ฝนนี้.......เที่ยวภูเรือ ดินแดนแห่งขุนเขาและความหนาวเย็น

-         สุเทพ  พวงมะโหด  เรื่องและภาพ

       ฤดูฝนปีนี้หลังจากลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเก็บสัมภาระเสื้อผ้าใส่หลังรถหนีความวุ่นวายในกรุงเทพออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเลยดินแดนแห่งขุนเขาและความหนาวเย็น

-         ผีตาโขนการละเล่นพื้นบ้าน

     จากกรุงเทพฯผมใช้ทางหลวงหมายเลข 1(พหลโยธิน) ผ่านตัวเมืองสระบุรีเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก,หล่มเก่าจากนั้น เข้าสู่เขตจังหวัดเลยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมงผมก็ขับรถมาถึงยังอำเภอด่านซ้ายในจ.เลยแดนดินถิ่นกำเนิดของเทศกาลการละเล่นผีตาโขนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วโลกคล้ายกับงานคาร์นิวัลแต่เป็นงานคาร์นิวัลแบบไทยๆ สำหรับเทศกาลการละเล่นผีตาโขนหรือตามภาษาพื้นบ้านเรียกกันว่า เทศกาลงาน “บุญหลวง”จัดให้มีขึ้นประมาณเดือน7ก่อนเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษาของทุกปีโดยจัดขึ้นเป็นเวลาสามวันซึ่งในช่วงเวลานั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศจะเดินทางหลั่งไหลกันมาร่วมงานเทศกาลละเล่นผีตาโขนยังอำเภอด่านซ้ายกันอย่างคับคั่งจนโรงแรมที่พักไม่เพียงพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว ส่วนการละเล่นผีตาโขนจะมีความสำคัญต่อชาวอำเภอด่านซ้ายเพียงใดเท่าที่ผมสังเกตุดูเกือบทั่วทุกหนทุกแห่งในตัวเมืองด่านซ้ายจะมีสัญลักษณ์ของผีตาโขนอยู่เต็มทั่วทั้งอำเภอ นอกจากนี้ในอำเภอด่านซ้ายยังเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุที่มีความสำคัญทางประวัติศาตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสปป.ลาว นั้นคือ พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเลย เป็นพระธาตุแห่ง "สัจจะและไมตรี"

พระธาตุศรีสองรักถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2103  แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2106 ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์เพื่อเป็นสักขีพยานแสดงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยา กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต  นครเวียงจันในปัจจุบันนี้ 

-         นักท่องเที่ยวกำลังเดินเวียนเทียนแสวงบุญกันรอบองค์พระธาตุศรีสองรัก

 สำหรับองค์พระธาตุศรีสองรักมีรูปทรงสัณฐาน คล้ายพระธาตุพนม  ก่อด้วยอิฐถือปูนมีฐานเป็นเหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละประมาณ  8 เมตรสูงประมาณ 32  เมตร  องค์พระธาตุ ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุศรีสองรัก ซึ่งภายในวัดแห่งนี้ไม่มีพระภิกษุจำพรรษาสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสักการะองค์พระธาตุศรีสองรัก อาจจะแปลกใจ เพราะว่า คนที่จะเข้าไปสักการะองค์พระธาตุได้ จะต้องไม่ใส่เสื้อผ้า "สีแดง" หรือถือสิ่งของที่มีสีแดงเข้าไปในบริเวณองค์พระธาตุ ด้วยเหตุผลที่ว่า... พระธาตุศรีสองรักเป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในความรักใคร่ระหว่างประเทศไทย และสปป.ลาวมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ

ดังนั้น "สีแดง" อาจเปรียบได้กับ "เลือด"ซึ่งเป็นผลของการทำสงคราม ดังนั้นคนโบราณจึงมีการห้ามไม่ให้ผู้ที่สวมเสื้อผ้าสีแดง เข้าไปในบริเวณองค์พระธาตุ จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ด้วยเช่นกัน  เนื่องด้วยพระธาตุศรีสองรักเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนชาวไทยและชาวลาวทั้งสองประเทศ ดังนั้นชาวจังหวัดเลยและชาวอำเภอด่านซ้ายจึงได้จัดให้มีงานนมัสการเฉลิมฉลององค์พระธาตุศรีสองรักขึ้นในช่วงระหว่างเดือนหกของทุกปีอีกด้วยครับ

-         สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งไว้ที่ระลึกเมื่อคราวทรงเสด็จมาสักการะองค์พระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย

และจากอำเภอด่านซ้าย ผมเดินทางต่อมายังอำเภอภูเรือระยะทางห่างกันประมาณ 35ก.ม สำหรับคำว่า  “ภูเรือ” ตั้งชื่อตามภูเขาชื่อเดิมเรียกว่า ภูทุ่ง หากมองจากอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย จะมีลักษณะเหมือนเรือแล่นอยู่ในมหาสมุทร จึงเรียกว่า ภูเรือแต่อีกนัยหนึ่งเล่ากันว่า สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเครื่องบิน มาตกที่บริเวณภูทุ่งจึงได้เรียกกันว่า ภูเรือ ก่อนที่จะเป็นอำเภอภูเรือ เดิมเป็นพื้นที่เขตการปกครองของสามอำเภอ คือ อำเภอเมืองเลย อำเภอด่านซ้าย อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เมื่อ พ.ศ. 2511 กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่า เขตการปกครองของอำเภอเมืองเลย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีพื้นที่กว้างขวางมากซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการปกครอง ดูแลทุกข์สุขของราษฎรได้ทั่วถึงจึงได้แยกตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเลย ตำบลหนองบัว ตำบลร่องจิก ตำบลปลาบ่า อำเภอด่านซ้ายรวม 4 ตำบล เข้าเป็นเขตการปกครองเดียวกัน โดยประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอภูเรือ ขึ้นกับเขตการปกครองของอำเภอด่านซ้าย เมื่อ พ.ศ. 2511 และได้ประกาศยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 28 มีนาคม 2517ปัจจุบันอำเภอภูเรือ แบ่งเขตการปกครองท้องที่เป็น 6 ตำบล 47 หมู่บ้าน คำขวัญประจำอำเภอ เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู ต้นไม้ประจำอำเภอคือ ต้นสนสินค้าประจำอำเภอได้แก่ ข้าวโพดตักหงาย, ขิง, กระชายดำแปรรูป, น้ำเฟรชชั่นฟรุต(กระทกรก), ไวน์มะขามป้อม, ไวน์กระชายดำ, ไวน์ชาโต้เดอเลย และขนมนางเล็ดสินค้าประจำตำบล (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์)1. ตำบลหนองบัว คือ น้ำเฟรชชั่นฟรุต ( กระทกรก ) ไวน์มะขามป้อม2. ตำบลสานตม คือ ไวน์กระชายดำ3. ตำบลร่องจิก คือ ไวน์ชาโต้เดอะเลย4. ตำบลปลาบ่า คือ ขนมนางเล็ด5. ตำบลลาดค่าง คือ กระชายดำแปรรูป6. ตำบลท่าศาลา คือ ขนมนางเล็ดระยะทางจากอำเภอไปจังหวัดเลยระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 203 และที่ได้กล่าวมานี้คือประวัติโดยสังเขปของอำเภอภูเรือครับ

-         โรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา” (Phurua Sanctuary Resort & Spa)

      ผมเดินทางเข้าพักที่โรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา” (Phurua Sanctuary Resort & Spa)ในต.หนองบัว อ.ภูเรือ โดยมีคุณพรศิลป์  แต้มสิริชัย  ประธานกรรมการของภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา คอยให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

สำหรับโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปาถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบบรรยากาศที่ร่มรื่น เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว และอิงแอบแนบชิดใกล้ชิดธรรมชาติ โรงแรม ภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นรีสอร์ทหรูแห่งใหม่ในอำเภอภูเรือเปิดดำเนินการเมื่อปีพ.ศ.2558 บนเนื้อที่ 100 ไร่ เหมาะแก่การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์ สวนดอกกุหลาบและไม้นานาพันธุ์ และบริเวณโดยรอบของรีสอรท์แห่งนี้ยังโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาอันเขียวขจีถึง 3 ลูกด้วยกันอาทิเช่น ภูคลั่ง,ภูผาแบ่ง และภูเรือ ซึ่งสามารถชมดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากขุนเขาได้อย่างชัดเจนเป็นภาพประทับใจแก่ผู้ที่ได้มาเยี่ยมเยือนเป็นอย่างยิ่ง

-         สวนกุหลาบภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา

ในส่วนของตัวโรงแรมแซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา นั้นออกแบบในสไตล์ไทยประยุกต์ ซึ่งผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์แห่งดีไซน์คลาสสิกแบบไทยหลวงพระบาง ผสมผสานกับความเป็นโมเดิร์นด้วยตัวอาคารสีเทา ที่กลมกลืนเข้ากับบรรยากาศรอบด้านได้อย่างลงตัว สำหรับห้องพักนั้นมีทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน ทุกห้องจะมีงานจิตรกรรมที่รังสรรค์โดยศิลปินที่มีผลงานชนะการประกวดในระดับชาติมาแล้วทั้งสิ้น ห้องพักทั้ง 4 ห้องประกอบไปด้วย Ruan Macca ที่มาพร้อมวิวสวนและลำธาร Phu Sapratummas ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ลำน้ำ ได้จากมุมสูง Phu Namsarn ที่เพียงย่างก้าวออกจากตรงประตูระเบียงก็สามารถแหวกว่ายในสระว่ายน้ำด้านหน้าห้องพัก นอกจากนั้นยังมีที่พักแบบ Villa ซึ่งมี 2 ห้องนอนสำหรับ 4 คน และส่วนในการเตรียมอาหาร ทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย เหมาะแก่การมาพักสำหรับครอบครัว ส่วนในบริเวณเดียวกันยังมีเรือนพักหรูราคาประหยัด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพักผ่อน นอกจากนั้นห้องพักทุกห้องเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งเครื่องชงกาแฟ บริการเครื่องดื่มภายในห้องพักฟรี และมีอินเทอร์เน็ตไวไฟให้บริการตลอดการเข้าพัก

-         บ้านพักแบบ Villaภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา

-         ปลาครัฟสีสันสดใสมากมายภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา

นอกจากนั้นที่นี่ยังมีกิจกรรมพักผ่อนไปกับความสวยงามของภูเรืออย่างเต็มที่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวสวนแมคคาเดเมียและสวนกล้วย ชมทุ่งนาที่ทางรีสอร์ทได้ปลูกขึ้นเอง ปั่นจักรยานชมทัศนียภาพทิวเขาที่โอบล้อม เรียนศิลปะกับศิลปินพื้นบ้าน ว่ายน้ำ ซึ่งสระว่ายน้ำของทางรีสอร์ทมีทั้งสระสำหรับผู้ใหญ่และเด็กไว้บริการ นอกจากนั้นหากใครอยากผ่อนคลายเสริมที่นี่มีบริการสปา และนวดให้ผู้ที่ได้มาเยี่ยมเยือนได้ผ่อนคลายอีกด้วย และภายในบริเวณของโรงแรม 100ไร่แห่งนี้ มีทั้งสวนกล้วย, กาแฟพันธุ์อาราบิก้า,แมคคาเดเมีย,มะนาว,มะม่วง พืชผักที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารพิษทุกชนิด โรงเพาะเห็ด กระทั่งทำนาข้าวไรซ์เบอรี่ให้ลูกค้ารับประทานด้วยความสบายใจ ” 

-         สวนผักปลอดสารพิษภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา

-         ฟารม์เพาะเห็ดนานาชนิดภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา

-         พืชผักมากมายหลากหลายชนิดภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์สปา

-         -การทำนาข้าวไรซ์เบอรี่ภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์

-         บริเวณหน้าร้านจำหน่ายของฝากของที่ระลึกภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์

-         แมคคาเดเมียอบแห้งและของฝากของที่ระลึกภายในร้านจำหน่ายของฝากของโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ทแอนด์

 ในส่วนของห้องอาหาร ชื่อว่า ภูหลวง เรสเทอรองท์” (Phu Luang Restaurant) ภายในตกแต่งให้อารมณ์ราวกับกำลังนั่งรับประทานอาหารท่ามกลางร่มเงาของแมกไม้ของต้นแมคคาเดเมีย และชมภาพวาดโดยศิลปินชาวอังกฤษที่มีชื่อว่า รุ่งอรุณสีทองตัวอาคารมีลักษณะเปิดโล่งเพื่อให้สายลมพัดเข้ามาให้ความสดชื่น สำหรับเมนูอาหารของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารท้องถิ่น อาหารไทย และอาหารตะวันตก โดยจะเน้นในเรื่องวัตถุดิบที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพ สำหรับเมนูแนะนำห้ามพลาดของที่นี่ก็คือ หมูฮ้อง,ปลาคังลวกจิ้ม,ปลาคังผัดฉ่า,สปาเกตตีผัดปูนิ่ม และมัสมั่นน่องไก่ หรือมัสมั่นแก้มวัว เป็นต้น แต่ถ้าหากมาในช่วงที่มีพืชพรรณตามฤดูกาล ทางห้องอาหารจะคิดค้นรังสรรค์เมนูใหม่ๆออกมานำเสนอเสมอ นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีก อาทิ ห้องประชุมทั้งขนาดกลางและใหญ่ รวมถึงพื้นที่กลางแจ้งสำหรับจัดการประชุม งานเลี้ยง งานแต่งงาน หรืองานปาร์ตี้บาร์บีคิว ไว้บริการอีกด้วยหากใครชื่นชอบและอยากมาสัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขและความผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและเงียบสงบ โรงแรม ภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดในการมาพักผ่อน 

-         ห้องอาหารภูหลวง เรสเทอรองท์” (Phu Luang Restaurant)

-         ห้องประชุมสัมมนา

สำหรับแผนงานต่อไป จะดำเนินการสร้างรีสอร์ทด้วยแนวคิด Wellness&Luxury บนพื้นที่เฟสสอง ออกแบบโดย ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง คณบดีคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

-         สื่อมวลชนที่เดินทางมาเยี่ยมชมรีสอร์ท ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกันด้านหน้าร้านจำหน่ายของที่ระลึกภายในโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา

     โรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ที่ 216 หมู่ 8 ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลยโทร 042-810890-2 ,042 810885 หรือติดต่อทางเว็บไซต์ www.phuruasanctuary.com

      เวลา05.00น เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมทะเลหมอกและดวงอาทิตย์ขึ้นบนอุทยานแห่งชาติภูเรือที่ตั้งอยู่ห่างจากโรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปาไม่กี่กิโลเมตรท่านั้น

-         ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเรือ

สำหรับ อุทยานแห่งชาติภูเรือซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย ภูเขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับภูเขาสูงทั่วไปสำหรับยอดเขาสูงที่สุดคือ  “ยอดภูเรือ”ซึ่ง มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยบนยอดภูเรือมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าสนเขาทั้งสนสองใบและสนสามใบ สลับกับลานหินธรรมชาติซึ่งจะต้องเดินขึ้นเขาจากผาโหล่นน้อยมาประมาณ 700 เมตร จากจุดนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้รอบด้าน กระทั่งเห็น แม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขงซึ่งกั้นพรมแดนไทย ลาวด้วยลักษณะทางภูมิศาตร์ที่มีเทือกเขาอันสลับซับซ้อนนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสายกลายมาเป็นน้ำตกเช่น น้ำตกห้วยไผ่ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งอุทยานแห่งชาติภูเรือเป็นอุทยานฯแห่งหนึ่งที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่บน ยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคมอากาศจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งบางวันน้ำค้างบนยอดหญ้า จะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งภาษาพื้นเมืองเรียกว่า แม่คะนิ้ง

-         จุดชมวิวบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ

ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปพักผ่อนควร เตรียมตัวให้พร้อม ที่จะผจญกับความหนาวเย็นบนยอดภูเรือซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเขตอุทยานฯในช่วงหน้าหนาวที่ป่าสนบริเวณทุ่งกวางตายจะมีดอกกระเจียวบานในช่วงต้นฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้นบริเวณ ลานหินพานขันหมาก เป็นลานหินแตกรอยตื้นๆ ซึ่งในบริเวณนี้ท่านผู้อ่านจะได้พบกับดอกไม้นานาพันธุ์ที่ชอบขึ้นอยู่ตามลานหิน เช่นหยาดน้ำค้าง,กระดุมเงิน,เอื้องม้าวิ่งฯลฯออกดอกเล็กๆบานสะพรั่งกระจายอยู่ทั่วไปตามเส้นทางเดินป่านักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินวกกลับมายังลานกางเต็นท์ในบริเวณที่ทำการ อุทยานแห่งชาติได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้บนยอดภูเรือยังเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต ซึ่งชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยา

-         พระพุทธรูปนาวาบรรพตบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ

จากนั้นลงมาทำบุญใส่บาตรกันที่บริเวณตลาดในอ.ภูเรือพร้อมเที่ยวชมตลาดยามเช้าในอำเภอภูเรือ ซึ่งคับคั่งไปด้วยชาวบ้านที่เดินทางมาจ่ายตลาดกันในทุกๆเช้าที่ตลาดภูเรือแห่งนี้

-         วัดป่าห้วยลาด  

     ภายหลังอาหารเช้าเดินทางมายัง วัดป่าห้วยลาด  ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 ถนนเลยด่านซ้าย ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ระยะทางจากอำเภอภูเรือ มาทางทิศตะวันออก 7 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอด่านซ้าย 42 กิโลเมตร  สำนักสงฆ์ห้วยลาดก่อตั้งขึ้นโดย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้จาริกธุดงค์มาภูคลั่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านห้วยลาด ทางด้านทิศตะวันตก ชาวบ้านห้วยลาดจึงมีความศรัทธาเลื่อมใส จึงได้อาราธนานิมนต์องค์หลวงปู่ชอบมาตั้ง สำนักสงฆ์ห้วยลาด เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา  สำนักสงฆ์ห้วยลาดก่อตั้งขึ้นโดย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้จาริกธุดงค์มาภูคลั่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านห้วยลาด ทางด้านทิศตะวันตก ชาวบ้านห้วยลาดจึงมีความศรัทธาเลื่อมใส จึงได้อาราธนา นิมนต์องค์หลวงปู่ชอบมาตั้งสำนักสงฆ์ห้วยลาด เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา

เมื่อตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์แล้ว  หลวงปู่ชอบได้พักอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งน ี้เพื่ออบรมสั่งสอนชาวบ้านห้วยลาดและหมู่บ้านใกล้เคียงระยะหนึ่ง ท่านจึงได้เดินทางจาริกธุดงค์ต่อไป นับจากปี 2483 เป็นต้นมา สำนักสงฆ์ห้วยลาดได้มีครูบาอาจารย์ พระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ได้มาพักเพื่อปฏิบัติธรรม จำพรรษา เป็นประจำทุกปีมิได้ขาด เช่น หลวงปู่ลี กุสลธโล หลวงปู่ปุญญฤทธิ์ ปัณฑิโต ท่านพระอาจารย์จันเรียน คุณวโร ท่านพระอาจารย์นิพนธ์ อภิปสันโน เป็นต้น และท่านประอาจารย์จันเรียนได้มาก่อสร้างศาลาการเปรียญ ในปี 2518 ท่านได้พักจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ 3พรรษา ต่อมาพระอาจารย์อุทัย ฌานุตตโม ได้มาจำพรรษา ณ สถานที่แห่งนี้   สำนักสงฆ์ห้วยลาด นับแต่ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา

-         พระประธานสีขาวองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติภายในวัดป่าห้วยลาด  

สามารถรองรับผู้ปฏิบัติธรรมได้นับพันคน

แม้จะมีพระภิกษุ สามเณร มาพักจำพรรษามิได้ขาด แต่ก็เป็นการอยู่เพียงชั่วเวลาหนึ่งเสนาสนะที่อาศัยก็ได้ทำพียงชั่วคราว มีกระต๊อบมุงหญ้าคา พื้นปูด้วยฟากไม้ไผ่เท่านั้น  ไม่มีผู้ที่จะพัฒนาสำนักสงฆ์ห้วยลาดให้เป็นวัดที่มั่นคงถาวรต่อไปได้  พระอาจารย์อุทัย ฌานุตตโม (อ.ติ๊ก) ได้จาริกธุดงค์ผ่านมาเห็นสถานที่สำนักสงฆ์ห้วยลาด เป็นที่สัปปายะซึ่งเคยมีครูบาอาจารย์มาบำเพ็ญภาวนาอยู่ เป็นสถานที่เป็นมงคลแต่ตกอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม จึงดำริว่าควรจะมีผู้อยู่ประจำสำนักสงฆ์เก่าแก่แห่งนี้เพื่อยกระดับให้เป็นวัดที่มั่นคง ยั่งยืน ถาวร สืบต่อไป ดังนั้น ในปี 2537 พระอาจารย์อุทัย ฌานุตตโม (อ.ติ๊ก) จึงได้กลับมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ห้วยลาด และได้เป็นผู้นำ พาชาวบ้านห้วยลาดพัฒนาสำนักสงฆ์ห้วยลาด เดิมมีเนื้อที่ 17 ไร่ และในปี 2538 พระอาจารย์อุทัยได้นิมนต์พระอาจารย์สมบูรณ์ ปุญญกาโม มาช่วยดูแลการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์สำนักสงฆ์ห้วยลาด  ในการนี้ได้ดำเนินการขยายพื้นที่วัดโดยชาวบ้านห้วยลาดผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคที่ดินถวายวัด และได้ติดต่อขอซื้อที่ดินในพื้นที่ติดวัดจนในปัจจุบันวัดป่าห้วยลาดมีพื้นที่ประมาณ 370 ไร่  นับตั้งแต่ปี 2538 พระอาจารย์อุทัย ฌานุตตโม ได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ เสนาสนะสำนักสงฆ์ห้วยลาดพร้อมกันนี้ได้ดำเนินการปลูกป่า ก่อสร้างถาวรวัตถุเพิ่มเติม เช่น วิหาร, เจดีย์,โรงครัว, โรงทาน, อ่างเก็บน้ำ, กำแพงวัด, ถนนบริเวณวัด เป็นต้น

สำนักสงฆ์ห้วยลาดได้ดำเนินการขอจดทะเบียนตั้งวัด และได้รับหนังสือรับรองสภาพวัดจากกรมการศาสนาที่ ศธ. 0303/1549 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2540 เป็นวัดสมบูรณ์ตาม พ.ร.บ. ลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ และพระอาจารย์สมบูรณ์ ปุญญกาโม ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าห้วยลาด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2540 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน วัดป่าห้วยลาดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในวันที่ 12 มิถุนายน 2542

-         วัดพระกริ่งปวเรศ หรือในชื่อใหม่ว่า วัดสมเด็จมิ่งเมือง

จากนั้นเดินทางต่อมายังวัดพระกริ่งปวเรศ หรือในชื่อใหม่ว่า วัดสมเด็จมิ่งเมือง ตั้งอยู่ในตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ภาพแรกที่เห็นจากบนรถคือกำแพงวัดแข็งแรงอย่างกับกำแพงเมืองจีน และเมื่อเดินขึ้นไปชมบนอุโบสถ จึงได้เห็นความอลังการงานสร้างของวัดนี้ สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง ประดับด้วยภาพแกะสลักงดงามภายในวัดวัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงพระราชทานเงินซื้อ ที่ดินสร้างวัดนี้ เมื่อครั้งเสด็จ นำแพทย์อาสาออกช่วยเหลือราษฏรที่เจ็บป่วย สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นองค์ประธานสร้างองค์พระพุทธรูป ทรงถวายนามว่า พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ (พระกริ่งปวเรศ) และทรงถวายพระบรมสารีริธาตุเพื่อบรรจุไว้ที่องค์พระปฏิมากรนี้

-         พระพุทธรูปปางห้ามญาติประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าของพระอุโบสถของวัดพระกริ่งปวเรศ หรือในชื่อใหม่ว่า วัดสมเด็จมิ่งเมือง

-         พระประธานภายในพระอุโบสถของวัดพระกริ่งปวเรศ หรือในชื่อใหม่ว่า วัดสมเด็จมิ่งเมือง

-         รูปแกะสลักด้วยหินหยกเป็นรูปเจ้าชายสิทธัตถะในวัยเยาว์ที่วัดพระกริ่งปวเรศ หรือในชื่อใหม่ว่า วัดสมเด็จมิ่งเมืองในอ.ภูเรือ

-         ภาพแกะสลักด้วยไม้เล่าเรื่องราวในพุทธประวัติภายในวัดพระกริ่งปวเรศ หรือในชื่อใหม่ว่า วัดสมเด็จมิ่งเมือง

     สุดท้ายของทริปนี้ผมเดินทางมาท่องเที่ยวผจญภัยกับกิจกรรม ล่องแก่งลำน้ำสาน สายน้ำที่มันส์ที่สุดในภาคอีสาน อ.ภูเรือ จ.เลย

-         นั่งรถปิ๊กอัพไปล่องแก่งลำน้ำสานองค์การบริหารส่วนตำบลลาดค่างในอ.ภูเรือจ.เลย

-         ล่องแก่งลำน้ำสานในช่วงฤดูฝน

สำหรับลำน้ำสานเป็นลำน้ำสายหลักของอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ในช่วงหน้าฝนสีของน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแต่ในหน้าแล้งน้ำจะใส ไหลคดเคี้ยวเรื่อยไปตามซอกเขาและไปบรรจบกันที่แม่น้ำเหืองซึ่งเป็นเส้นกั้นชายแดนไทยกับลาว ความกว้างของลำน้ำสานประมาณ 20-40 เมตร โดยเส้นทางล่องแก่งลำน้ำสานจะเริ่มต้นที่บ้านแก่งเกลี้ยงเรื่อยไปจนถึงบ้านห้วยติ้วโดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางล่องแก่ประกอบไปด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่จำนวนมากมายรวมกว่า 60 แก่ง มีระดับความยากง่ายตั้งแต่ 1-5 ตามระดับสากล

-         ล่องแก่งลำน้ำสานในช่วงฤดูฝน

เส้นทางช่วงที่ 1 เริ่มต้นที่แก่งเกลี้ยงไปจนถึงแก่งโสก มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ความยากอยู่ที่ระดับ 2-3 มีแก่งน้อยแก่งใหญ่อยู่จำนวน 6 แก่ง มาถึงเส้นทางช่วงที่ 2 จะเริ่มมีความท้าทายเพิ่มขึ้น โดยเริ่มจากแก่งลาดนกขี้ถี่ไปถึงโรงไฟฟ้าพลังงานขนาดเล็ก มีระยะทางรวมประมาณ 4 กิโลเมตร ประกอบด้วยโขดหินน้อยใหญ่กว่า 10 แห่ง ในบางแก่งจะมีความคดเคี้ยวและน้ำไหลเชี่ยวแรง ระดับความยากอยู่ที่ 3-5เส้นทางช่วงสุดท้าย ช่วงที่ 3 เริ่มที่แก่งคอนป่าไปถึงวังสามพัน มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นช่วงการล่องแก่งลำน้ำสานที่มีความตื่นเต้นสลับไปกับช่วงสายน้ำไหลเรื่อยๆ ปล่อยให้นักผจญภัยได้พักหยุดหายใจและเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามสองข้างลำน้ำที่มีเขียวขจีมองเห็นภูเขาและป่าไม้อันเขียวชอุ่มชุ่มชื่น ตลอดเส้นทางทั้ง 3 ช่วงใช้เวลาล่องแก่งรวมประมาณ 2- 3 ชั่วโมง 

-         บรรยากาศความตื่นเต้นผจญภัยกับการล่องแก่งลำน้ำสาน

-         สิ้นสุดการล่องแก่งผจญภัยในลำน้ำสานโดยสวัสดิภาพ

การเดินทาง   จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ถนนสายเลย-หล่มสัก ระยะทาง500 กิโลเมตรระหว่างกิโลเมตรที่52-53จากตัวเมืองเลยระยะทาง52 กิโลเมตร จุดสังเกตพอถึงหน้าที่ทำการ อบต.หนองบัว แล้วเลี้ยงขวาอีกประมาณ 6 กิโลเมตร จะถึงองค์การบริหารส่วนตำบลลาดค่างคือจุดเริ่มต้นล่องแก่งลำน้ำสานสถานที่ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลลาดค่าง โทร 081-5929702,085-7394330,042-039935-6

    ฤดูฝนและฤดูหนาวปีนี้ถ้ายังไม่มีโปรแกรมไปท่องเที่ยวที่ไหนขอแนะนำเดินทางมาสัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์บนภูเรือดินแดนแห่งขุนเขาและความหนาวแห่งนี้น่ะครับ

ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้

    โรงแรมภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่ที่ 216 หมู่ 8 ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลยโทร 042-810890-2 ,042 810885 หรือติดต่อทางเว็บไซต์ www.phuruasanctuary.com