดมีมากกว่า200 ตัว ซึ่งเป็นพันธุ์เสือโคร่งกำลังใกล้ที่จะสูญพันธุ์ และภายในสวนแห่งนี้ไม่ได้มีแต่ เสือโคร่งไซบีเรียอย่างเดียวเท่านั้นน่ะครับ

-                  ทางเข้าสวนเสือไซบีเรียในเมืองฮาร์บิ้น

นอกจากนี้ยังมีทั้ง สิงโต,เสือขาวไซบีเรียและ สิงโตขาว หรือที่บ้านเราเรียกว่า “สิงโตเผือก”นั่นแหละครับนักท่องเที่ยวจะได้เห็นการดำรงชีวิตของเสือที่นี่ ซึ่งเขาไม่ได้เลี้ยงแบบขังไว้ในกรงเล็กๆนะครับจะว่าไปแล้วก็ไม่เชิงขังกรงแต่เขาจะเลี้ยงไว้ในกรงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว้างขวางมาก โดยเขาจะแบ่งออกเป็นโซนๆ และเขาก็จะจำแนกเสือออกมาตามอายุครับ ส่วนนักท่องเที่ยวที่นั่งรถเข้าไปชมก็อย่าลืมกฎกติกาของเขานะครับ ซึ่งก็คือห้ามยื่นอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายออกนอกตัวรถเป็นอันขาดไม่อย่างนั้นอวัยวะของท่านจะเป็นอาหารของเสือไปโดยปริยายเพราะเสือแต่ละตัวมีขนาดไม่ธรรมดาเลยครับดูได้จากรูป

-                  เสือไซบีเรียที่สวนเสือไซบีเรียในเมืองฮาร์บิ้น

 

-                  สินค้าที่ระลึกในร้านจำหน่ายของที่ระลึกภายในสวนเสือไซบีเรีย

-                  เกาะสุริยา(Sun Island) หรือ"ไท่หยางต่าวเกาะขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำซงฮัวเจียง มีเนื้อที่ประมาณ 3,800 เฮคเตอร์ โดยบริเวณทางเข้ามีป้ายหินเขียนว่า  “ไท่หยางเต่า”การเข้าไปชมต้องเสียตังค์น่ะครับนอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าให้บริการเที่ยวชมภายในไม่ต้องเดินให้เมื่อยตุ้ม

-                  ประตูทางเข้าสู่เกาะสุริยา

-                  ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งบนเกาะสุริยาในเมืองฮาร์บิ้น

-                  ผู้เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากชาติต่างๆกำลังแกะสลักก่อนน้ำแข็งด้วยความขะมักขะเม้น

-                  หนึ่งในปฎิมากรรมการแกะสลักน้ำแข็งบนเกาะสุริยาในเมืองฮาร์บิ้นขณะที่อุณหภูมิ-20องศาเซลเซียส

 เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในการจัดเทศกาลแกะสลักหิมะน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นปราสาทพระราชวัง,กำแพงเมืองจีน,หอฟ้าเทียนถาน,และอื่นๆอีกมากมาย และที่โดนเด่นที่สุดคงจะเป็น ลานน้ำแข็ง อันกว้างใหญ่ของแม่น้ำซงฮัวเจียง ที่ดึงดูดสายตาทุกคนด้วยการโชว์การกระโดดน้ำและว่ายน้ำจากเหล่าผู้สูงอายุ(ส.ว)ที่อุณหภูมิ -20 ถึง -30 องศาเซลเซียสเลยครับ เห็นแล้วหนาวแทนคุณตาคุณยายขึ้นมาจริงๆเลยครับแต่เหล่าส.วก็ไม่สะทกสะท้านว่ายน้ำกันหน้าตาเฉยขนาดผมคนดูซึ่งใส่เสื้อกันหนาวถึง4ชั้นยังหนาวสั่นเลยสุดยอดจริงๆส่วนการแสดงเขาจะมีเป็นรอบๆน่ะครับเสียตั๋วเข้าชมอีกด้วยครับ

-  การแสดงโชว์กระโดดน้ำและว่ายน้ำของเหล่าผู้สูงอายุ(ส.ว)ที่อุณหภูมิ -20 ถึง -30 องศาเซลเซียสเห็นแล้วหนาวจับใจจริงๆครับ

-                  นักท่องเที่ยวเต้นรำกับมัสคอตคลายความหนาวบนเกาะสุริยาเมืองฮาร์บิ้นท่ามกลางอุณหภูมิ-20องศาเซลเซียส

- มัสค็อตป็อบอายคอยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว

-รถพ่วงวิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะสุริยา

-                  สุนัขลากเลื่อนให้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะสุริยาในเมืองฮาร์บิ้น

-                  สวมใส่เสื้อผ้าหนาขนาดนี้ลองคิดดูว่าจะหนาวเย็นขนาดไหน

-                  ถนนคนเดินจงหยางต้าเจีย เป็นถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวอ่อนทั้งสาย เป็นถนนย่านธุรกิจและการค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองฮาร์บิ้น มีความยาว 1.4 ก.ม. ทอดตัวอยู่ในเขตเต้าหลี่ เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ทั้งลวดลายการตกแต่งอาคารแบบบาร็อคและไบแซนไทน์ อาคารสถาปัตยกรรมแบบยิว ร้านค้าเล็กๆ แบบรัสเซีย บ้านเรือนแบบฝรั่งเศส ศูนย์อาหารแบบอเมริกัน และภัตตาคารญี่ปุ่น

-                  ตึกรามบ้านช่องสถาปัตยกรรมแบบยุโรปบนถนนคนเดินจงหยางต้าเจียในเมืองฮาร์บิ้น

-                  ตุ๊กตาและของที่ระลึกมีให้เลือกซื้อบนถนนคนเดินจงหยางต้าเจีย

ตามสองข้างทางของถนนสายนี้ มีสิ่งก่อสร้างสไตล์ยุโรปปรากฏอยู่เป็นจำนวนมากเหมือนกับเนอยู่ในกรุงมอสโกหรือกรุงปารีสอย่างไงอย่างงั้นเลยครับซึ่งในแต่ละวันจะเห็นผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ไม่ขาดสาย ถนนจงยางเป็นถนนเก่าแก่ที่มีประวัตินับร้อยปีแล้ว เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1898 เดิมมีชื่อว่า จงกว๋อต้าเจียนซึ่งแปลเป็นไทยว่า ถนนใหญ่จีนเมื่อปีค.ศ. 1925 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น จงยางต้าเจียนซึ่งแปลเป็นไทยว่า ถนนใหญ่กลางถนนสายนี้มีสไตล์การก่อสร้าง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตลอดสองข้างทางและที่สำคัญมีอาคารบ้านเรือนสไตล์ยุโรปมากถึง 71 แห่ง แม้ว่าความรุ่งโรจน์ในอดีตของถนนใหญ่จงยางจะค่อยๆจืดจางลงท่ามกลางแสงสีศิวิไรซ์อันทันสมัย แต่ทว่าอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมยุโรปที่อยู่เคียงข้างห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมักอาจจะทำให้นักเดินทางบางท่านหวลระลึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตของถนนใหญ่จงยางสายนี้เสมอ และแน่นอนทุกวันนี้ ถนนการค้าที่มีชื่อสายนี้ก็ยังคงเป็นสวรรค์แห่งการช็อปปิ้งของเมืองฮาร์บิ้นอย่างแท้จริง

-                  ไส้กรอกแบบรัสเซียมีขายบนถนนคนเดินจงหยางต้าเจีย ในเมืองฮาร์บิ้น

-                  ร้านขายก๋วยเตี๋ยวบนถนนคนเดินจงหยางต้าเจียในเมืองฮาร์บิ้น

-                  ร้านปิ้งย่างร้อนๆบนถนนคนเดินจงหยางต้าเจียในเมืองฮาร์บิ้น

    สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากจะไปเที่ยวเทศกาลน้ำแข็งนานาชาติที่เมืองฮาร์บิน 2015สักครั้งหนึ่งในชีวิต เทศกาลนี้มีตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธุ์ 2015 ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวเมืองฮาร์บินด้วยความสนุกสนานสำราญใจและก็อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวไปหลายๆตัวด้วยน่ะครับเดี๋ยวจะหาว่าลุงหนวดไม่เตือน

การเดินทางไปเมืองฮาร์บิน

ถ้าคุณอยากเดินทางไปเที่ยวเมืองฮาร์บิน ถึงอย่างไงคุณต้องเดินทางมาเริ่มต้นที่กรุงปักกิ่งก่อนเป็นอันดับแรกหลังจากนั้น คุณสามารถเดินทางไปยังเมืองฮาร์บินโดยเครื่องบินของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ www.china-airlines.com หรือรถไฟหัวจรวดความเร็วสูง

-                  China airlines

สำหรับเมืองฮาร์บินตั้งอยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งระยะทางประมาณ1,200กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินประมาณ1.50ชั่วโมงพอคุณเดินทางมาถึงยังสนามบินเมืองฮาร์บินจะมีการบริการรถบัสรับส่งผู้โดยสารออกครึ่งชั่วโมงต่อคันโดยค่าโดยสารคนละ 25 หยวน ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางผ่านสถานีรถไฟฮาร์บิน จุดปลายทางคือใจกลางเมืองฮาร์บิน

-                  รถไฟความเร็วสูงของจีน

แต่ถ้าคุณอยากแดินทางไปเมืองฮาร์บินโดยรถไฟ ผมเสนอให้นั่งรถไฟหัวจรวดซึ่งเปิดเดินรถเพียงไม่กี่เดือน มีความเร็วสูงและปลอดภัย น่านั่ง เที่ยวเดียวใช้เวลาเพียงแต่ประมาณ 8 ชั่วโมง

 

เมืองฮาร์บิ้นเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปเที่ยวเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว มีโรงแรมห้าดาวสี่ดาวและสามดาวจำนวนมาก ผมแนะนำให้เลือกที่พักบริเวณใกล้เคียงกับถนนเซ็นทรัลภาษาจีนเรียกว่าถนนจงยางต้าเจีย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของเมืองฮาร์บิ้นมองดูตึกรามบ้านช่องน่าจะอยู่ในยุโรปมากกว่าอยู่ในประเทศจีนโดยเฉพาะประเทศรัสเซีย เป็นถนนคนเดินที่ยาวมากก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1898 นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเล็กใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่ตามริมถนนมีโรงแรมระดับห้าดาวถึงสามดาวหลายแห่ง สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไปเที่ยวเมืองฮาร์บิ้นเป็นครั้งแรกจะสดวกสบายในด้านการเดินทางและช้อบปิ้งหรือหาอาหารรับประทานเป็นย่านการค้าที่คึกคักที่สุดในเมืองฮาร์บิ้นชาวเมืองฮาร์บิ้นนิยมมาซื้อของที่ถนนเซ็นทรัลกันมากตลอดทั้งวัน.