อุทยานประวัติศาตร์ สมโบร์ไพรกุก

เรื่องและภาพโดย  สุเทพ   พวงมะโหด

      อุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุก(Sambor Preikuk) ต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมขอมป่าปราสาทแห่งเมืองกำปงทมถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่11 ในสมัยพระเจ้าอิศานวรมันที่1 ระหว่าง พุทธศตวรรษที่ 11 ระหว่าพ.ศ 1153-1198 มีอายุราว1,300ปี หรือก่อนการสร้างมหาปราสาทนครวัดนานกว่า500ปี อุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกเป็นอาณาจักรขอมในยุคแรกเริ่มตั้งแต่สมัยเจนละซึ่งเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดนับจากการรวบรวมเอาอาณาจักรฟูนันเข้ามารวมกันเป็นปึกแผ่น

-         ป้ายปากทางเข้าอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุก

 

-         ถนนเข้าสู่อุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุก

-         วิถีชีวิตชนบทของชาวกัมพูชาสามารถมองเห็นได้ตลอดเส้นทางสู่อุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

-         บรรยายกาศอันร่มรื่นภายในอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

-         ที่ทำการอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุก

สำหรับอาณาจักรอิศานปุระ หรืออาณาจักรเจนละ เป็นอาณาจักรโบราณ เจริญรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันคือภาคอีสานตอนล่างของประเทศไทย ตอนบนของประเทศกัมพูชาและตอนล่างของประเทศลาว สถาปนาขึ้นโดยพระเจ้าอิศานวรมัน ผู้สืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์เจนละ คือพระเจ้ามเหนทระวรมัน หรือพระเจ้าจิตรเสน ผู้ครองแคว้นเจนละ ที่ทรงครอบครองดินแดนในพื้นที่อีสานตอนใต้และลาวทางตอนใต้แถบวัดภู หลังจากที่ได้รับการสิบทอดอำนาจจากพระเจ้าจิตรเสน พระเจ้าอิศานวรมันเสด็จขึ้นครองราชย์ราว พ.ศ. 1153 - พ.ศ. 1198 ได้ทำสงครามกับอาณาจักรฟูนัน ที่ยึดของพื้นที่ทางตอนใต้ ในที่สุดก็ได้ควบรวมเป็นอาณาจักรเดียวกัน เป็นการสูญสิ้นอาณาจักรฟูนัน และได้สถาปนาศูนย์กลางการปกครองขึ้นใหม่ ชื่อว่า อิศานปุระ เมืองอิศานปุระ ที่พระเจ้าอิศานวรมันสถาปนาขึ้น นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าตั้งอยู่บริเวณกลุ่มปราสาทสมโบร์ไพรกุกในเขตจังหวัดกัมปงธมประเทศกัมพูชา ซึ่งปรากฏหลักฐานปราสาทขอมก่อด้วยอิฐศาสนสถานในศาสนาฮินดูเป็นจำนวนมาก

-         กลุ่มปราสาทตาว(Tor)หรือปราสาทสิงโต ตั้งอยู่ทางตอนกลางของอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุก

หลังจากรัชสมัยพระเจ้าอิศานวรมันอาณาจักรขอมมีกษัตริย์ปกครองอีก 2 พระองค์ คือพระเจ้าภววรมันที่ 2 และพระเจ้าชัยวรมันที่1 หลังจากนั้นบ้านเมืองเกิดความแตกแยก เมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจนกลายมาเป็น เจนละบก และ เจนละน้ำ ทำให้เมืองอีศานปุระถูกลดระดับความสำคัญลง และต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งมีเชื้อสายของพระเจ้าอิศานวรมันได้รวบรวมเมืองทั้งสองและสถาปนาอาณาจักรขึ้นมาใหม่มี นามว่า  “ยโศธรปุระ” หรือเมืองพระนครขึ้นที่บริเวณจังหวัดเสียมเรียบประเทศกัมพูชาในปัจจุบันนี้เอง

-         ศิวลึงค์ สิ่งสักการะสูงสุดในศาสนาฮินดูภายในอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

-         บรรยายกาศอันร่มรื่นภายในอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

-         เวลาเดินเที่ยวชมภายในอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกให้ระวังแมลงป่องยักษ์ตามพื้นที่มีใบไม้ทับถมมากๆกันหน่อยน่ะครับ

ส่วนคำว่าสมโบร์ไพรกุก แปลว่า “ป่าอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปราสาท”ภายในบริเวณมีปราสาทขนาดเล็กกระจายอยู่โดยรอบในป่าโปร่งคล้ายกับทะเลเจดีย์ในเมืองพุกามตอนกลางของประเทศพม่า  กลุ่มปราสาทสมโบร์ไพรกุกถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐและมีการจำหลักลวดลายต่างๆลงบนเนื้ออิฐลวดลายการจำหลักแตกต่างจากปราสาทในยุคนครวัดมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับศิลปะอินเดียปราสาทบางหลังมีรูปหัวคนเล็กๆจำหลักอยู่อยู่ตามประตูหน้าต่างรูปโครงสร้างใบหน้าดูไม่คล้ายกับชนเผ่าขอมเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ สันนิษฐานกันว่าปราสาทน้อยใหญ่ภายในอุทยานประวัติศาตร์ สมโบร์ไพรกุกอาจมีจำนวนมากกว่า 280 หลังแต่ในปัจจุบันเท่าที่สำรวจพบมีปราสาทอยู่ประมาณ 160 หลัง

-          กลุ่มปราสาทตาวยายปวน(Yeah Puon)  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

ปัจจุบันอุทยานประวัติศาตร์ สมโบร์ไพรกุกกำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซมสืบเนื่องมาจากความชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาจากภัยธรรมชาติและผลพวงของสงครามในประเทศกัมพูชาเมื่อครั้งที่ผ่านมา

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาตร์สมโบร์ไพรกุกในกลุ่มปราสาท 3กลุ่มใหญ่ได้แก่

-         กลุ่มปราสาทสมโบร์ (Sambor)ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ

-         กลุ่มปราสาทตาว(Tor)หรือปราสาทสิงโต ตั้งอยู่ทางตอนกลาง

-         กลุ่มปราสาทตาวยายปวน(Yeah Puon)  ตั้งอยู่ทางทิศใต้

นอกจากกลุ่มปราสาทหลักทั้ง 3 กลุ่มที่กล่าวมาแล้ว ยังมีกลุ่มปราสาทขนาดย่อยอีกมากมายในป่าลึกทึบที่เคยเป็นดินแดนที่เปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้าในการก่อสร้างปราสาทขึ้นมาอย่างมากมายเพื่อเป็นใช้เป็นสถานที่สักการะบูชาองค์พระศิวะ ตามความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย

-         กลุ่มปราสาทสมโบร์ (Sambor)ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอุทยานประวัติศาตร์ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

สาเหตุของการสร้างปราสาทขอม

มาจากอิทธิพลความเชื่อทางศาสนาเป็นแรงบันดาลใจให้พระมหากษัติย์ขอม ได้ก่อสร้างปราสาทที่ใหญ่โตและงดงามไว้มากมาย สำหรับคำว่า ปราสาทไม่ได้หมายความว่าเป็นปราสาทพระราชวัง และก็ไม่ใช่ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ แต่เป็นประทับของเหล่าเทพเจ้า โดยรูปแบบของปราสาทนั้นจะมีลักษณะเป็น ศาสนาสถานโดย มีบารายและคูน้ำ นอกจากนั้นยังมีการแกะสลักหินให้มีลวดลายเป็นพญานาค เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

-         บรรยายกาศอันร่มรื่นภายในอุทยานประวัติศาตร์ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในจังหวัดกำปงทม

สำหรับวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างปราสาทสามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

- สร้างปราสาทขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บพระบรมศพฯหลังจากสวรรคตไปแล้ว โดยมีความเชื่อว่า เมื่อพระมหากษัตริย์สวรรคต ดวงวิญญาณของพระมหากษัตริย์ก็จะหลอมรวมกับเทพเจ้าที่พระองค์เคยนับถือ

สร้างปราสาทขึ้นเพื่อต้องการให้เป็นสถานที่เคารพสักการะในทางศาสนา

- สร้างปราสาทขึ้นเพื่อต้องการให้เป็นศูนย์กลางของเมือง ได้แก่ ปราสาทบายน ปราสาทปาปวน และปราสาทพนมบาแค็ง

สร้างปราสาทขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของพระราชบิดาและพระราชมารดาที่ล่วงลับไปแล้วของพระมหากษัตริย์ ยกตัวอย่างเช่น ปราสาทแม่บุญ,ปราสาทตาพรหม และปราสาทพระขรรค์เป็นต้นสำหรับปราสาทตาพรหม สร้างใน พ.ศ. 1729 เพื่อบูชาศาสนาพุทธนิกายมหายานและอุทิศบุญกุศลให้พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7สำหรับมหาปราสาทนครวัด สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1650 เพื่ออุทิศถวายแก่องค์พระวิษณุเทพ เทพสูงสุดในศาสนาฮินดู

- ความเชื่อทางศาสนาของอาณาจักรขอม  ในช่วงพุทธศักราชที่ 500 ศาสนาพราหม์ที่ได้มีการนับถือในประเทศอินเดีย ได้มีการเริ่มแผ่กระจายขยายอิทธิพลมายังดินแดนขอมหรือประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน โดยเข้ามาตามเส้นทางของการค้าขายทางทะเล ต่อมาชาวขอมก็ยอมรับศาสนาพราหมณ์ ซึ่งต่อมามีความมีความเจริญรุ่งเรืองในปรอาณาจักรขอมหรือประเทศกัมพูชาในปัจจุบันโดยเริ่มต้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 6-16 โดยมีการสร้างปราสาทและรูปเคารพต่างๆขึ้นย่างมากมาย

        สำหรับลัทธิเทวราชา เป็นความเชื่อตามคติศาสนาพราหมณ์และฮินดูที่ได้มีการยกย่องให้กษัตริย์เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนแห่งเทพเจ้าที่อวตาลลงมาสู่โลกมนุษย์ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการสร้างเทวสถาน อีกทั้งยังมีความเชื่อกันอีกว่า หลังจากที่กษัตริย์สวรรคตไปแล้ว ก็จะหลอมรวมกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเทพเจ้า ส่วนวิญญาณก็จะประทับอยู่ภายในเทวสถานหรือปราสาทแห่งนั้นและ ด้วยความเชื่อนี้กษัตริย์ขอมที่นับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย หลังจากที่ได้ขึ้นครองราชย์ก็ได้ทำการก่อสร้างเทวสถานหรือปราสาทขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ เพราะมีความเชื่อกันว่าศิวลึงค์เป็นตัวแทนของพระศิวะและยังเปรียบเสมือนกับเป็นทิพยวิมานของเทพเจ้าที่อยู่บนโลกมนุษย์อีกด้วย

ในช่วงยุคแรกๆของอาณาจักรขอมบรรดาเทวสถานต่างๆจะถูกสร้างขึ้นบนภูเขาหรือเนินเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ในการบูชาศิวลึงค์ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขานั้น เปรียบเสมือนกับการที่ได้บูชาพระศิวะที่ซึ่งประทับอยู่บนยอดเขาไกรลาศแล้วยังอยู่บนเขาพระสุเมรุ ซึ่งถูกจัดไว้เป็นศูนย์กลางจักรวาล หลังจากนั้นจึงได้มีการปรับเปลี่ยนโดยการสร้างเทวสถานหรือปราสาทขึ้นมาใหม่ในบริเวณพื้นที่ราบใจกลางเมือง ซึ่งลักษณะในการก่อสร้างนั้นอาจสร้างภูเขาจำลองขึ้นมาแทน จากนั้นจึงได้ประดิษฐานศิวลึงค์ไว้ในปราสาทที่มีความสูงที่สุด หรือเรียกว่าปรางค์ประธาน ซึ่งกษัตริย์ขอมได้ทำพิธีบูชา โดยมีการรดน้ำลงบนศิวลึงค์และน้ำต้องไหลออกมาทางช่องโยนี แล้วผ่านท่อโสมสูตร ดังนั้นศิวลึงค์ได้ถือเป็นต้นกำเนิดของชีวิตและมีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะได้ตั้งอยู่บนภูเขาธรรมชาติหรืออาจอยู่ใจกลางเมือง เปรียบเสมือนกับศูนย์กลางของจักรวาลนั่นเอง

 สำหรับศาสนาที่รุ่งเรืองในอาณาจักรขอมมีอยู่ด้วยกัน 2 ศาสนาคือ ศาสนาฮินดู และ ศาสนาพุทธ โดยศาสนาพุทธมีอยู่ 2 นิกาย คือหินยานและมหายาน

 1.พระพุทธศาสนานิกายหินยาน จะให้ความนับถือพระพุทธเจ้าแล้วยังต้องยึดถือตามพุทธโอวาทอีกด้วย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19  นิกายหินยานมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากจนถึงปัจจุบัน

2.พระพุทธศาสนานิกายมหายาน ได้มีการผสมผสานควบคู่กับการนับถือเทพเจ้าฮินดู มีความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ทรงสร้างโลกขึ้นมา และยังได้มีการนับถือพระโพธิ์สัตว์ เพราะเคยเป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ทางด้านพระโพธิ์สัตว์ที่เคารพก็คือ พระโลกิเตศวร และพระอวโลติเกศวร ในช่วงสมัยเมืองพระนครจึงถือได้ว่า พระพุทธศาสนานิกายมหายานเป็นที่นับถือกันอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1ซึ่งในแต่ละยุคแต่ละสมัย ศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู ได้ผลัดกันเจริญรุ่งเรือง สาเหตุอยู่ที่ว่ากษัตริย์ที่ขึ้นปกครองเลือกนับถือศาสนาไหนเป็นหลักนั้นเอง

        สำหรับพระโพธิ์สัตว์ หมายถึงปางก่อนของพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งมีความเป็นใหญ่ในโลกแต่เปี่ยมล้นด้วยความเมตตา,กรุณา,มุฑิตา,อุเบกขา อีกทั้งเป็นผู้มองลงมายังเบื้องล่างซึ่งเต็มไปด้วยความเมตตากรุณา และมีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ เมื่อครั้งก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ โดยเฉพาะในชาดกของพุทธศาสนานิกายมหายาน พระโพธิ์สัตว์มีจำนวนมากมาย ซึ่งทรงฤทธิ์อำนาจเพื่อจะต้องคอยปกปักรักษาให้ความคุ้มครอง ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีความเคารพนับถือในพุทธศาสนานิกายมหายาน และที่สำคัญที่สุดคือจะต้องนำพาผู้ที่มีความเคารพนับถือที่มีอยู่มากมายไปสู่ปรินิพพานพร้อมกับพระองค์

-         พระโพธิ์สัตว์โลเกศวร หมายถึงพระโพธิ์สัตว์ที่ได้ตรัสรู้แล้ว แต่ยังไม่ยอมไปนิพพานเพราะมีความปรารถนาที่จะรอให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนและสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

-         นางปรัชญาปารมิตา หมายถึง เทวีแห่งความฉลาดเฉลียวของพุทธศาสนานิกายมหายานในขณะเดียวกันจะเรียกว่า เป็นมารดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลายด้วยกัน

การเดินทาง

อุทยานประวัติศาตร์ สมโบร์ไพรกุก(Sambor Preikuk) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบของประเทศกัมพูชาไปทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ120 กม.และอยู่ห่างจากด่านคลองลึกอำเภออรัญประเทศระยะทาง 270 กม.บนถนนหมายเลข 6

 ท่านใดที่มีความประสงค์จะไปท่องเที่ยวยังประเทศกัมพูชาแล้วต้องการใช้บริการรถตู้ท่องเที่ยวส่วนบุคคลในเมืองเสียมเรียบประเทศกัมพูชาในราคาย่อมเยาสามารถติดต่อได้ที่ คุณ จุมโนชื่อเล่น เคน ชาวกัมพูชาพูดไทยได้คล่องแคล่วอัธยาศัยดีทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ในเมืองเสียมเรียบประเทศกัมพูชาคุณเคนยินดีเดินทางมารับท่านถึงหน้าด่านปอยเปตเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชาท่านใดสนใจ สามารถติดต่อได้ทาง e-mail mrkhane99 @gmail Facebook khiev khanLine 0818380011 โทรศัพท์ +855 9667881133 +855 17366805

-         คุณ จุมโนชื่อเล่น เคน ชาวกัมพูชาพูดไทย

ลุงหนวดรับประกันมรรยาทและอัธยาศัยไม่เอาเปรียบหลอกลวงลูกค้าครับ

-         คุณ จุมโนชื่อเล่น เคน ชาวกัมพูชาพูดไทยได้พร้อมรถตู้ท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา

แต่ถ้ามีความประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะติดต่อได้ที่

-         บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

973/4  ถนนมาเจริญ(บางบอน5) แขวงหนองแขม เขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร 10160 โทรศัพท์ : 0-2814-9585, 0-2814-9586

โทรสาร : 0-2814-9587   http://www.indochinaexplorer.com 

      Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

-         ราตรีซัวซะเดย