'อยุธยา'โปรโมทท่องเที่ยว 4 เส้นทางใหม่เพิ่มอัตราการท่องเที่ยวจังหวัดพัฒนาสู่ความยั่งยืน

-           สุเทพ   พวงมะโหด   เรื่องและภาพ

       จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเดินหน้าโปรโมทเส้นทางการท่องเที่ยว 4 เส้นทางเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดพัฒนาสู่ความยั่งยืนในกิจกรรม “Press Tour”สำรวจแหล่งท่องเที่ยว 4 เส้นทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชนและสายน้ำ 

-         ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา

       นาย ธารทิพย์ มีลักษณะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชนและสายน้ำเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เพื่อส่งเสริมการรับรู้ของนักท่องเที่ยว และสื่อมวลชนด้านการท่องเที่ยวเส้นทางต่างๆอาทิเช่นเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ,เส้นทางแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนทางบก,เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร,เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม  ทั้งนี้เส้นทางแหล่งท่องเที่ยว 4 เส้นทางยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางโดยหลักสำคัญของแหล่งท่องเที่ยว 4 เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นแม่เหล็กในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งคาดว่าการจัดกิจกรรม กิจกรรม “Press Tour”สำรวจแหล่งท่องเที่ยว 4 เส้นทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะส่งผลทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวมิติใหม่โดยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์จากสื่อมวลชนแขนงต่างๆทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสในความเป็นวิถีชีวิตชุมชนทั้งทางบกและทางน้ำมากยิ่งขึ้นได้รับรู้ว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีอะไรมากกว่าที่เคยเห็นมาโดยเฉพาะเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นในเรื่องของการทำการเกษตรปลอดสารพิษซึ่งถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยว ในการเข้ามาเรียนรู้วิธีคิดการทำการเกษตร การปลูกผักปลอดสารพิษของชาวบ้าน ทั้งยังทำให้ชาวบ้านมีแรงมีกำลังใจทำการเกษตรให้เป็นเกษตรพรีเมี่ยมมากยิ่งขี้นและนอกจากจะเป็นการส่งเสริมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในมิติใหม่แล้วคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวและเพิ่มอัตราการท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามากขึ้นตามไปด้วย

-         ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา เดิมเป็นศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้เป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติราชการของข้าราชการในสมัยที่ท่านปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้านหน้าอาคารมีรูปปั้นกษัตริย์และวีรกษัตริย์สำคัญสมัยอยุธยา 6 องค์คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่  1 หรือพระเจ้าอู่ทอง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี

-         ชั้นล่างของอาคารเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริหารข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยว

-         บริเวณชั้น 2 ถูกจัดแสดงเป็นหอนิทรรศการประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แสดงเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดแก่นักท่องเที่ยว โดยบริเวณท้ายสุดของห้องนิทรรศการฯ มีการฉายวีดีทัศน์ให้นักท่องเที่ยวสามารถชมได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น

ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์และอังคาร ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.นอกจากนี้ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยายังเป็นที่ตั้งของหอศิลปะแห่งชาติ จัดแสดงศิลปะอย่างถาวร ประกอบด้วยประติมากรรมและงานประณีตศิลป์ของศิลปิน 97 ท่าน รวมผลงาน 112 ชิ้น เปิดทุกวันยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 03-542-3177

-         พิธีบวงสรวงวีรกษัตริย์ไทยเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับแหล่งท่องเที่ยว4 เส้นทางใหม่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

1.เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ล่องเรือ ชมทัศนียภาพสองฝั่งริมน้ำเจ้าพระยา (เส้นทางจากวัดพนัญเชิงฯ ถึง หมู่บ้านญี่ปุ่น)

-  กิจกรรมล่องเรือชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งของเมืองกรุงเก่า

-           วัดไชยวัฒนาราม

-         วัดใหญ่ชัยมงคล

-         วัดพระศรีสรรเพชญ์

-         วัดนักบุญยอเชฟ

-         พระนอน วัดโลกยสุธา

2. เส้นทางแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนทางบก

    หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.บางจากจ.พระนครศรีอยุธยา  สำหรับกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาลแห่งนี้เป็นโฮมสเตย์ที่ได้รับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยและได้รับรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในชุมชนแห่งนี้นอกจากจะมีโฮมสเตย์คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีของดีฝีมือชาวบ้านในการทำขนมไทยหลากหลายเมนู อาทิเช่นจ่ามงกุฎ,เสน่ห์จันทร์,ทองหยิบ,ทองหยอดตลอดจนการแปรรูปปลาร้าสับ ปลาร้าหยอง หรือแม้กระทั่งการสานตะกร้าจากเชือกฟางมัด อันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประยุกต์ดัดแปลงจากตะกร้ารูปแบบเดิมๆ สู่ตะกร้าที่มีความคงทน ทันสมัย และใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์อีกด้วย

-         พิธีต้อนรับของชาวบ้านกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

-         การละเล่นต้อนรับนักท่องเที่ยวของชาวบ้านกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

-         การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยของเยาวชนในบ้านไทรน้อยบางบาล

-         การแสดงชนไก่ของชาวบ้านกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

-         กล้วยหอม กล้วยน้ำว้าผลผลิตของชาวบ้านกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

-         ขนมไทยของกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

-         อาหารไทยของกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

-         ของที่ระลึกจากฝีมือชาวบ้านกลุ่มโฮมสเตย์บ้านไทรน้อยบางบาล

สนใจรายละเอียดติดต่อได้ที่ คุณมยุรี ศรีนาค เลขที่46หมู่ที่6 หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.บางจากจ.พระนครศรีอยุธยา โทร 035-884605,081-9465457

3. เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยเริ่มจาก

       วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา ต.คู้สลอดอ.ลาดบัวหลวงจ.พระนครศรีอยุธยา  แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกเมล่อนปลอดสารพิษรายใหญ่ของจังหวัด ภายใต้ชื่อ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนาที่บ้านหมู่ใหญ่ใน ต.คู้สลอต อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

-         เมล่อนสนนราคาจำหน่าย(ขายส่ง)ตกกิโลกรัมละ 85 บาท

โดยสาเหตุที่ชาวบ้านเลิกอาชีพทำนาหันมาปลูกเมล่อน คุณสวาท สุขนุ่ม ประธานกลุ่ม เล่าว่าแต่เดิมชาวบ้านมีอาชีพทำนาหลักและปลูกผักบุ้งจีนเป็นอาชีพเสริม แต่มีปัญหาในเรื่องการตลาด ราคาก็ถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลาง ทำนาได้ก็เอาเงินไปจ่ายค่าปุ๋ยค่ายาจนหมด จึงหันมาปลูกเมล่อนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.และธ.ก.ส. โดยเริ่มจากการปลูกในพื้นที่โล่ง ซึ่งเป็นที่นาเก่า แต่ก็ประสบปัญหาโรคและแมลงมากัดกิน จากนั้นก็พัฒนามาปลูกในระบบโรงเรือน จนประสบความสำเร็จ เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของจังหวัดผลผลิตเกือบทั้งหมดจะส่งให้ห้างท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สัปดาห์ละ 1,500-2,000 กิโลกรัม สนนราคาจำหน่าย(ขายส่ง)ตกกิโลกรัมละ 85 บาท ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกเมล่อนกันมากขึ้นเรื่อยๆ

-         วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา

-         สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสวาท สุขนุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา5/1หมู่ที่4ต.คู้สลอด อ.ลาดบัวหลวงจ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 086-086-6930

จากนั้นเดินทางมาเที่ยวชม กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ ต.สิงหนาท อ.ลาดบัวหลวงจ.พระนครศรีอยุธยา

       สำหรับสวนผักพื้นบ้านปลอดสารแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพี (GAP) กรมวิชาการเกษตร ของกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษใน ต.สิงหนาท  โดยผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกไปขายยังสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ผักบุ้ง,โหระพา,กะเพราะ ฯลฯ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปความเป็นมาของกลุ่มจากคุณบัญชา พวงสวัสดิ์ กำนัน ต.สิงหนาท

-         ชาวบ้านคัดเลือกพืชผักก่อนส่งออกสู่ตลาด

ก่อนที่จะเดินตระเวนดูแปลงผักพื้นบ้านของกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งแต่ละรายใช้พื้นที่ปลูกไม่มากนัก เพียงครัวเรือนละ 2-3 แปลงเท่านั้น แต่กลับมีรายได้ดีเฉลี่ยวันละ 500-800 บาท โดยจะมีบริษัทมารับซื้อทุกวัน ณ.ที่ทำการกลุ่ม เฉลี่ยวันละ 300-500 กิโลกรัมสนใจรายละเอียดติดต่อได้ที่คุณบัญชา พวงสวัสดิ์ กำนันตำบลสิงหนาถ โทร 089-8043854

4. ท่องเที่ยวตามเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

      หมู่บ้านญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียน โดยเมื่อ  ปลายคริสศตวรรษที่16 ชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขาย ในกรุงศรีอยุธยามีจำนวนมากขึ้นทาง  การญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นเดินเรือออกไปค้าขายกับต่างชาติได้ โดยออกใบอนุญาตออกไปค้าขายแล้วยังปรากฏว่ามีเรืออื่น ๆ ของชาวญี่ปุ่นเดินทางไป ค้าขายในประเทศทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วย

ในบรรดาพวกที่ไปค้าขายมีพวกหนึ่งเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินไทยมีพระราชานุญาติให้ชาวญี่ปุ่นมาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยาเหมือนชาติอื่น ๆ นับตั้งแต่นั้นมาปัจจุบันสมาคมไทย-ญี่ปุ่นได้จารึก ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา มาตั้งไว้ภายในหมู่บ้านญี่ปุ่นและปรับปรุงบริเวณหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และอนุสรณ์สถานระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ภายในหมู่บ้านญี่ปุ่น มีนิทรรศการและมัลติมีเดีย "ยามาดะ นางามาสะ และท้าวทองกีบม้า บุคคลสำคัญชาวญี่ปุ่นที่มีบทบาทในราชสำนักอยุธยา" 

-         รูปปั้นของยะมะดะ นะงะมะซะหรือออกญาเสนาภิมุข ซามูไรอโยธยาภายในหมู่บ้านญี่ปุ่น

      หมู่บ้านฮอลันดา  ในอดีตที่ผ่านมาเคยเป็นชุมชนของชาวดัตช์ที่มาทำการค้าอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมมีเพียงแค่ซากฐานรากเดิมของคลังสินค้าเดิมสถานีการค้าดัตช์ และได้ขุดค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้เพิ่มเติม อาทิ เครื่องกระเบื้องจีน เครื่องปั้นดินเผา กล้องสูบยาของดัตช์ และเหรียญเงินตราดัตช์ ฯ

ภายหลังการเสด็จพระราชดำเนินของ พระราชินีเบียทริกซ์(H.M. Queen Beatrix) และมกุฎราชกุมารแห่งเนเธอร์เแลนด์ (H.R.H.the Prince of Orange)จึงเกิดความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างไทยและ เนเธอร์แลนด์ ในที่สุดจึงได้มีการดำเนินการก่อสร้างอาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ บ้านฮอลันดาขึ้นที่บริเวณที่เป็นหมู่บ้านฮอลันดาเดิม โดยพยายามยึดรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมให้มากที่สุดผสมผสาน กับสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2554

      หมู่บ้านโปรตุเกส ตั้งอยู่ที่ ต.สำเภาล่ม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศตะวันตก  อยู่ทางใต้ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสเข้ามาติดต่อกับกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2054 โดยอัลฟองโซ เอออัลมูเคอร์กผู้สำเร็จราชการของโปรตุเกสประจำเอเซียได้ส่ง   นายดูอาร์เต้ เฟอร์นันเดสเป็นฑูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี กับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยาปัจจุบันที่ดินแห่งนี้ ปรากฏมีโบราณสถานอยู่รวม 3 แห่งคือ ซานเปาโล,ซานโดมิงโก และซานเปรโด หลักฐานทางโบราณคดีสำคัญคือ พบซากของโบราณสถานโครงกระดูกและเครื่องปั้นดินเผาภายในประเทศ และต่างประเทศเป็นจำนวนมา

คุณ ธารทิพย์ มีลักษณะ ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวถึงโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชนและสายน้ำว่าเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์เปิดเส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพื่อส่งเสริมการรับรู้ของนักท่องเที่ยวในเส้นทางต่างๆ อันประกอบด้วยท่องเที่ยวเชิงเกษตร ท่องเที่ยวทางน้ำ ท่องเที่ยววิถีชุมชนและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

-         ซากโบราณสถานหมู่บ้านโปรตุเกศ

       สำหรับ เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้ง 4 เส้นทางนี้ ถือได้ว่าเป็นแม่เหล็กของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับรู้ของนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจมากนัก โครงการนี้น่าจะจุดประกายให้แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 4 เส้นทางได้มีการรับรู้และเป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้นท่านผอ.ธารทิพย์กล่าว พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวท่องเที่ยววิถีไทยที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากันบ้างครับ.