1. วัดเล่งเน่ยยี่1 (วัดมังกรกมลาวาส)
สถานที่ตั้ง   423 ถนนเจริญกรุง เขตป้อมปราบ กรุงเทพฯ



  วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดจีนสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เป็นที่คุ้นเคยในหมู่ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวจีนจากต่างประเทศสาเหตุที่วัดนี้ บางคนเรียกว่า "วัดมังกร" เพราะคำว่า "เล่ง" หรือ "เล้ง" ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่ามังกร (คำว่า “เน่ย” แปลว่าดอกบัวและคำว่า “ยี่” แปลว่า วัด) ชื่อวัดอย่างเป็นทางการคือ "วัดมังกรกมลาวาส" พระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5


 

 


 วัดนี้ก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2414 ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบทางจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว โดยวางแปลนตามแบบวัดหลวง คือ มีวิหารท้าวจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก ตรงกลางเป็นพระอุโบสถ ข้างหลังพระอุโบสถเป็นวิหารเทพเจ้า การสร้างใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุสำคัญ
จากประตูทางเข้า เข้าไปจะถึงวิหารท้าวจตุโลกบาล จะเห็นเทพเจ้า 4 องค์ (ข้างละ 2 องค์) ในชุดนักรบจีนและถืออาวุธและสิ่งของต่างๆ กัน เช่นพิณ ดาบ ร่ม เจดีย์ ชาวจีนเรียกว่า เรียกว่า "ซี้ไต๋เทียงอ้วง" หมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักษ์รักษาคุ้มครอง ทิศต่างๆ ทั้ง 4 ทิศ ถัดจากวิหารท้าวจตุโลกบาล คือ อุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานของวัด คือ พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ทั้งหมด 3 องค์ หรือ "ซำป้อหุกโจ้ว" พร้อมพระอรหันต์ อีก 18องค์ หรือที่เรียกว่า "จับโป๊ยหล่อหั่ง" ทางด้านขวามีเทพเจ้าต่าง ๆ หลายองค์ เช่น เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา หรือ "ไท้ส่วย เอี๊ยะ" เทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดา "หั่วท้อเซียงซือกง" และที่นิยมไหว้ขอพรมากคือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ" เทพเจ้าเฮ่งเจีย หรือ "ไต่เสี่ยหุกโจ้ว" พระเมตไตรยโพธิสัตว์หรือ "ปู๊กุ่ยหุกโจ้ว"ซึ่งคล้ายกับพระสังกัจจายน์ "กวนอิมผู่สัก" หรือ พระโพธิสัตว์กวนอิม "แป๊ะกง" และ "แป๊ะม่า" รวมเทพเจ้าในวัด จะมีทั้งหมด 58 องค์
เวลาเปิด: ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00น. - 18.00 น. โทร. 0-2222-3975, 0-2226-6553


 


2. ศาลเจ้าแม่กวนอิม (มูลนิธิเทียนฟ้า)
สถานที่ตั้ง   ตั้งอยู่บนถนนเยาวราชเลยวงเวียนโอเดียนมาเล็กน้อย



   ศาลเจ้าแม่กวนอิม (มูลนิธิเทียนฟ้า)ภายใน มูลนิธิแห่งนี้มีศาลรูปเคารพของเจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร ปางประทานพร ประดิษฐานเป็นเทพเจ้าองค์ประธาน ผู้คนนิยมมาขอพรให้ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพแข็งแรง องค์ทำด้วยไม้จันทน์แกะสลัก รูปแบบศิลปะราชวงศ์ถัง แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น ในสมัยของราชวงศ์ซ่งหรือเมื่อประมาณ 800-900 ปีที่ผ่านมา และเมื่อในปี พ.ศ. 2501 ได้ถูกอัญเชิญมาจาก ประเทศจีนและมาประดิษฐานอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน



 องค์เจ้าแม่กวนอิมหรือพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรปางประทานพรแกะสลักจากไม้เนื้อหอม ศิลปะแบบราชวงศ์ถัง อัญเชิญมาจากประเทศจีน และเป็นมูลนิธิแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นเพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยยากไร้
เวลาเปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-20.00น. โทร. 0-2237-2190-1, 0-2233-0955
3. ศาลเจ้าเล่งบ้วยเอี๊ยะ เยาวราช
สถานที่ตั้ง    ซอยเยาวราช 11 (ซอยอิสรานุภาพ) บริเวณตลาดเก่า เยาวราช 



    ศาลเจ้าเล่งบ้วยเอี๊ยะ ตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราช เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเกี่ยวกับ “เวียนเหอเยี่ยหยุน” แห่งแรกของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ ที่นับถือ “เหอเยี่ยหยุน” โดยตั้งรูปเคารพของท่านไว้เป็นประธานศาลเจ้าอีกหลายแห่ง ศาลเจ้าเล่งบ้วยเอี๊ยะ ตั้งอยู่ที่ซอยอิศรานุภาพ ถนนเยาวราช มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศักราชที่ 17 ตรงกับสมัยอยุธยาตอนกลาง เนื่องจากมีป้ายที่เหลืออยู่ในศาลนี้มีข้อความที่บ่งบอกปีศักราชของจีน ทำให้ทราบว่าศาลเจ้านี้สร้างขึ้นก่อน พ.ศ. 2201 และคำแปลอักษรจีนของป้ายในศาล มีความหมายว่า ผู้ที่ได้เข้ามาอธิษฐานขอพรภายใต้ป้ายนี้จะได้รับพรตามความประสงค์ นอกจากนั้นยังมีกลอง ระฆังที่เก่าแก่อย่างมากอีกด้วย


 

 

 

 


ศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี บริเวณตลาดใหม่ ย่านการค้าที่คึกคักตลอดเวลา มีป้ายจารึกโบราณสมัยราชวงศ์ชิง และราชวงศ์หมิง ระฆังสักดิ์สิทธิ์สมัยราชวงศ์เช็ง และรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานกระถางธูปไว้ ณ ศาลเจ้าเล่งบ้วยเอี๊ยะ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาเคารพบูชาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าแห่งนี้ความเชื่อในการกราบไหว้ เป็นเรื่องความมั่งคั่งทางการค้า ความก้าวหน้าในกิจการ และกราบไหว้เพื่อขอให้เลี้ยงบุตรง่าย สุขภาพแข็งแรง และเติบโตอย่างปลอดภัย
เวลาเปิด: ทุกวันเวลา 07:00 น. - 17:00 น.โทร 08-1614-5992

4. ศาลเจ้าเซียงกง (เซียนกง) เยาวราช
สถานที่ตั้ง บริเวณถนนทรงวาดส่วนที่ตัดกับถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร


 

  ศาลเจ้าเซียงกง (เซียนกง) สร้างขึ้นเมื่อรัชสมัยเสียนฟงปีที่ 4 แห่งราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2397 หรือ ค.ศ. 1854 ) ชาวฮกเกี้ยนได้นำรูปปั้นของท่านจากมณฑลฮกเกี้ยนมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ด้วยบุญฤทธิ์อันเกรียงไกรของท่านเซียงกง (เซียนกง) เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างกว้างขวางจากปวงประชาผู้มีจิตกุศล แต่เนื่องจากศาลเจ้ามีประวัติอันยาวนาน สิ่งปลูกสร้างในศาลเจ้าย่อมมีความทรุดโทรมตามกาลเวลา คณะกรรมการศาลเจ้า และผู้มีจิตศรัทธา ได้เคยร่วมใจบริจาคเพื่อการบูรณะ ปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งหลายครา กล่าวคือได้มีการบูรณะครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2510 ต่อมาก็มีการบูรณะอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2543 ครั้นถึงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ก็ได้รับทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์อย่างมั่งถึง และได้ก่อสร้าง เสามังกร (ทีกง) เป็นที่สำเร็จลุล่วงเป็นศาลเจ้าที่ตระหง่านโดดเด่น สวยงาม และเป็นที่พึ่งทางใจของผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป


 

 

 

 


เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2414 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีชาวจีนจากมณฑลฮกเกี้ยนของประเทศจีนกลุ่มหนึ่ง อพยพเข้ามายังกรุงเทพมหานครตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ สถานที่ปัจจุบันซึ่งเดิมตั้งอยู่ริมคลอง และได้พัฒนาเป็นการค้าขายเครื่องยนต์เก่าที่ใช้แล้วเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ที่เรียกกันว่า “ เซียงกง” ก่อนที่จะแพร่หลายไปสู่แหล่งอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ชาวฮกเกี้ยนกลุ่มนี้ได้ร่วมกันสร้างศาลเจ้าแห่งนี้เรียกกันว่า ศาลเจ้าเซียงกง ตามชื่อเรียกของสถานที่แห่งนี้.
เวลาเปิด : เปิดตั้งแต่เวลา07.00-17.00น.
5. ศาลเจ้าไต้ฮงกงโจวซือ
สถานที่ตั้ง  ตั้งอยู่บริเวณถนนพลับพลาไชย ติดกับวัดคณิกาผล


 

   ศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2452-2461 โดย มีพื้นที่จำนวน 3 งาน 66 ตารางวา เป็นที่ประดิษฐานรูปจำลองของหลวงปู่ไต้ฮงกงซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองจีน

 

 

 


   พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นพระราชทานเงินให้ “คณะเก็บศพ” ปีละ 2,000 บาท ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลเจ้า แล้วเสร็จในปี 2497 ครั้งนั้น จัดให้มีงานฉลอง 7 วัน 7 คืน มีการทำบุญ ทิ้งกระจาด และต่อไฟศักดิ์สิทธิจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามมายังศาลเจ้าด้วย นอกจากนี้ชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย ด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงได้ร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรสงเคราะห์สาธารณภัย เพื่อเจริญรอยตามกุศลเจตนาของท่านไต้ฮงกงโจวซือ โดยใช้ชื่อว่า "มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง" หรือที่เรารู้จักกันในนาม "มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง"

 

 


สำหรับประวัติความเป็นมาหลวงปู่ไต้ฮงกง  เป็นพระภิกษุในสมัยราชวงศ์ซ้อง เท่าที่เล่าสืบต่อกันมาว่าท่านเป็นพระที่จาริกมาจากมณฑลอื่น  เป็นพระที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านเกี่ยวกับการเก็บศพไร้ญาติ  ซ่อมแซมถนนหนทางที่ชำรุด  และสร้างสะพานในที่ที่ควรสร้างเป็นหลักใหญ่  มีพระองค์อื่น ๆ ที่เห็นด้วยกับท่านจึงร่วมกันออกทำงานประเภทนี้เป็นกิจวัตรทุกวัน  กระทั่งท่านได้มรณภาพไป  คณะสงฆ์ที่ได้เคยร่วมงานสานต่อจากท่านก็ยังคงดำเนินงานนี้เสมอมา  ต่อมามีชนบทแห่งหนึ่งได้เกิดโรคระบาดติดต่อที่ร้ายแรง  มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก  ขณะที่คณะสงฆ์ได้ไปเก็บศพทำพิธีพรมน้ำมนต์ศพนั้น  มีคนไข้คนหนึ่งขอให้ท่านพรมน้ำมนต์ให้  และปรากฎว่าคนไข้คนนั้นกลับหายเป็นปกติ  จึงมีการสร้างศาลาบูชาท่าน  เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นอานิสงส์จากหลวงปู่ไต้ฮงกงโจวซือ  แล้วก็มีการทำกันอย่างแพร่หลายไปทั่วเมืองแต้จิ๋ว  โดยเรียกชื่อศาลานี้ว่า  “ศาลาหลวงปู่ไต้ฮงกง”  และยังคงทำงานด้านการเก็บศพ  พร้อมทำงานซ่อมแซมถนนตามแบบท่าน  แต่การดำเนินจะเป็นฆราวาส  ชาวจีนจึงถือว่า  การบริจาคให้แก่ศาลหลวงปู่ไต้ฮงกงเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง


 


สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลกันมาทำบุญขอพรที่ศาลเจ้าไต้ฮงกงนอกจากนี้ยังมีการแจกขนมสาคูอีกด้วยโดยจะเห็นคนมาเข้าคิวรอรับขนมสาคูเป็นจำนวนมากในทุกๆปี
          เวลาเปิด:  ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจจะเปิดถึงรุ่งเช้า.

 

หน้าต่อไป