ไหว้วัดสำคัญและพระธาตุศักดิ์สิทธิ์รับมงคลชีวิตที่เมืองเลย

  • ลุงหนวด เรื่องและภาพ

จังหวัดเลยดินแดนแห่งขุนเขาและความหนาวเย็นตั้งอยู่ตอนบนสุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  จังหวัดเลย นอกจากจะมีธรรมชาติอันงดงามแล้วยังมีวัดวาอารามที่สวยงามและพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองเลยและประชาชนทั่วไปซึ่งลุงหนวดจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังดังต่อไปนี้

  • วัดป่าห้วยลาด

วัดป่าห้วยลาด ตั้งอยู่ในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลยแต่เดิมคือสำนักสงฆ์ห้วยลาดก่อตั้งขึ้นโดย หลวงปู่ชอบ ฐานสโมเดินทางจาริกธุดงค์ผ่านมาบริเวณนี้ ชาวบ้านห้วยลาดมีความศรัทธาเลื่อมใส จึงได้นิมนต์องค์หลวงปู่ชอบ มาตั้งสำนักสงฆ์ห้วยลาด เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา  เมื่อตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์แล้ว หลวงปู่ชอบได้พักอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เพื่ออบรมสั่งสอนชาวบ้านห้วยลาดและหมู่บ้านใกล้เคียงระยะหนึ่ง ท่านจึงได้เดินทางจาริกธุดงค์ต่อไป นับจากปี 2483 เป็นต้นมา สำนักสงฆ์ห้วยลาดได้มีครูบาอาจารย์ พระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่นได้มาจำพรรษาเพื่อปฏิบัติธรรม เป็นประจำทุกปีมิได้ขาด พระอาจารย์อุทัย ฌานุตตโม ได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ห้วยลาด และได้เป็นผู้นำพาชาวบ้านห้วยลาดพัฒนาสำนักสงฆ์ห้วยลาดซึ่งแต่เดิมในปี 2538 มีพื้นที่เพียง 17 ไร่

ปัจจุบันวัดป่าห้วยลาดมีพื้นที่ประมาณ 370 ไร่ พระอาจารย์อุทัย ได้ดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์สำนักสงฆ์ห้วยลาดพร้อมกันนี้ได้ดำเนินการปลูกป่า ก่อสร้างถาวรวัตถุเพิ่มเติม ภายในวัดป่าห้วยลาดมองไปจะเห็นพระอุโบสถตั้งเด่นเป็นสง่าสวยงาม ภายในพระอุโบสถเป็นสถานที่ตั้งของพระสัพพัญญู คือพระประธานสีขาว ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อขาวขนาดใหญ่มีความสวยงาม ส่วนด้านบนจะเป็นที่ตั้ง ของ วิหารสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงหลังคาเหล็ก มุงด้วยกระเบื้องดินเผาทรงไทยประยุกต์ กว้าง 12 เมตร ยาว 25 เมตร ใช้ปฏิบัติกิจกรรมของพระสงฆ์ และประกอบพิธี ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา และอีกด้านหนึ่ง จะเป็นเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์ธาตุ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป อีกด้วย

สถานที่ตั้ง  วัดป่าห้วยลาด ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

การเดินทาง  ถ้าหากเดินทางมาจากตัวจังหวัดเลย พอผ่านเข้าพื้นที่ใกล้บริเวณวัดจะมองเห็นศาลาเฉลิมพระเกียรติตั้งเด่นเป็นสง่ากลางเทือกเขาภูครั่งห่างจากอำเภอภูเรือมาทางทิศตะวันออก 7 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดเลย 42 กิโลเมตรและห่างจากอำเภอด่านซ้าย 42 กิโลเมตร

  • วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองแลดูสง่างามทั้งรูปแบบและวัสดุที่ใช้ในการสร้าง ด้วยวัดแห่งนี้เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานเงินซื้อที่ดินสำหรับสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา วัดตั้งอยู่บนเขาที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามทั้งสี่ทิศ พระอุโบสถภายในวัดโดดเด่นตั้งอยู่ตรงกลางรายล้อมไปด้วยวิหารรายทั้งสี่ทิศ วิหารทุกหลังสร้างขึ้นด้วยไม้แกะสลักลวดลายสวยมาก ภายในวิหารรายแต่ละหลังประดิษฐานพระพุทธรูปอันงดงาม สำหรับภายในพระอุโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ หรือพระกริ่งปวเรศ เป็นพระปฏิมาประธาน พระพุทธรูปในวิหารรายองค์หนึ่งเป็นพระนอนแกะสลักด้วยหินหยกแม่น้ำโขงจากพม่า ทุกวันนี้ใครมาเที่ยวภูเรือไม่ได้แวะมาชมความสวยงามของวัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองนับว่าน่าเสียดายมากเหมือนมาไม่ถึงอ.ภูเรือ.

  • พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์

สถานที่ตั้ง  อำเภอ ภูเรือ จังหวัด เลย

  • วัดโพธิ์ชัยนาพึง

วัดโพธิ์ชัยนาพึง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาก่อนการตั้งหมู่บ้านวัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่22-23ภายในวัดมีวิหารเก่าแก่ ภายในวิหารมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมาก เขียนขึ้นโดยฝีมือช่างพื้นบ้านตัววิหารเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าผนังก่ออิฐถือปูนหันหน้าไปทางทิศเหนือมีประตูเข้าสามทางและที่ประตูทางเข้าสามทางนี้มีสัตว์หิมพานต์หมอบอยู่ด้านละ1 คู่  ส่วนผนังด้านทิศใต้ก่อทึบหลังคาทรงจั่วมุงด้วยไม้แป้นเกล็ดมีชายคาปีกนกโดยรองรับไว้ด้วยเสาไม้หลังคาวิหารคุมต่ำมากซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของอาคารท้องถิ่นในจ.เลยทั้งยังช่วยป้องกันภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามอีกด้วย

  • หอพระไตรปิฎกโบราณ

สำหรับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏอยู่บนผนังด้านในเป็นภาพเขียนเล่าเรื่องราวในพุทธประวัติและพระเวชสันดรชาดกส่วนผนังด้านนอก เขียนเรื่อง เนมิราชชาดกและการะเกตสะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่และการเลื่อมใสในพระพุทธสาสนาของชาวบ้านนาพึงในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ลักษณะของลายเส้นและการใช้สีบ่งบอกถึงความอิสระและศิลปท้องถิ่นอย่างแท้จริงอีกด้วย.

  • ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถของวัดโพธิ์ชัยนาพึง

สถานที่ตั้ง วัดโพธิ์ชัยนาพึง ตั้งอยู่ที่บ้านนาพึง ตำบลนาพึงอ.นาแห้วจ.เลย

การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-ด่านซ้าย ไปประมาณ 82 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้าย – นาแห้วไป 23 กิโลเมตร

  • วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา

วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา เป็นวัดเก่าแก่อายุมากกว่า 400 ปี เกิดขึ้นพร้อมๆกับการตั้งชุมชนบ้านแสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย สร้างมาพร้อมกับ วัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง อำเภอนาแห้ว เมื่อเข้าไปในวัดเราจะเห็นอุโบสถตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางลานโล่งของวัด เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากๆ คล้ายกับที่วัดเชียงทองที่เมืองหลวงพระบาง บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบสะอาดและสวยงาม ด้วยความสวยงามของวัดแห่งนี้ เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำโฆษณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง

  • ภายในพระอุโบสถของวัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา

สำหรับประวัติความเป็นมา ของการตั้งชุมชนแสงภาแห่งนี้ เริ่มต้นความเป็นมาจาก นายพรานชื่อ เซียงภา เมื่อ400ปีก่อน ข้ามมาจากฝั่ง เข้ามาล่าสัตว์ เมื่อพบทำเลเหมาะสม จึงได้ชักชวนชาวบ้านคนอื่นๆ เข้ามาตั้งบ้านเรือน แล้วตั้งชื่อว่าบ้านเซียงภา ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น แสงภา และสร้างวัดศรีโพธิ์ชัยขึ้นเป็นที่สักการะและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านตลอดมา

ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมน่าสนใจหลายจุด ได้แก่

สถาปัตยกรรมของอุโบสถวัดศรีโพธิ์ชัยแสงภานั้น คล้ายวัดเชียงของเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2197 ปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากศิลปะอยุธยา ศิลปะล้านช้างและศิลปะจีน ภายนอกอาคาร เช่นส่วนหน้าบัน คันทวย มักจะตกแต่งด้วยการสลักลายเป็นลายก้านขด กระหนก นาคเคล้า ภาพรามเกียรติ์ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เทวดาประจำปีนักษัตร และสัตว์จำพวกสิงห์ กระรอก นกไต่และเกาะไปตาเถาว์ลายผสมกับ ลายเก๋งจีน ภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่

วิหารจำลองสร้างขึ้นตามคติการสร้างอาคารถวายวัดเพื่อเป็นพุทธบูชา แต่ผู้สร้างมีทุนทรัพย์น้อย จึงสร้างอาคารจำลองถวายแทนรูปแบบของวิหารจำลองมักลอกเลียนแบบอาคารของจริงที่สร้างในสมัยนั้น ตกแต่งด้วยการสลักลวดลาย ฉลุปิดทองตามส่วนสำคัญ ได้แก่ หน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่าง คันทวย และหัวเสา.

  • หอพระไตรปิฎก

สถานที่ตั้ง  บ้านแสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย

การเดินทาง : จากอำเภอด่านซ้ายมุ่งตรงมาตามถนน 2113 ถึงอำเภอนาแห้ว แล้วตรงต่อไปจะเจอทางเลี้ยวซ้ายไปตำบลแสงภา ระยะทางอีก 10 กิโลเมตรก็จะถึงวัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา

  • วัดเนรมิตวิปัสสนา

วัดเนรมิตวิปัสสนา ตั้งอยู่ที่บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย อยู่บนเนินเขา ห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย เป็นวัดสังกัดมหานิกาย มีเนื้อที่ 20 ไร่

พระอุโบสถของวัดทำด้วยศิลาแลงทั้งหลัง มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เกิดจากจินตนาการสร้างสรรค์ออกแบบโดยพระและเณร ภายในอุโบสถตกแต่งอย่างวิจิตรในรูปแบบศิลปะภาคกลาง มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งวัดและได้มรณภาพไปแล้วนอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการจัดแต่งสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงาม และมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนาคือ "ต้นสาละ" เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ

วัดเนรมิตวิปัสสนา เป็นวัดที่มีการปฏิบัติธรรมที่สำคัญของจังหวัดเลยแห่งหนึ่ง ได้รับเลือกจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น ประจำปี 2552

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดเนรมิตวิปัสสนา

อุโบสถวัดเนรมิตวิปัสสนา ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ประกอบด้วยคานคอดิน อุโบสถเป็นลักษณะแบบทรงไทย ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเซรามิก ฝาผนังเป็นศิลาแลงที่นำมาจากจังหวัดลำพูนและจังหวัดปราจีนบุรี พื้นของอุโบสถปูด้วยหินแกรนิตสีชมพูจากแหล่งหินแกรนิตในจังหวัดเลย ประตูหน้าต่างเป็นไม้มะค่าแผ่นเดียว ภายในมีการตกแต่งเขียนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพพระเวสสันดรชาดก และภาพทศชาติ

พระพุทธชินราชจำลอง เป็นพระพุทธรูปประธานในพระอุโอสถ จำลองแบบมาจากวัดมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ขนาดหน้าตักกว้าง 107 นิ้ว นอกจากนี้ มีพระพุทธชินราชองค์เล็ก ขนาดหน้าตัก 59 นิ้ว 2 องค์ วางอยู่ด้านซ้ายและขวาของพระพุทธรูปประธาน รวมทั้งมีพระพุทธรูปปางนาคปรก พระแก้วมรกต รูปเหมือนหลวงพ่อโตอีกด้วย

สถานที่ตั้ง  20 หมู่ 14 บ้านหัวนายูง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 42120

การเดินทาง  จากตัว อ.ด่านซ้าย จ.เลย ขับลงมาทางทิศใต้ ถนนแก้วอาสา ประมาณ 1 กิโลเมตรจะเจอกับ สามแยกให้เลี้ยวขวา มาตามถนน 2013 ผ่านพระธาตุศรีสองรัก วิ่งตรงมาอีกนิดนึงจะเจอป้ายให้เลี้ยวขวามาวัดเนรมิตวิปัสสนา.

วัดโพนทอง

ในปีพ.ศ.๒๕๔๗  พระครูภาวนาวีรวัตร วิ.หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงปู่มุณีน้อย” เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านห้วยเดื่อ ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ อ.ท่าลี่ จ.เลย ได้เดินธุดงค์ผ่านมาและพักจำพรรษาที่วัดป่าบ้านห้วยเดื่อ หลังจากนั้นเป็นต้นมาหลวงปู่มุนีน้อยได้ทำการชักชวนให้บรรดาญาติโยมเดินทางมาประพฤติปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้เป็นประจำ และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ท่านได้ เริ่มทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดป่าบ้านห้วยเดื่อ เช่นการสร้างวิหาร,พระธาตุ,กุฏิพระสงฆ์,ศาลาการเปรียญเป็นต้นจากนั้นหลวงปู่มุนีน้อยได้ดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งเป็นวัดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ในนามของวัดป่าบ้านห้วยเดื่อ เนื่องจากว่าทางวัดได้รับการอุปถัมภ์จากชาวบ้านห้วยเดื่อโดยมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าวัดโพนทอง

มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าภายในหมู่บ้านห้วยเดื่อมีต้นมะเดื่อใหญ่อยู่และบริเวณรอบๆโคนต้นมะเดื่อมีตาน้ำผุดขึ้นมาเป็นธารน้ำห้วยเดื่อหล่อเลี้ยงชาวบ้านจนถึงปัจจุบันนี้  ชาวบ้านได้อาศัยน้ำจากห้วยเดื่อดื่มกิน จึงได้ขอตั้งชื่อ วัดป่าห้วยเดื่อ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นมา พร้อมกันนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมเพื่อนำพาญาติโยมเดินทางมาประพฤติปฏิบัติธรรม โดยมีหลวงปู่มุนีน้อยเป็นประธานสงฆ์ คอยดูแลและบริหารจัดการวัดจนถึงปัจจุบันมีพระสงฆ์จำพรรษาทั้งหมด ๒๐ รูป.

สถานที่ตั้ง    ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ อ.ท่าลี่ จ..เลย

พระธาตุศรีสองรัก

เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเลยแล้วสิ่งที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวคือการได้มาแวะกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่สำคัญของ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย นั้นคือ พระธาตุศรีสองรัก ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2103 สมัยกรุงศรีอยุธยาถือว่าเป็นองค์พระธาตุมีความศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่มาก สำหรับสาเหตุในการสร้างเพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือกันระหว่างพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา(ไทย) และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง(ลาว) เนื่องจากในยุคนั้นพม่าเรืองอำนาจ และมีการรุกรานดินแดนต่างๆ เพื่อขยายอำนาจ  กษัตริย์ทั้งสองพระองค์จึงเห็นควรกันว่าควรร่วมมือกันเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับทั้งสองอาณาจักร จึงได้กระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ล่วงล้ำดินแดนของกันและกัน พร้อมได้ร่วมกันสร้างเจดีย์ขึ้นถวายมีพระนามว่า“พระธาตุศรีสองรัก”  ริมลำน้ำหมัน เพื่อเป็นสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และจะมีการจัดงานสมโภชพระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีอีกด้วย

 ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ที่จะมากราบสักการะพระธาตุศรีสองรักต้องปฎิบัติคือห้ามใส่เสื้อผ้า "สีแดง" หรือถือสิ่งของที่มีสีแดงเข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ  เพราะ "สีแดง" อาจเปรียบได้กับ "เลือด" ที่เป็นผลของการทำสงคราม ดังนั้น คนโบราณจึงมีการห้ามไม่ให้ผู้ที่สวมเสื้อผ้าสีแดง เข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาจนถึงปัจจุบันด้วยเช่นกัน.

5 ข้อควรรู้ของพระธาตุศรีสองรัก

1."สองรัก" อันเป็นชื่อของพระธาตุมาจากในครั้นที่สร้างพระธาตุเกิดขึ้นในคราที่อาณาจักรหงสาวดีในพม่ารุกรานอาณาจักรบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างอยธุยาและอาณาจักรล้านช้างในลาว ทั้งสองอาณาจักรจับมือร่วมกันเพื่อต้านทัพพม่าและทรงกระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ล่วงเขตแดนซึ่งกันและกันจารึกไว้ในแผ่นหิน พร้อมกับสร้าง "พระธาตุสีสองฮัก"บริเวณเนินสูงฝั่งตะวันออกของน้ำหมันถือเป็นหลักเขตแดนของทั้งสองอาณาจักร

2.พระธาตุศรีสองรักไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระบรมธาตุโดยตรง จึงไม่ได้มีอัฐิของผู้หนึ่งผู้ใดบรรจุอยู่ ทว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักเขตแดนของสองอาณาจักร ความศักดิ์สิทธิ์มาจากการสัตยาธิษฐานให้ดินแดนแถบนี้ห้ามใครล่วงล้ำ ไม่มีใครคิดคดที่จะรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งได้ นอกจากนี้ในความเชื่อของชาวบ้าน เชื่อว่าในองค์พระธาตุบรรจุพระพุทธรูป พระธรรมคัมภีร์ และยังมีตำนานเล่าขานถึง "นายมั่นนายคง" ที่ยอมทานชีวิตของตนเองเป็นข้าเฝ้าพระธาตุชั่วนิรันดร์ด้วย

3.บริเวณพระธาตุในช่วงวันวิสาขบูชาซึ่งตรงกับงานฉลองสมโภชพระธาตุศรีสองรัก จะเต็มไปด้วย"ต้นผึ้ง" ทำมาจากกาบกล้วยตัดมัดเสียบให้เป็นโครงรูปทรงสามเหลี่ยม และเสียบแผ่นเทียนไว้ทั่วโครง นำไปสักการะพระธาตุซึ่งไม่ค่อยเห็นในที่อื่นๆ

4.สิ่งศักดิ์สิทธิ์พระธาตุศรีสองรักไม่ชอบสีแดงตามความเชื่อของชาวบ้าน ดังนั้นในตลอด 400 ปีที่ผ่านมา พิธีฉลองสมโภชพระะาตุศรีสองรักจึงไม่มีการฆ่าสัตว์บริเวณองค์พระธาตุ ทุกคนที่เข้าสักการะต้องไม่สวมเสื้อผ้าอาภรณ์"สีแดง" เข้าไปในเขตพระองค์ธาตุด้วย เนื่องจากสีแดงเป็นสีแห่งการเข่นฆ่า ตรงข้ามกับความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

5.การเวียนเทียนของพระธาตุศรีสองรักแตกต่างจากที่อื่น โดยชาวบ้านจะนำแท่งเทียนมามัดรวมกันแล้วให้ทุกคนนั่งเรียงกันรอบองค์พระธาตุ ผู้นำในพิธีจุดเทียนแล้วเวียนไปทางขวามือ ส่งต่อไปเรื่อยๆตลอดทางจะมีการจุ่มน้ำมนต์เป็นระยะ ๆเมื่อเสร็จพิธีชาวบ้านนิยมเอาเทียนและน้ำมนต์ไปบูชา

ที่ตั้ง บ้านหัวนายูง  ตำบลด่านซ้าย  อำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย

การเดินทาง  จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย-ภูเรือ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 อีก 15 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้ายจากนั้นแยกขวาเข้าเส้นทาง 2113 อีก 1 กิโลเมตร

พระธาตุสัจจะ

พระธาตุสัจจะ ตั้งอยู่บริเวณวัดลาดปู่ บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่จ.เลย ใครมาเห็นพระธาตุสัจจะครั้งแรกคงต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พระธาตุสัจจะมีความคล้ายคลึงกับองค์พระธาตุพนมมากๆ นั่นเป็นเพราะว่าพระธาตุสัจจะสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นการสืบชะตาพระธาตุพนม เมื่อพระธาตุพนมถูกฟ้าฝ่าพังลงมาในพ.ศ. 2518 พระธาตุสัจจะก็ถูกสร้างขึ้นในพ.ศ. 2519สำเร็จเมื่อพ.ศ. 2522 โดยใช้รูปแบบเดียวกันกับพระธาตุพนม องค์ประกอบของพระธาตุสัจจะ ประกอบด้วยดอกบัวบานมีกลีบ 3 ชั้น สูงประมาณ 1 เมตร ตั้งอยู่รอบองค์พระธาตุสัจจะ องค์พระธาตุสูง 33 เมตร มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกับพระธาตุพนม มีเศวตฉัตร 7 ชั้น ประดิษฐานไว้บนยอดสุดของพระธาตุสัจจะ เป็นพระธาตุที่ชาวท่าลี่มีความศรัทธามาก

 ภายในพระธาตุสัจจะถ้าได้เดินเข้าไปภายในจะแลเห็นพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้านใน และบริเวณรอบๆของวัดลาดปู่ทรงธรรมบรรยากาศเงียบสงบสอาด มีองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ตระหง่านอยู่กลางทุ่งนาซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยมากของวัดแห่งนี้

สถานที่ตั้ง  ตั้งอยู่บริเวณวัดลาดปู่ทรงธรรม บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จ.เลย

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2115 สายท่าลี่-อาฮี ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าลี่ประมาณ 2 กิโลเมตร

  • พระธาตุดินแทน

  พระธาตุดินแทนถูกสร้างขึ้นจากหินดินทราย ของชาวบ้านผู้ศรัทธานำมาเททับถมกันเรื่อยๆ เป็นเวลากว่า 200 ปี จนกลายเป็นภูเขาดินขนาดใหญ่ ตามตำนานเล่าว่า มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ชักชวนให้ชาวบ้านบริเวณนี้หันมานับถือพุทธศาสนา แทนการนับถือภูตผี และมีการล้มวัว ควายเพื่อเป็นการบวงสรวงในทุกๆ ปี โดยปรารภว่าหากต้องการได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้เคารพบูชา ชาวบ้านจะต้องปฎิบัติตามข้อบัญญัติ 3 ข้ออย่างเคร่งครัด ได้แก่ เว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เว้นการกระทำผิดศีล และเลิกบูชายัญผีสางต่างๆ ห้ามเล่นไสยศาสตร์ ซึ่งชาวบ้านต่างยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอันเป็นที่มาของพระธาตุดินแทน พระธาตุแห่งความศรัทธาที่ไม่ได้มีความงดงามวิจิตรเหมือนพระธาตุอื่นๆ แต่สมบรูณ์ไปด้วยศรัทธาในศาสนาจากชาวบ้านจนถึงปัจจุบันนี้ ทุกครั้งที่เข้าไปในบริเวณพระธาตุ มีข้อห้ามมิให้ใส่รองเท้าขึ้นไปเหยียบย่ำ ซึ่งชาวบ้านยังคงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ในวันพระ ขึ้นและแรม 7 และ 8 ค่ำ ขึ้นและแรม 14 และ 15 ค่ำ คนนาแห้วโดยเฉพาะที่บ้านแสงภา จะหยุดทำงานและอยู่บ้านเพื่อทำบุญถือศีลโดยเคร่งครัด ตามคำสาบานต่อหน้าพระธาตุเมื่อครั้งอดีต

  สำหรับ พระธาตุดินแทน ปูชนียสถานของชุมชนหมู่บ้านแสงภานั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนให้ได้เห็นว่า แม้จะอยู่ในรูปลักษณ์ใด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นจากศรัทธาของผู้คนก็ยังคงเป็นที่เคารพบูชาไม่ต่างจากพระธาตุอื่นๆ เลย แถมยังสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่ายงดงาม และความเข้มแข็งของชุมชนแห่งนี้ จึงถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับผู้ที่ไปเยือนเมืองเลยควรมาสักการะบูชา

ที่อยู่ : บ้านแสงภา ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

การเดินทาง : ห่างจากอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ตามทางหลวง 2113 ประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางที่ทำการอุทยานแห่งชาตินาแห้วตามทางหลวง 1268 ประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านแสงภา มีป้ายบอกทางเข้าองค์พระธาตุเลี้ยวขวาตรงเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงองค์พระธาตุ

ภูพุทโธ มนต์เสน่ห์แห่งค่ายศรีสองรักจังหวัดเลย

หากจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเลย  คงจะมีมากมายหลากหลายสถานที่ จนนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่า หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนสนใจ และเดินทางมาเยือนมากที่สุดในจังหวัดเลยนั่นคือ  “ภูพุทโธ” มนต์เสน่ห์แห่งค่ายศรีสองรักจังหวัดเลยสถานที่อีกหนึ่งแห่งหนึ่งที่ทุกคนไม่ได้มาเยี่ยมเยือนก็ถือได้ว่ายังมาไม่ถึงจังหวัดเลย

สถานที่ตั้ง  ภายในค่ายศรีสองรักจังหวัดเลย

ขอขอบคุณ  ภูเรือ แซงค์ฌัวรี่ รีสอรท์ แอนด์ สปา  รีสอรท์ท่ามกลางธรรมชาติใน อ.ภูเรือ จ.เลย ให้การสนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ .

  • ภูเรือ แซงค์ฌัวรี่ รีสอรท์ แอนด์ สปา