คาเธ่ย์ แปซิฟิค ต้อนรับแอร์บัส A350-1000 ลำแรกสู่ฝูงบินพร้อมเดินหน้าเปิดเส้นทางการบินสู่จุดหมายใหม่ และยกระดับประสบการณ์ในการเดินทางให้ดียิ่งขึ้น

สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ต้อนรับสมาชิกใหม่ “แอร์บัส A350-1000” สู่ฝูงบิน โดยเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ลำแรก จากจำนวนทั้งหมด 20 ลำ จะมุ่งหน้าจากเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส สู่ฮ่องกง บ้านเกิดของคาเธ่ย์ แปซิฟิค แล้ววานนี้ (19 มิถุนายน) ด้วยพลังงานและเชื้อเพลิงชีวภาพ

            คาเธ่ย์ แปซิฟิค มีกำหนดรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 อีกถึง 8ลำในปีนี้ ส่วนเครื่องบินที่เหลือทั้งหมดจะถูกส่งมอบภายในปีพ.ศ. 2564 โดยเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ในภูมิภาคเป็นเที่ยวบินแรกสู่ไทเป ในวันที่ 1 กรกฎาคม จากนั้นจะให้บริการเส้นทางบินสู่วอชิงตัน ดีซี ในวันที่ 15 กันยายนปีนี้ ซึ่งนับเป็นเส้นทางบินกว่า 8,153ไมล์ ซึ่งยาวที่สุดในเครือข่ายของคาเธ่ย์ แปซิฟิค นอกจากนี้ เครื่องบินที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ ยังพร้อมให้บริการเส้นทางบินสู่เมืองสำคัญอย่าง มาดริด, เทล อาวีฟ, อัมสเตอร์ดัม, แมนเชสเตอร์ และซูริค ในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วย

นาย พอล ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้าและการพาณิชย์ของสายการบินคาเธ่ย์

แปซิฟิค กล่าวว่า “เรามีหนึ่งในฝูงบินที่อายุน้อยที่สุดในน่านฟ้าในปัจจุบัน และการต้อนรับเครื่องบินแอร์บัส

A350-1000 เป็นสมาชิก จะทำให้ฝูงบินของเรามีอายุเฉลี่ยน้อยลงไปอีก”

“เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ถูกพัฒนาขึ้นตามความสำเร็จของเครื่องบินในตระกูล -900 ซึ่งเปิดโอกาสให้เรานำเสนอทางเลือกในการเดินทางในเส้นทางการบินระยะยาวให้กับลูกค้าได้ ทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งแก่ฮ่องกง ในฐานะศูนย์กลางการบินนานาชาติ โดยเครื่องบินในตระกูล -1000 มีความคล้ายกับ -900 ในเรื่องของการปฏิบัติการที่เป็นเลิศ ทั้งยังมีพิสัยการบินไกล เสียงเงียบ ไร้เสียงรบกวนจากภายนอก และประหยัดเชื้อเพลิง ทั้งยังมาพร้อมบรรยากาศในห้องโดยสารที่เหนือกว่า และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการที่สมเหตุสมผล” นาย พอล ลู กล่าว

สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ทำการเปิดเส้นทางการบินต่อเนื่องที่ให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่น A350 ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น บาร์เซโลน่า, บรัสเซลส์, ไครส์เชิร์ช, โคเปนเฮเกน, แกตวิค ลอนดอน, เทล อาวีฟ และล่าสุด ดับลิน ภายในระยะเวลาเพียงสองปี และเส้นทางบินใหม่สู่เคปทาวน์โดย A350-900 นั้น จะเริ่มการให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้

เครื่องบินแอร์บัส A350-1000 ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB-97 มีความสามารถในการบรรทุกสินค้าได้มาก อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคาเธ่ย์ แปซิฟิค ในฐานะหนึ่งในสายการบินขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นายเอริค ชูลซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของแอร์บัส กล่าวว่า “เรามีความภูมิใจที่ได้ทำการส่งมอบเครื่องบิน A350-1000 ให้กับลูกค้าที่ให้ความไว้ใจเรามาเป็นเวลานานอย่างคาเธ่ย์ แปซิฟิค โดยเครื่องบินรุ่นนี้ มาพร้อมจุดแข็งในด้านประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง ประหยัดค่าใช้จ่าย และความสบายของผู้โดยสาร โดยทั้งจุดเด่นของเครื่องบินแบบลำตัวกว้างที่ใหม่ที่สุดในโลก และบริการบนเครื่องบินที่มีชื่อเสียงระดับโลกของคาเธ่ย์ แปซิฟิค จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสายการบินในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการการบินนานาชาติชั้นนำระดับโลก”

อีกระดับของความสะดวกสบาย

เครื่องบินแอร์บัส A300-1000 ของคาเธ่ย์ แปซิฟิค มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล A350 สามารถรับรองผู้โดยสารในทุกชั้นของเที่ยวบินได้ 334 คน ชั้นธุรกิจ ชั้นประหยัดพรีเมียม และชั้นประหยัด มากกว่า A350-900 ถึง 54 คน และเพราะความสะดวกสบายคือหัวใจในการออกแบบห้องโดยสารของเครื่องบินใหม่นี้ ที่นั่งแบบใหม่ในชั้นประหยัดจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น มาพร้อมจอโทรทัศน์ส่วนตัวที่มีความละเอียดมากขึ้น ระบบความบันเทิงบนเครื่องบินที่ล้ำสมัย และไฟมู้ดไลท์ LED ที่ปรับความสว่างได้ตามต้องการ

ห้องโดยสารของเครื่องบินแอร์บัส A300-1000 สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกลงได้ถึงร้อยละ 50 และความกดอากาศที่มากขึ้นในห้องโดยสาร จะช่วยให้ออกซิเจนมากขึ้นเมื่อเครื่องลดระดับความสูงเหลือ 6,000ฟุต ทำให้ผู้โดยสารไม่เหนื่อยล้า ทั้งยังเพิ่มความสบายให้มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการไว-ไฟ บนเครื่องบิน เพื่อไม่พลาดการติดตามข่าวสาร ติดต่อทางธุรกิจหรือครอบครัวได้ทุกเวลา

เติมพลังงานที่สะอาดกว่าเพื่ออนาคต

 คาเธ่ย์ แปซิฟิค เป็นผู้นำในการริเริ่มกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่นเดียวกับส่งมอบเครื่องบินแอร์บัส A350-900 จำนวน 22 ลำ ที่ให้บริการอยู่ในฝูงบินปัจจุบัน และแอร์บัส A350-1000 ที่จะมุ่งหน้าจากบ้านเกิดของแอร์บัส ณ เมือง ตูลูส ประเทศฝรั่งเศส สู่ฮ่องกง  ด้วยน้ำมันเครื่องบินที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงทดแทน

คาเธ่ย์ แปซิฟิค มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนตั้งแต่ 2563 เป็นต้นไป และการใช้เชื้อเพลิงทดแทนก็เป็นหนึ่งในความคิดริเริ่มของสายการบิน ซึ่งพลังงานชีวภาพที่ยั่งยืนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องบินแบบดั้งเดิม ซึ่งคาเธ่ย์ แปซิฟิค เป็นสายการบินแรกในโลกที่เริ่มลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพ และได้กลายเป็นผู้ลงทุนในบริษัทสัญชาติอเมริกันอย่าง บริษัท ฟัลครัม ไบโอเอเนอร์จี้ จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนของเสียจากขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557

ฟัลครัม ไบโอเอเนอร์จี้ ได้เปิดตัวโรงงานผลิตเชิงพาณิชย์แห่งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2563 และคาดว่าจะผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับสายการบินต่างๆ รวมถึงคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้มากถึง 10 ล้านแกลลอนต่อปี